Grab – Line ศึกชิงเจ้าแห่ง app เรียกแท็กซี่ ที่คู่แข่งไม่ได้มีเพียง 2 ราย

เชื่อว่า แข่งขันในธุรกิจ app เรียกรถแท็กซี่ ในปีนี้สนุกกว่าเก่าแน่

เพราะในปีนี้มีสัญญาณท่าทีจาก Go Jet แอปเรียกรถคู่ปรับอันดับหนึ่งของ Grab จะเข้ามาบุกตลาดไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ จากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดในประเทศไทย

ซึ่งถ้า Go Jet เข้ามา คงไม่น่าจะเข้ามาแบบบเงียบๆ แล้วปล่อยให้คู่แข่งสาดแคมเปญโปรโมชั่น จูงมือผู้ขับหาผู้โดยสารเรียกใช้บริการแต่เพียงฝ่ายเดียว

นอกจาก Go Jet แล้วในตลาดแอปเรียกรถในประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมายังมี Taxi OK ของกรมการขนส่งทางบก และอื่นๆ อีกมากกว่า 20 แอป ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแอปที่คนไทยไม่คุ้นเคย เพราะเจ้าของแอปไม่ได้ออกมาทำตลาดเท่าไรนัก

ตอนนี้เราเลิกมาพูดถึงแอปอื่นก่อน เพราะในวันนี้มีเพียง Grab Taxi และ Line Taxi ซึ่งเป็น 2 แอปที่ออกมาแข่งขันกันอย่างจัดเต็ม ทั้งในแง่ คนขับ และผู้โดยสาร

 

เพราะอย่าลืมไปว่า ในยุค 4.0 นี้ คนขับส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นสมาชิกแอปเรียกแท็กซี่จะไม่ได้ผูกติดกับแอปใดเพียงแอปหนึ่ง แต่จะมีหลายๆ แอปที่ให้ผลประโยชน์ทั้งด้านรายได้และผู้โดยสาร

โดยระหว่างขับรถเปล่าวนหาลูกค้าที่โบกรถข้างทาง ก็จะเปิดแอปที่สมัครพร้อมๆ กัน เพื่อรับลูกค้าที่เรียกมาจากทุกแอป ซึ่งเมื่อมีลูกค้าเรียกรถจากช่องทางใดช่องทางหนึ่งก่อน ก็จะปิดช่องทางอื่นๆ เพื่อไปส่งผู้โดยสารตามที่หมาย

ส่วนมุมลูกค้า ก็นิยมเปิดแอปเรียกและรอโบกรถไปพร้อมๆ กัน แท็กซี่จากไหนมารับก่อนก็ไป ในกรณีที่อยู่ในพื้นที่ๆ เรียกรถแท็กซี่ข้างทางได้ง่าย

ทำให้การแข่งขันของแอปเรียกแท็กซี่ในวันนี้และปีหน้า ยังคงต้องเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขับ ไปพร้อมๆ กับสร้างความเคยชินให้กับผู้โดยสาร ให้รู้สึกว่าการเรียกรถผ่านแอปเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยแท็กซี่เป็นอย่างดี

 

เรามาดูกันว่า 2 แบรนด์นี้ เขามีกลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างไร

Grab Taxi ผู้มาก่อนไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบ

Grab ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแอปเรียกรถแท็กซี่ รายแรกๆ ในประเทศไทย ที่ช่วยผลักดันตลาดให้แอปเรียกแท็กซี่มีคนรู้จักมากขึ้น ก่อนที่จะขยายไปยังแอปเรียกรถและอื่นๆ

จนในวันนี้เป้าหมายของ Grab คือต้องการเป็น One Stop Service App ที่ให้บริการทั้งการเดินทางผ่านแอปเรียกรถ เดลิเวอรี่ รับซื้ออาหาร และไฟแนนซ์ โซลูชั่นในอนาคต จากเดิมที่วางตัวเองเป็นธุรกิจทรานสปอร์ตตอบโจทย์การเดินทางเท่านั้น

แม้ Grab จะขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ แต่ Core Business หลักก็ยังเป็นบริการเรียกรถโดยสารที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะบริการเรียกรถแท็กซี่ ที่ผู้บริหาร Grab มองว่าผู้ใช้บริการไม่ได้ใช้บริการแอปเรียกรถเพราะโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ใช้เพราะการบริการที่ตอบโจทย์การเดินทางในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเรียกแท็กซี่ให้ไปรับตามหมู่บ้าน หรือพื้นที่ที่ห่างไกลถนนใหญ่

 

