แกร็บ ประเทศไทย ประกาศโรดแมปการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมายโดยรักษาสมดุลของอีโคซิสเต็ม กลยุทธ์หลักยังคงเดินหน้าด้วย Barbell Strategy 2.0 เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่มแมสและพรีเมียมอย่างครอบคลุม ท่ามกลางมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 ที่พุ่งสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท

ในรอบปีที่ผ่านมา แกร็บประสบความสำเร็จอย่างมากจากการขยายบริการกลุ่มราคาย่อมเยาอย่าง SAVER ที่มียอดการใช้งานเติบโตกว่า 250% ขณะเดียวกันก็สามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มลักชัวรีผ่านการเปิดตัว GrabExecutive และขับเคลื่อนธุรกิจ Grab for Business ให้เติบโตขึ้นถึง 45% โดยยังคงรักษาความเป็นผู้นำทั้งในตลาดการเดินทางและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยได้อย่างเหนียวแน่น

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทิศทางในปี 2569 จะมุ่งเน้น 3 มิติหลัก คือการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมความยั่งยืนเชิงบวกต่อสังคม และการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ โดยแกร็บพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ด้านอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในไทยมีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมียอดสั่งซื้อจากกลุ่มชาวต่างชาติ (Expat) เติบโตโดดเด่นกว่า 60% จากการที่รุกทำการตลาดอย่างหนัก หลังการถอนตัวของผู้เล่นในตลาดเดลิเวอรีบางราย นอกจากนี้ แกร็บยังสามารถสร้างการเติบโตให้กับพาร์ทเนอร์ร้านค้าอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “อรทัย ซูซิวังหลัง” ที่สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดถึง 1.64 ล้านบาทในช่วงโครงการคนละครึ่งพลัส

ไฮไลท์สำคัญของปีนี้คือ การเปิดตัว “Grab Quick Cash” สินเชื่อเงินสดวงเงินสูงสุด 20,000 บาท ผ่อนจ่ายได้นาน 6 เดือน ซึ่งจะเริ่มให้บริการในเดือนเมษายน 2569 ความน่าสนใจอยู่ที่การเจาะกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สลิปเงินเดือนหรือเอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิม แกร็บจะใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานบนแอปพลิเคชันเป็นเกณฑ์ประเมินเครดิต เช่น ความถี่ในการเดินทาง การเดินทางไปต่างประเทศ และพฤติกรรมการจ่ายเงิน เพื่อพิจารณาสิทธิในการเข้าถึงสินเชื่อให้กับผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

นอกจากนี้ ในส่วนของบริการการเดินทาง แกร็บได้เปิดตัวฟีเจอร์ “Group Ride” อย่างเป็นทางการในวันนี้ เพื่อตอบโจทย์การเดินทางเป็นกลุ่มที่สามารถแชร์ค่าโดยสารร่วมกันได้ทันที โดยในอนาคตมีแผนพัฒนาให้ระบบสามารถคำนวณราคาตามระยะทางจริงสำหรับผู้ที่ลงรถคนละจุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ลงรถก่อนจ่ายค่าบริการในราคาที่ประหยัดกว่าตามการใช้งานจริง

ในการก้าวต่อไป แกร็บยังคงยึดมั่นในพันธกิจ GrabForGood ผ่านการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Grab EV) และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาคีเครือข่าย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมทางอาหารของไทย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง