เปิดตัว Prime Minister Industry Award เฟ้นหาต้นแบบโรงงานคุณภาพ

กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัวรางวัลไพรม์ มินิสเตอร์ อินดัสทรี อวอร์ด ประจำปี 2558 (The Prime Minister Industry Award 2015) รางวัลสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งมอบให้กับองค์กรที่มีระบบบริหารจัดการผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประเมินจากกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1.รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 1 รางวัล และ 2.รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 7 ประเภท อันได้แก่ 1.ประเภทการเพิ่มผลผลิต 2.ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 3.ประเภทการบริหารความปลอดภัย 4.ประเภทการบริหารงานคุณภาพ 5.ประเภทการจัดการพลังงาน 6.ประเภทการจัดการโลจิสติกส์ และ 7.ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมเข้ารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นต้นแบบในการสร้างแรงกระตุ้น ให้กับสถานประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เดินหน้าพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวมจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะการมุ่งเป้าเจาะตลาดใน 10 ประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ซึ่งมีประชากรรวมกันทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านคน มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมกันสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 62 ล้านล้านบาท โดยจีดีพีของประเทศไทยอยู่ที่ 11 ล้านล้านบาท ซึ่งร้อยละ 60 ของจีดีพี หรือกว่า 7 ล้านล้านบาท มาจากการส่งออก โดยตลาดอาเซียนมีมูลค่าสูงสุดคือ ร้อยละ 25

ดังนั้นหากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยสามารถพัฒนายกระดับขีดความสามารถได้ครบ 7 องค์ประกอบข้างต้น คือ 1.การเพิ่มผลผลิต โดยการเพิ่มจำนวนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมเพื่อเพิ่มรายได้เข้าสู่บริษัท 2.การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการลดผลกระทบสู่สิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชม ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 3.การบริหารความปลอดภัย โดยการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานให้ดีขึ้น 4.การบริหารงานคุณภาพ โดยการยกระดับขีดความสามารถในการบริหารงาน การจัดการ และการผลิต 5.การจัดการพลังงาน โดยการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากที่สุดเพื่อสนองนโยบายรัฐและลดต้นทุนการผลิต 6.การจัดการโลจิสติกส์ โดยการจัดการระบบขนส่งไปถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วเพื่อความได้เปรียบทางการค้า และ7.การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการพัฒนาผู้ประกอบการในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน ในภาพรวมจะสามารถช่วยยกระดับจีดีพีภาคการผลิตไทยให้สูงขึ้นได้

  1. การเพิ่มผลผลิต โดยการเพิ่มจำนวนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้เข้าสู่บริษัท
  2. การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการลดผลกระทบสู่สิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชม เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
  3. การบริหารความปลอดภัย โดยการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การบริหารงานคุณภาพ โดยการยกระดับขีดความสามารถในการบริหารงาน การจัดการ และการผลิต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ
  5. การจัดการพลังงาน โดยการใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งไม่เพียงช่วยประเทศชาติลดใช้พลังงานตามนโยบายรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลดต้นทุนในการผลิตให้น้อยลง
  6. การจัดการโลจิสติกส์ โดยการจัดการระบบขนส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างจุดแข็งและความได้เปรียบในทางการค้า
  7. การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการพัฒนาให้ผู้ประกอบการมีความรอบรู้ในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ทั้งการเป็นผู้นำ มีการวางแผนการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ มีการบริหารการตลาด การบริหารทรัพยากรบุคคล การบัญชีและการเงิน เทคโนโลยีและสารสนเทศ และมีธรรมาภิบาล
  8. สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2558 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.dip.go.th และจัดส่งใบสมัครมายัง ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักบริหารกลาง ชั้น 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 หรืออุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1-11 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/pmindustryaward