เกมของ Grab Taxi ในวันนี้จึงประกอบด้วย 2 ด้านหลักคือ

การหาผู้โดยสาร และผูกมิตรกับคนขับแท็กซี่ ให้เลือกที่จะเปิดแอป Grab Taxi เป็นแอปหลักทั้งวัน แทนการวิ่งวนตีรถเปล่าหาผู้โดยสาร

 

เกมการหาผู้โดยสารของ Garb Taxi ประกอบด้วย

1.จับมือกับรถแท็กซี่จำนวนมากที่สุดเพื่อให้บริการ เพราะถ้ายิ่งมีรถแท็กซี่ให้บริการมากแค่ไหน จะสร้างประสบการณ์กับผู้โดยสารได้ดี เพราะไม่ต้องรอนานทั้งการเรียกให้รถแท็กซี่ตอบรับการเรียก และรอให้รถแท็กซี่ขับมารับตามที่นัดหมาย โดยเฉพาะตามหมู่บ้าน หรือพื้นที่ที่รถแท็กซี่ไม่ค่อยเข้าไปรับผู้โดยสาร

2.แคมเปญโปรโมชั่นกระตุ้นให้ลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าที่เซ็นซิทีฟ ด้านโปรโมชั่น ให้กับมาใช้บริการสม่ำเสมอมากขึ้น เพื่อเกิดแรงจูงใจให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ ว่าเปิดรับผู้โดยสารผ่านแอป Grab Taxi จะมีผู้โดยสารเรียกแน่นอน

และสำหรับเกมหาผู้ขับให้คนขับรถแท็กซี่รู้สึกว่าได้อะไรมากกว่าเมื่อมาขับรถกับ Grab

นอกจากแรงจูงใจเช่น การให้ค่าคอมมิชชั่นเมื่อรับผู้โดยสารผ่านแอป Grab Taxi ตามรอบที่กำหนดแล้ว ในปีนี้ Grab ได้มีแนวคิดเปิดบริการไฟแนนซ์ในรูปแบบไมโครไฟแนนซ์ให้กับผู้ขับ Grab Taxi

โดยการอนุมติไฟแนนซ์ จะดูจากรายได้ของผู้ขับแท็กซี่ที่เปิดรับผู้โดยสารผ่านแอป Grab Taxi และนำมาคำนวณหาความเหมาะสมของจำนวนสินเชื่อที่ปล่อยให้กับแท็กซี่แต่ละคน ซึ่งกลยุทธ์นี้คาดว่าจะทำให้ผู้ขับแท็กซี่ที่คิดจะกู้เงินผ่าน Grab ยอมเปิดแอป Grab รับผู้โดยสารมากขึ้น เพื่อหวังผลวงเงินที่จะได้อนุมัติ รวมถึงการตั้ง Community ให้กับคนขับแท็กซี่โดยเฉพาะ

Line Taxi มาหลังแต่ทุ่มหนักใน app เรียกแท็กซี่

ในปีที่ผ่านมา Line Taxi ได้ประกาศความร่วมมือกับสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานคร ในการเตรียมความพร้อมเปิดบริการ Line Taxi ในปีนี้ เพื่อมาต่อยอดธุรกิจ Line Man ให้มีบริการที่ครอบคลุมกว่าการฝากซื้ออาหาร ส่งพัสดุ และเอกสาร

โดยในเวลานั้น ผู้บริหารไลน์เชื่อว่าจะมีแท็กซี่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 20,000-30,000 คันในช่วงเปิดตัว จากจำนวนแท็กซี่สังกัดสหกรณ์แท็กซี่กรุงเทพมหานครทั้งหมด 60,000 คัน

แต่หลังจาก Line Taxi เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Line Taxi วางกลยุทธ์หาผู้ขับอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับหาผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการ

-ในส่วนของผู้ขับซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ครั้งแรกให้กับผู้โดยสาร Line Taxi ได้ใช้กลยุทธ์จูงใจผู้ขับผ่านค่าคอมมิชชั่นเมื่อขับรับผู้โดยสารผ่าน Line Taxi ตามรอบที่กำหนด โดยค่าคอมมิชชั่นจะโอนเข้า Rabbit LINE Pay ในวันทำการถัดไป

และกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับแท็กซี่ที่ขับ Line Taxi เช่นศูนย์ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาคนขับ Line Taxi ตลอด 24 ชม. กิจกรรมคาราวานไลน์แท็กซี่, แคมเปญแจกทองรายวันกับ Line Taxi เป็นต้น

-ส่วนกลยุทธ์ดึงดูดผู้โดยสารในฐานะที่เป็นน้องใหม่ในตลาด Line Taxi ได้ใช้แคมเปญส่วนลดโปรโมชั่นอย่างสม่ำเสมอ มีการปรับให้เข้ากับคนไทยหรือ localization เช่น โค้ดส่วนลดเป็นภาษาไทย “หน้าฝน60” เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ให้ลองใช้บริการ และลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องจดติดเป็นนิสัย

