ด้วยอิทธิพลของลัทธิขงจื้อ เกาหลีใต้จึงเป็นประเทศที่มีลำดับขั้นทางสังคมและวัยวุฒิที่ฝังแน่นอยู่ในสังคม ผลที่ตามมาคือเมื่อการเข้าสู่วัยเลขสี่จึงหมายถึงการเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ มีความมั่นคง และวางตัวสุขุม 

แต่ในยุคดิจิทัลที่เส้นแบ่งระหว่างวัยเริ่มพร่าเลือน ก็เกิดดราม่าทางสังคมที่ชื่อว่า “Young 40” ขึ้น หลังคนกลุ่ม Gen Y ที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนหันมาให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าหน้าผม และใส่เสื้อผ้าแนวสตรีทที่วัยรุ่นนิยม 

ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่อย่างที่ Gen Y หวัง เพราะพวกเขากำลังกลายเป็นเป้าล้อเลียนของกลุ่ม Gen Z ที่เด็กกว่าลงมารุ่นหนึ่งที่มองว่าความพยายามเหล่านี้ดูพยายามเกินไป และดูปลอม ซึ่งหากใช้คำไทยแบบที่เข้าใจง่ายคืออาการ “แอ๊บเด็ก” นั่นเอง  

จี ซึงรยอล ชายวัย 41 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่ภูมิใจในเทสต์แฟชั่นของตัวเองมาตลอด เขาขยันอัปเดตรูปเซลฟี่หน้ากระจกลงใน Instagram เพื่อเช็กเรตติ้งความคูล แต่พักหลังเขากลับต้องเผชิญกับความรู้สึกสับสนอย่างรุนแรง เมื่อพบว่าสไตล์การแต่งตัวที่เขาคัดสรรมาอย่างดีเริ่มกลายเป็น “ตัวตลก” เป็น Meme ในสายตาชาวเน็ต

และภาพล้อเลียนจากเอไอที่เป็นรูปชายวัยกลางคนสวมเสื้อแบรนด์สตรีทชื่อดังอย่าง Stüssy รองเท้า Nike Air Jordan และในมือถือ iPhone รุ่นล่าสุดกลายเป็นไวรัลที่ใช้จิกกัดใช้แซะคนวัยเขาว่าพยายามทำตัวเด็กแบบ Gen Z จนไม่ดูสังขารตัวเองเลย 

เรื่องนี้เริ่มกลายมาเป็นประเด็นร้อนในสังคมเกาหลีใต้ หลังเมื่อกันยายนที่ผ่านมา ซึ่ง iPhone 17 วางจำหน่ายในประเทศ โดยจากที่เป็นสมาร์ทโฟนซึ่งวัยรุ่นใช้กันมาก แต่ Gen Z กลับมามองว่า เป็นแกดเจ็ดของคนแก่ที่ทำตัวเด็กไปซะแล้ว 

ข้อมูลจาก Gallup ระบุว่าในปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งการตลาดของ Apple ในกลุ่ม Gen Z เกาหลีลดลง 4% แต่กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 12% ในกลุ่มคนวัย 40 ปีหรือ Gen Y ส่งผลให้ iPhone กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของพวก Young 40 ไปโดยปริยาย 

จอง จูอึน หนึ่งในวัยรุ่น Gen Z ชาวเกาหลีใต้วิจารณ์เรื่องนี้ด้วยคำแรงๆ ว่า Gen Y เป็นพวกไม่ยอมรับความจริงว่าเวลาเปลี่ยนไปแล้ว และพยายามจะลดวัยหรือทำตัวให้ดูเด็กจนผิดธรรมชาติ

หากย้อนไปในปี 2010 คำว่า “Young 40” หรือวัยรุ่นอายุ 40 เคยเป็นคำในเชิงบวกที่นักการตลาดในเกาหลีใต้ ใช้เรียกกลุ่มผู้บริโภควัย 40 ปีที่ดูแลตัวเองดีและทันสมัย แต่ในวันนี้คำนี้ถูกนำมาใช้ในเชิงลบมากกว่า 5 หมื่นครั้งในโลกออนไลน์ มักปรากฏคู่กับคำสั้นๆ แต่ทำให้คนวัยนี้ปวดใจมากอย่าง ว่า “แก่”   

