“ถ้าจ่ายค่าทริปล่วงหน้าไปแล้วสองเดือน พอถึงวันเดินทางก็เหมือนทริปนี้แทบไม่เสียเงิน”

“กระเป๋าใบละหมื่นบาท ใช้ 100 วัน ตกวันละร้อยถือว่าคุ้ม” 

เหตุผลลักษณะนี้ถูกแชร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนโซเชียลมีเดีย ภายใต้คำว่า Girl Math (เกิร์ลแมธ) เทรนด์ไวรัลที่ล้อเลียนการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เพื่อทำให้การใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น “ดูไม่รู้สึกผิด”

แม้จะฟังดูขำๆ แต่เมื่อเหตุผลแบบ Gril Math ถูกใช้บ่อยขึ้น การใช้เงินเกินงบหรือแผนที่วางไว้ ก็อาจค่อยๆ กลายเป็นเรื่องปกติ และกัดกร่อนวินัยทางการเงินโดยไม่รู้ตัว

ทำไมเทรนด์ Girl Math ถึงโดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z

เทรนด์ Girl Math โดนใจคน Gen Z เพราะสะท้อนชีวิตจริงของผู้ที่ต้องเผชิญค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายประจำวัน ขณะที่รายได้เริ่มต้นยังเติบโตไม่ทันสถานการณ์ การตีความค่าใช้จ่ายให้ “รู้สึกคุ้ม” จึงเป็นวิธีหนึ่งในการประคองคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน การเสพภาพการใช้ชีวิต การท่องเที่ยว และการบริโภคของผู้อื่นบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง ยังกระตุ้นการเปรียบเทียบและความรู้สึกว่าตนอาจพลาดโอกาสหรือไม่ทันกระแสสังคม ส่งผลให้การใช้เงินเพื่อให้รางวัลตัวเองถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

ในบริบทนี้ Girl Math จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน “ภาษาปลอบใจ” ทางการเงิน ช่วยให้การตัดสินใจจับจ่ายรู้สึกดีขึ้นในเชิงอารมณ์ แม้จะไม่ได้ช่วยให้ฐานะการเงินดีขึ้นในเชิงตัวเลขก็ตาม

ผลกระทบต่อผู้บริโภคไทย: เสี่ยงอะไรถ้าปล่อยให้ความรู้สึกนำตัวเลข

1.แผนการเงินรวนโดยไม่รู้ตัว ค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่ถูกทำให้ดูเล็กลงสะสมเป็นก้อนใหญ่ สิ้นเดือนเงินออมหาย

2.ภาระผ่อนจ่ายยืดยาว มองยอดผ่อนต่อเดือนแทนยอดรวม ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นกับสินค้าที่ไม่จำเป็น

3.ความเครียดทางการเงินแฝง แม้จะรู้สึก “คุ้ม” ตอนซื้อ แต่ต้องแลกกับความตึงมือระหว่างเดือน

4.ใช้บัตรผิดจังหวะ เห็นโปรโมชั่นแล้วรีบใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด โดยไม่คิดรอบชำระ กลายเป็นเสียค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยโดยไม่ตั้งใจ

5.เป้าหมายระยะยาวเลื่อนไปเรื่อย เงินลงทุนหรือเงินสำรองฉุกเฉินถูกเบียดด้วยการจับจ่ายเพื่อความสบายใจระยะสั้น

มุมมองเคทีซี: จุดเริ่มของวินัย คือ “การรู้ตัว”

“เคทีซี” มองว่า การเงินที่ดีไม่ใช่การ “ห้ามใช้” แต่คือการ “ใช้แบบรู้ตัว” ว่าจ่ายไปกับอะไร? ทำไมจ่าย? และจ่ายได้เท่าไร? โดยยังชำระคืนได้ตรงเวลา หลักง่ายๆ ที่ผู้ถือบัตรเครดิตควรนึกถึงเสมอคือใช้เท่าที่จำเป็นและชำระเต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงินที่ไม่จำเป็น

4 วิธีชนะ Girl Math โดยไม่ต้องเลิกมีความสุข

6.ตั้งงบความสุขแบบ “อนุญาตตัวเองได้”
กันงบเล็กๆ รายเดือนสำหรับของที่อยากได้ ถ้าเกินงบให้ “รอรอบหน้า” แทนการหาเหตุผลเพิ่

7.คิดเป็น “ต้นทุนเวลาชีวิต” ไม่ใช่แค่ราคา
ถามตัวเองว่า ต้องทำงานกี่ชั่วโมง เพื่อจ่ายซื้อสิ่งนี้ ยังคุ้มอยู่ไหม?

8.ติดตามรายจ่ายแบบเรียลไทม์
ใช้แอปพลิเคชั่นหรือสรุปรายการบัตรเครดิตเพื่อเห็นพฤติกรรมจริง ลดพื้นที่ของการให้เหตุผลปลอบใจ

9.ซื้อด้วยแผน ชำระด้วยวินัย
วางแผนรายจ่ายล่วงหน้า เช่น ทริปหรือเทศกาลช้อปต่างๆ และตั้งเตือนชำระเต็มจำนวนทุกงวด

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ 30 วินาที

  • ถ้าไม่มีโปรโมชั่นนี้ วันนี้ เรายัง “อยากได้จริง” ไหม?
  • ถ้าต้องจ่ายเงินสดทันที ยัง “ยอมจ่าย” ไหม?
  • ของนี้ “ใช้เกิน 30 ครั้ง” ใน 3 เดือนแรกได้จริงหรือเปล่า?
  • การซื้อครั้งนี้ทำให้ “ชำระเต็มจำนวน” งวดหน้าได้ไหม?

Girl Math ทำให้การจับจ่าย “รู้สึกคุ้ม” แต่ตัวเลขจริงอาจเล่าอีกเรื่องหนึ่ง การกลับมามองเห็นพฤติกรรมใช้เงินของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา คือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด เคทีซีเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องเลิกมีความสุข เพียงแค่ใช้เงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต และชำระคืนตามวินัย ก็เพียงพอที่จะสร้างอิสระทางการเงินใน.ระยะยาว


ที่มา : เคทีซี