กลายเป็นข่าวใหญ่ทั้งในทางธุรกิจ วงการสื่อ และอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีประเด็นให้ติดตาม วิเคราะห์ และกล่าวถึงอย่างมากมาย สำหรับการขับเคี่ยวเพื่อซื้อกิจการ Warner ระหว่าง Netflix และ Paramount ซึ่งในที่สุดฝ่ายหลังพลิกขึ้นมาชนะ
Paramount กำลังจะได้ Warner ไปอยู่ใต้ชายคา หลังบอร์ดบริหารรับดีลซื้อกิจการที่มูลค่า 111,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน
เริ่มจากเกิดแพลตฟอร์มคอนเทนต์ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ในตลาด ถัดจาก 3 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix, Disney+ และ Prime Video ซึ่งมาจากการรวมกันของ Paramount+ และ HBO Max
โดยผู้ชมจะสามารถเข้าถึงซีรีส์ดังในยุคนี้อย่าง The Pitt ไปจนถึงภาพยนตร์คลาสสิกขึ้นหิ้งอย่าง Casablanca และซีรีส์ที่ยังถูกกล่าวถึงอย่าง Star Trek, Friends และ The Sopranos ได้ภายใต้บัญชีสมาชิกเพียงรายเดียว
แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าในระยะสั้นอาจมีการทำโปรโมชันราคาพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกเดิมทั้งสองแห่ง แต่ในระยะยาว Paramount ย่อมมีอำนาจในการกำหนดราคาที่สูงขึ้นตามความเข้มแข็งของคอนเทนต์ ซึ่งในที่สุดจะทำให้ค่าบริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายเดือนของผู้ชมทั่วโลกเพิ่มขึ้น แม้ Netflix ในฐานะเบอร์ใหญ่สุดของตลาดจะกำหนดเพดานไม่ให้แพงเกินไปก็ตาม

สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดีลนี้เปรียบเสมือนลมหายใจใหม่ของโรงภาพยนตร์ เนื่องจากทั้ง Paramount และ Warner ยังคงให้ความสำคัญกับรายได้จากการขายตั๋ว (Box Office) ซึ่งแตกต่างจากโมเดลของ Netflix ที่เน้นการนำหนังลงสตรีมมิ่งทันที ดังนั้นการคงอยู่ของสตูดิโอเหล่านี้จะช่วยชะลอการลดลงของจำนวนคนเข้าโรงหนังได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม การควบรวมย่อมมาพร้อมกับ “ภาระหนี้” มหาศาลและการตัดลดค่าใช้จ่าย (Cost-cutting) ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ จำนวนหนังที่จะถูกสร้างและเข้าโรงในแต่ละปีลดน้อยลง เหมือนกับกรณีที่ Disney เข้าซื้อกิจการ Fox ที่ทำให้ความหลากหลายของผลงานลดลงตามไปด้วย
ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่จะเกิดขึ้นและคงถูกจับตามองมากที่สุดคือกรณีของ CNN เมื่อต้องมาอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูล แอลลิสัน ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับทำเนียบขาวและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการของสำนักข่าวแห่งนี้ที่สร้างชื่อมาจากรายงานข่าวสดทางโทรทัศน์ และเป็นที่รู้กันว่าวิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาตลอดจึงเกิดขึ้นทันที
มีกระแสข่าวว่า CNN อาจ “เชื่องลง” โดยคงถูกปรับลดเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลลง หรือแม้แต่การปลดผู้ดำเนินรายการที่เคยมีจุดยืนตรงข้ามกับทรัมป์ออกไป เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ สัมปทานจากภาครัฐ และรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างตระกูลแอลลิสันกับทรัมป์เอาไว้ ซึ่งประเด็นนี้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความแข็งแกร่งของระบบตรวจสอบและประชาธิปไตยในสหรัฐฯ

การฮุบ Warner ของ Paramount คือภาพสะท้อนของการดิ้นรนเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในยุคที่พฤติกรรมการดูคอนเทนต์ของผู้คนเปลี่ยนไป โดยชัยชนะของ Paramount เหนือ Netflix อาจทำให้เกิดการผูกขาดและการแทรกแซงทางความคิด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือการรวมพลังของ “ค่ายคอนเทนต์พรีเมียม” ให้ยังคงอยู่รอดต่อไปได้ท่ามกลางพายุการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน ที่นอกจากแต่ละแพลตฟอร์มต้องสู้กันเองแล้ว ยังต้องสู้กับ YouTube แพลตฟอร์มคลังวิดีโอและ “สถานีโทรทัศน์” ฮิตที่สุดในโลกของยุคนี้อีกด้วย / bbc