แถมยังมีคำแสลงที่เจ็บแสบกว่าอย่าง “Sweet Young 40” ที่ใช้เรียกชายวัยกลางคนที่นอกจากจะแต่งตัวเด็กแล้ว ยังชอบเข้าไปจีบเด็กสาวรุ่นลูกด้วยความมั่นใจผิดๆ อีกด้วย 

นักจิตวิทยาและนักสังคมวิทยามองว่าเบื้องหลังดราม่าล่าสุดคือ ความแตกต่างระหว่างรุ่นที่ซ่อนอยู่ โดยความไม่พอใจไม่ได้มาจากเสื้อผ้าแต่มาจากความคับแค้นใจของคนรุ่นใหม่ต่อกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่า “เกิดมาในยุคทอง” เพราะคนวัย 40 ปีเติบโตมาในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองและอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟู พวกเขาสามารถสะสมความมั่งคั่งได้ทันก่อนที่ประตูแห่งโอกาสจะปิดตายลง 

ดังนั้นในสายตาของ Gen Z ที่ต้องสู้ชีวิตท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงในปัจจุบัน คนวัย 40 ที่แต่งตัวจัดเต็มหรือ “อยากเป็นวัยรุ่นเทสต์ดี” จึงดูเหนือกว่า แบบคนรุ่นพวกเขาอาจไม่มีวันเข้าถึง นั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม ในมุมของ จี ซึงรยอล เขากลับมองว่าคน Gen Y ก็เคยเผชิญปัญหามาก่อน ทั้งยุควิกฤตการเงิน และเดินเตะฝุ่นหางานอยู่นาน ส่วนมาในปัจจุบันก็ยังมาถูกบีบให้อยู่ตรงกลาง (Sandwich Generation) ระหว่างรุ่นพ่อแม่รุ่น Babyboomer ที่เน้นระบบสั่งการจากบนลงล่าง กับคนรุ่นน้องกลุ่ม Gen Z ที่ขี้สงสัยและตั้งคำถามกับทุกอย่างอีก 

ในอดีตการเข้าได้กับทั้งสองรุ่นคือความภูมิใจของ Gen Y แต่ปัจจุบันมันกลายเป็นคือความระแวงไปแล้ว โดย จี ซึงรยอล ยอมรับว่า ตอนนี้เขาแทบไม่กล้าชวนรุ่นน้องในบริษัทไปดื่ม เพราะกลัวถูกหาว่าเป็นคนแก่ที่ชอบสอน หรือ “Kkondae” จนต้องพยายามคุยเฉพาะเรื่องงานเพื่อเลี่ยงดราม่า 

จี ซึงรยอล ระบายความอึดอัดอีกว่า คนรุ่นตนโตมาในยุคที่ลำบากและไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำ พอวันนี้เริ่มมีเงินและอยากใช้ชีวิตในแบบที่ชอบบ้าง ทำไมเราถึงต้องถูกแซะ ถูกโจมตีด้วย 

สุดท้ายแล้ว ปรากฏการณ์ Young 40 อาจไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นที่ผิดที่ผิดทาง แต่มันคือภาพสะท้อนของมนุษย์ทุกคนที่ไม่ว่าจะอยู่ในรุ่นใด ลึกๆ แล้วเราต่างอยากดูอ่อนกว่าวัยด้วยกันทั้งนั้น และพฤติกรรมดังกล่าวก็เป็นการสะท้อนว่า ไม่มีใครอยากตายหรือถูกลืม 

ดังนั้นแม้วันนี้คนวัย 40 จะตกเป็นเป้าล้อเลียน และ Meme แต่ในอนาคต Gen Z เองนั่นแหละที่จะเจอปัญหาเดียวกัน และเข้าใจหัวอก Gen Y ในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาลองพยายามทำตัวเด็กเพื่อให้ดูอ่อนกว่าวัย / bbc 


อ่าน MarketeerMoney : รวมตัวอย่างค่าธรรมเนียมเมื่อลงทุนในกองทุนรวม