โดยช่วงเวลาที่มีการเรียกแท็กซี่ผ่าน Line Taxi สูงสุดคือหลังเลิกงาน

แต่จุดด้อยของการให้บริการ Line Taxi ในวันนี้คือ พื้นที่การให้บริการยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นบริการใหม่ แต่เชื่อว่าในอนาคตขอบเขตการให้บริการคงจะครอบคลุมยิ่งขึ้น

​ใครเป็นต่อใครเป็นรองในตลาดแอปเรียกแท็กซี่

Grab Taxi Line Taxi
จุดเด่น แอปที่มีมานาน และมีคนรู้จักและมีประสบการณ์ในการใช้งานในวงกว้าง -มีฐานลูกค้าเป็นผู้ใช้บริการ แอปไลน์แชท 43 ล้านคนทั่วประเทศ

และมีฐานลูกค้าเป็นผู้ใช้บริการไลน์แมน 7 แสนคนต่อเดือน

-ในฐานะน้องใหม่ในตลาดที่ต้องการสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน ทำให้มีโปรโมชั่นดึงดูดโดยสารสม่ำเสมอ

จุดด้อย -เนื่องจากเป็นแอปที่มีมานาน แคมเปญโปรโมชั่นสำหรับผู้โดยสารจึงไม่มีค่อยมากนักในปัจจุบัน เพราะมองว่าผู้ใช้บริการ Grab Taxi ใช้เพราะความจำเป็นมากกว่า โปรโมชั่น พื้นที่บริการไม่ครอบคลุมเขตกรุงเทพทั้งหมด
ค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ 20 บาท โดยคนขับจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ Grab Taxi 10 บาท ต่อ 1 การเรียก 20 บาท โดยคนขับจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ Line Taxi 10 บาท ต่อ 1 การเรียก
จำนวนแท็กซี่สมาชิก 20% ของแท็กซี่ 90,000 คัน ทั่วประเทศ N/A

​​การสู้รบในครั้งนี้ Marketeer มองว่าจุดเด่นของ Grab ในวันนี้ เห็นจะเป็นเรื่องของจำนวนผู้ขับ ที่เพิ่มขึ้น 10-15% หลังจากที่ Grab ควบรวมกิจการกับ Uber โดยปัจจุบัน Grab Taxi มีคนขับในระบบทั้งสิ้น 20% ของคนขับแท็กซี่ 90,000 คันในประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ในการให้บริการ ครอบคลุมกว่าแอปน้องใหม่อย่าง Line Taxi ที่ให้บริการในบางพื้นที่เท่านั้น เช่น ในใจกลางเมือง และ แอร์พอร์ต ส่วนพื้นที่รอบนอก ยังคงต้องรอขยายการให้บริการในอนาคต

ส่วน Line Taxi คือการเป็นผู้ให้บริการ Chat App ที่มีผู้ใช้มากถึง 43 รายและมีโปรโมชั่นมาดึงผู้โดยสารให้ลองเรียกรถเพื่อรับส่วนลดอย่างสม่ำเสมอ

 

แต่จุดด้อยของแอปเรียกแท็กซี่ทั้งหมดคือ

-ผู้โดยสารไม่สามารถเรียกรถแท็กซี่ได้ในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะแท็กซี่มองว่าตัวเองมีทางเลือกในการรับผู้โดยสาราที่โบกข้างทาง ทำให้มองว่าไม่จำเป็นต้องตีรถเปล่าเพื่อไปรับผู้โดยสารที่เรียกผ่านแอป

-แท็กซี่ที่อยู่ไกลพื้นที่ผู้โดยสารเรียกไม่นิยมรับผู้โดยสารที่โดยสารระยะสั้นๆ เพราะมองว่าไม่คุ้มค่ากับค่าแก๊สที่ต้องขับไปรับ และค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายให้เข้าของแอป 10 บาท

-คนขับรถบางรายกดรับผู้โดยสาร แล้วปฏิเสธเมื่อพบว่ามีผู้โดยสารโบกรถเรียกข้างทาง โดยยอมให้แอปหักค่าธรรมเนียม 10 บาท

-ผู้โดยสารบางรายกดเรียกรถแท็กซี่แล้วยกเลิกเมื่อรถแท็กซี่เมื่อโบกเรียกแท็กซี่ข้างทางได้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเรียก นอกจากเสียประวัติเล็กน้อยเท่านั้น

 

 

 

 

 

 


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer