แบรนด์ที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่ต้องการออกสินค้าใหม่ เพราะ “Brand Extension” หรือ “การต่อยอดแบรนด์” คือกลยุทธ์ที่ใช้ชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของแบรนด์เดิม มาช่วยเปิดทางให้สินค้าหรือบริการใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น
Brand Extension คืออะไร
Brand Extension คือการใช้ชื่อแบรนด์เดิม ไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดหมู่ที่แตกต่างจากเดิม เช่น แบรนด์เครื่องดื่มเปิดไลน์ขนมขบเคี้ยว หรือแบรนด์แฟชั่นออกน้ำหอมของตัวเอง จุดประสงค์คือใช้ “พลังของชื่อแบรนด์” ที่ผู้บริโภครู้จักอยู่แล้ว มาช่วยลดความเสี่ยงในการเปิดตัวสินค้าใหม่ และสร้างความไว้วางใจได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ โออิชิ (Oishi) ที่เริ่มจากร้านอาหารญี่ปุ่น ก่อนจะขยายสู่ธุรกิจชาเขียวบรรจุขวด ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าหลักของบริษัท หรือ Nike ที่ต่อยอดจากรองเท้ากีฬาไปสู่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ฟิตเนสเต็มรูปแบบ
ประเภทของ Brand Extension
1.Line Extension – การขยายไลน์ในหมวดเดิม เช่น โคคาโคล่าออก Coke Zero หรือ Fanta ออกกลิ่นใหม่
2.Category Extension – การขยายไปสู่หมวดสินค้าใหม่ เช่น Yamaha จากเปียโนสู่มอเตอร์ไซค์ หรือ Dove จากสบู่สู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ทั้งสองรูปแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือ “ใช้ชื่อแบรนด์ช่วยให้สินค้าใหม่ติดตลาดเร็ว” แต่ต้องระวังไม่ให้แบรนด์หลักสูญเสียอัตลักษณ์
ทำไมธุรกิจถึงเลือกใช้กลยุทธ์นี้
เพราะการสร้างแบรนด์ใหม่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณสูง การต่อยอดจากแบรนด์เดิมจึงช่วยลดต้นทุนและเสริมพลังการแข่งขันได้ทันที โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมาก Brand Extension ช่วยให้สินค้าดู “น่าเชื่อถือกว่า” เมื่อเทียบกับแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียง
คู่มือทำ Brand Extension ให้สำเร็จ
1.เริ่มจากแก่นของแบรนด์ (Brand Core)
ต้องเข้าใจให้ชัดว่าแบรนด์ของคุณยืนอยู่บนคุณค่าหรือภาพลักษณ์ใด เช่น ถ้าเป็นแบรนด์ที่เน้นสุขภาพ การต่อยอดควรอยู่ในสินค้ากลุ่มเดียวกัน ไม่ใช่ขยายไปสู่หมวดที่ขัดแย้งกับจุดยืน
2.วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของสินค้าใหม่กับแบรนด์เดิม
ถามตัวเองว่า “ผู้บริโภคจะเชื่อไหมว่าแบรนด์นี้ทำสินค้านี้ได้ดี?” เช่น ถ้าแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจะออกกาแฟ ก็ต้องมีเหตุผลที่เชื่อมโยง เช่น ไลฟ์สไตล์เดียวกัน หรือกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียง
3.ทดสอบการรับรู้ของผู้บริโภคก่อนเปิดตัวจริง
ใช้แบบสำรวจ โซเชียล หรือการทำ focus group เพื่อดูว่าผู้บริโภครู้สึกอย่างไรกับการขยายแบรนด์ จะช่วยป้องกันการ “พัง” ของภาพลักษณ์ก่อนสายเกินไป
4.สื่อสารชัดเจนว่า “ยังคือแบรนด์เดิม” แต่ “ในรูปแบบใหม่”
อย่าให้ลูกค้าสับสนว่าสินค้าใหม่แยกจากแบรนด์หลัก ควรใช้โลโก้ สี หรือดีไซน์ที่เชื่อมโยงกัน เช่น Starbucks Reserve ใช้ภาพลักษณ์ที่หรูขึ้น แต่ยังชัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Starbucks
5.ประเมินผลหลังการเปิดตัว
ติดตามยอดขาย การรับรู้ และความคิดเห็นของลูกค้า เพื่อวัดว่า Brand Extension นั้นเสริม หรือกลับทำให้แบรนด์หลักอ่อนลง
ข้อควรระวัง
Brand Extension ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกแบรนด์ ถ้าเชื่อมโยงไม่ดีพอ อาจทำให้แบรนด์หลักเสียภาพลักษณ์ เช่น Harley-Davidson เคยออกน้ำหอมผู้ชายแต่ล้มเหลว เพราะไม่สอดคล้องกับภาพ “ความแข็งแกร่ง ดิบ เท่” ของแบรนด์
สรุป
Brand Extension คือศิลปะของการขยายพลังแบรนด์ โดยใช้ความไว้วางใจเดิมมาปูทางสู่โอกาสใหม่ แต่ต้องอาศัยการวางกลยุทธ์ที่รอบคอบ เข้าใจตัวตนของแบรนด์ และมองให้เห็นความเชื่อมโยงทางอารมณ์ของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนกัน 🟥
FAQ
1.Brand Extension คืออะไร?
การต่อยอดชื่อแบรนด์เดิมไปสู่สินค้าใหม่
2.ทำไมธุรกิจใช้กลยุทธ์นี้?
ลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้าใหม่
3.ความเสี่ยงคืออะไร?
ถ้าไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ อาจทำลายแบรนด์หลัก
