TrueMove H ที่หนึ่ง 4G ประเทศไทย ยืนยันด้วยแชมป์ 2 สมัย จาก nPerf

สมรภูมิอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย คงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่ละเจ้าต่างตบเกียร์เดินหน้าไม่ยอมกัน ยิ่งในยุค IoT แบบนี้ เครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุด ที่แรงที่สุด เสถียรที่สุด ครอบคลุมที่สุด คือผู้ชนะใจผู้บริโภค

ถ้าวัดกันเม็ดต่อเม็ด หมัดต่อหมัดแล้ว ณ ปัจจุบัน “ทรูมูฟ เอช” คือผู้เล่นที่น่าจับตาที่สุด ทั้งทิศทางการบริหาร นวัตกรรมที่มี อาวุธที่อยู่ในมือ ปฏิเสธไม่ได้นี่คือผู้เล่นที่ครบเครื่องที่สุด

ยิ่งโดยเฉพาะช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา กับการพัฒนา Ecosystem หรือระบบนิเวศทางการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่อย่างที่เรารู้กันเรื่องการทุ่มทุนคว้าไลเซ่นส์มากที่สุดในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังสรรหา-สร้างสรรค์-ร่วมมือกับองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลก เพื่อนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค

ตอกย้ำความสำเร็จ ทรูมูฟ เอช ยังคว้าผลสำรวจอันดับหนึ่งด้าน Best Mobile Networks หรือ เครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุด ประจำปี 2017 จาก nPerf บริษัททดสอบคุณภาพ Speedtest ระดับโลกที่เรารู้จักกันดี ซึ่งนับเป็นปีที่สองติดต่อกัน การันตี ความแรง-เสถียร-ครอบคลุมที่สุด

nPerf คือใคร รางวัลที่ว่าสำคัญอย่างไร และทรูมูฟ เอชจะมีนวัตกรรมอะไรมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีก เราเดินทางมาพูดคุยกับ ธนะพล จันทวสุ ผู้อำนวยการ Dep. Network Transmission & Internet Operation และ ภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจโมบายล์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กับเบื้องหลังความสำเร็จของทรูมูฟ เอชอีกครั้ง

 

ที่หนึ่งสองปีซ้อนการันตีจาก nPerf

nPerf คือผู้ให้บริการทดสอบคุณภาพอินเทอร์เน็ตของเครือข่ายชื่อดังระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งให้บริการมาตั้งแต่ปี 2003 ที่สามารถทดสอบได้ทั้งความเร็วและคุณภาพ ทั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน (Fixed Broadband Internet) และโมบายอินเทอร์เน็ต (Mobile Broadband Internet) ซึ่งในประเทศไทยเองมีบริษัทชั้นนำที่ใช้ซอฟต์แวร์จาก nPerf หนึ่งในนั้นคือเว็บไซต์  speedtest.adslthailand.com ที่เป็นเว็บ Testspeed ที่คนไทยรู้จักกันดี

นอกจากทดสอบคุณภาพอัพโหลด-ดาวน์โหลดแล้ว จุดเด่นของ nPerf คือสามารถบอกรายละเอียดแบบครบทุกองศา ไม่ว่าจะเป็นค่าความหน่วงเวลา (Latency) คุณภาพในการเปิดเว็บ (Browsing Test) หรือคุณภาพการสตรีมมิ่งวิดีโอ (Streaming Test) เรียกว่าละเอียดยิบ และได้รับการยอมรับให้เป็นเครื่องมือ Test ระดับสากล

“การที่ทรูมูฟ เอชได้รับรางวัล Best Mobile Networks เครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุด ประจำปี 2017 นั่นเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่เรามีนวัตกรรมที่ดีอย่างเดียว แต่หมายความว่านวัตกรรมนั้นสามารถใช้งานได้จริง ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง อันนี้คือสิ่งที่เราย้ำมาตลอด ว่านวัตกรรมจะไม่มีความหมายเลย ถ้าสุดท้ายลูกค้าเราใช้ไม่ได้” ภัคพงศ์ เริ่มต้นเล่า

คุณภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจโมบายล์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ที่หนึ่ง 4G ประเทศไทย

ผู้บริหารทรูเล่าว่าตลาดรวมประเทศไทยตอนนี้มี Mobile Subscription หรือผู้สมัครใช้เบอร์โทรศัพท์ประมาณ 90 ล้านเบอร์ จากประชากรประมาณ 67 ล้านคน เทียบได้ประมาณ 130% นั่นหมายความว่าคนถือมือถือกันทุกคนและหลายคนมีมากกว่าหนึ่งเบอร์ นอกจากนี้มีคนใช้สมาร์ทโฟน 70-80% ในจำนวนนั้น ใช้ 4G

เทรนด์นี้ไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดาของทรู เพราะจากการประกาศยุทธศาสตร์ “Convergence” เกินกว่าสิบปีของ ศุภชัย เจียรวนนท์ นั่นหมายความว่า CEO ทรูอ่านอนาคตขาดว่าลูกค้าจะเทไปทาง Non-voice แน่ๆ ซึ่งสำหรับ Challenger ณ ตอนนั้น นี่จะเป็นจุดชี้ขาดเบอร์หนึ่งในอนาคต จึงไม่แปลกว่าทำไมทรูจึงทุ่มทุนมหาศาลกว่าแสนล้านบาท ทั้งซื้อไลเซนส์ ทั้งพัฒนานวัตกรรมจนกลายเป็น Strongest spectrum portfolio ในตลาดอย่างที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่อง 4G

“เราแข็งแรงสุด เพราะมีแบนด์วิชที่แข็งแรงที่สุดเรามีทั้ง Low band และ High band ตั้งแต่ 850 900 1800 2100 อันนี้คือข้อดีที่สุดและเป็นจุดแข็งที่สุดที่คนอื่นไม่มี”

 

 

อย่างนวัตกรรม 3 CA ที่ทรูมูฟ เอชทำได้ดีกว่าใครเพราะ ถือคลื่นมากที่สุด ทั้งนี้ CA ย่อมาจากคำว่า Carrier Aggregation หมายถึงการนำคลื่นความถี่ที่ให้บริการมารวมกัน เพื่อให้ช่องส่งสัญญาณกว้างมากขึ้น พูดได้ว่ายิ่งรวมคลื่นได้มากเท่าไหร่ ความเร็วเน็ตก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

เช่น ถ้านำ 2 คลื่นมารวมกัน เราเรียกว่า 2CA เช่น คลื่น 2100 + 1800 MHz

ซึ่งในกรณีของทรูคือการนำ 3 คลื่นมารวมกัน เราเรียกว่า 3CA เช่น คลื่น 2100 + 1800 + 900 MHz เรียกว่า 3CA คือนำคลื่นมารวมกัน 3 คลื่น เพื่อให้ 4G เร็วขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า หรือสูงสุด 300 Mbps ในเวลานี้ ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้มีเพียงแค่ทรูเท่านั้นที่ทำได้

 

4G ที่ดีที่สุด เพื่อชีวิตที่สุดกว่า

“นอกจากนี้เรายังมีเทคโนโลยี 8×8 MIMO ทำให้สมาร์ทโฟนรับสัญญาณได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเรากำลังจะเปิดให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ FDD MASSIVE MIMO 32T32R เป็นรายแรกของโลก รวมถึงเทคโนโลยี LAA (Licensed Assisted Access) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการนำคลื่นความถี่แบบ Unlicensed มาใช้งานด้วยเทคโนโลยี Long Term Evolution (LTE) หรือการนำ WiFi มาใช้บนเทคโนโลยี 4G เพื่อเพิ่มขีดสุดแห่งความเร็วแรง โดยจะเปิดให้ลูกค้าทรูได้สัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร เร็วๆ นี้ ซึ่งตรงนี้เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะรับกับ 5G ในอนาคต” คำบอกเล่าจากฝ่ายเทคนิคอย่าง คุณธนะพล จันทวสุ ที่ยืนยันชัดเจนว่าทรูมูฟ เอช ไม่ได้หยุดแค่ 4G เท่านั้น เพราะตอนนี้กำลังเร่งเครื่องเพื่อตอบรับ 5G ในอนาคต

คุณธนะพล จันทวสุ ผู้อำนวยการ Dep. Network Transmission & Internet Operation

การเป็นเจ้าแรกที่นำนวัตกรรมที่ดีที่สุดมาใช้ และไม่หยุดพัฒนา เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทรูมูฟ เอช เป็นเครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุด ให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพ ด้วยคุณภาพสัญญาณที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงที่หลากหลาย

“เราทำ Data Analytic ตลอด เราพบคอนซูเมอร์อินไซต์อันหนึ่งที่น่าสนใจ ลูกค้าจะเลือกค่ายโอเปอเรเตอร์ หรือจะย้ายไปค่ายไหน คำถามแรกคือ ค่ายไหนที่สัญญาณดีที่สุด เขาจะทบทวนจากประสบการณ์ของเขาทั้งการได้ยินได้ฟังจากคนใกล้ตัวรวมทั้งรีวิว ส่วนราคาโปรโมชันนี่ประเด็นรองลงไปแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เราต้องงัดแคมเปญมาสู้

เหตุผลเพราะพฤติกรรมเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้คอนเทนต์เยอะมากในออนไลน์ มีวิดีโอ มีไลฟ์สตรีมมิ่งเข้ามา  เพราะฉะนั้นสัญญาณต้องแรง ต้องสเถียร ซึ่งเรามาทางนี้อยู่แล้ว พอเรารู้โจทย์ความต้องการเราก็จัดแพ็กเกจที่เหมาะสมกับลูกค้า ทำให้เราชนะใจลูกค้าทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ คือทุกอย่างต้อง based on quality” คุณภัคพงศ์อธิบาย

ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ แต่ความสำเร็จของทรู พิสูจน์จากรายได้การให้บริการและ EBITDA มีจำนวนสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 24.5 พันล้านบาท และ 8.9 พันล้านบาทในปี 2560ที่ผ่านมา ยืนยันชัดเจนแน่นอนว่าตัวเลขนี้มาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าในศักยภาพของเครือข่ายสัญญาณและการบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง ผนวกกับแพ็คเกจที่คุ้มค่า ผสานผลิตภัณฑ์เป็นโซลูชันต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ลูกค้านั่นเอง

“วันนี้เรามองว่ารางวัลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว ความท้าทายต่อจากนี้ คือการเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ผ่านการเพิ่มคุณภาพทั้งโครงข่ายและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นในการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แข็งแกร่งของกลุ่มเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่คุ้มค่าและตรงใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ผู้บริหารย้ำท้าย

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline