จากวิกฤตการสู้รบในตะวันออกกลางที่กระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพ รัฐบาลของแต่ละประเทศต่างหาทางช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน

นิวซีแลนด์ได้ออกมาตรการ “แจกเงินสดช่วยค่าน้ำมัน” ให้แก่ประชาชนเป็นประเทศแรกในโลก นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล และสหรัฐฯ บานปลายจนเป็นสงครามเมื่อเกือบ 1 เดือนก่อน

นายกรัฐมนตรี คริสโตเฟอร์ ลักซอน และรัฐมนตรีคลัง นิโคลา วิลลิส ของนิวซีแลนด์ กล่าวในระหว่างแถลงการณ์ร่วมกันว่า แผนช่วยเหลือครั้งนี้จะเน้นไปที่ครอบครัวชนชั้นกลางรายได้น้อยที่ติดอยู่ตรงกลาง (Squeezed Middle) คือมีรายได้เกินเกณฑ์ที่จะได้รับสวัสดิการความยากจนจากรัฐ แต่ก็ไม่ได้มีฐานะดีมาก พร้อมกันนี้ยังมีบุตร รายได้จึงไม่เพียงพอที่จะแบกรับภาระค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

ตามการประเมินของรัฐบาลจะมีกลุ่มที่อยู่ในข่ายนี้ประมาณ 143,000 ครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือสัปดาห์ละ 50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 1,100 บาท) ผ่านระบบเครดิตภาษีสำหรับผู้ทำงาน (In-work tax credit)

นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 14,000 ครอบครัวที่มีรายได้สูงขึ้นมาอีกนิดแต่ยังอยู่ในข่ายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน แต่จำนวนเงินช่วยเหลือที่ได้จะลดหลั่นลงมา

รัฐบาลนิวซีแลนด์เชื่อว่าเงินจำนวนนี้เปรียบเสมือนท่อออกซิเจนที่ช่วยให้ประชาชนมีเงินเหลือไปจ่ายค่าครองชีพอื่น ๆ ที่ถูกราคาน้ำมันซึ่งแพงขึ้นกัดกินไป

มาตรการนี้จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้ โดยจะต่อเนื่องไป 1 ปีเต็ม หรือเมื่อราคาน้ำมันประเภทออกเทน 91 ลดลงต่ำกว่า 3 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 57 บาท) ต่อลิตร ติดต่อกันนาน 4 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันในนิวซีแลนด์ได้ทะลุเพดานดังกล่าวไปแล้ว

ท่ามกลางรายงานว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งเริ่มขาดแคลนหรือถึงขั้นน้ำมันหมด เนื่องจากประชาชนพากันแตกตื่นไปกักตุนน้ำมัน โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์มีคลังน้ำมันสำรอง (น้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน) รวมกันเหลือใช้ได้เพียงประมาณ 46 วัน

รัฐบาลมั่นใจว่านี่คือวิธีที่ตรงจุดที่สุด เพราะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและสร้างเกราะกำบังทางการเงินให้ประชาชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และนิวซีแลนด์ได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น ๆ เนื่องจากเป็นประเทศเกาะห่างไกลและพึ่งพาการนำเข้าอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเศรษฐกิจก็ยังเปราะบางและมีแนวโน้มที่จะทรุดลงไปอีกจากปัญหาราคาพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่านโยบายนี้มองข้ามกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม เนื่องจากเงินช่วยเหลือกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ที่มีรายได้จากการจ้างงานเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้กลุ่มผู้รับสวัสดิการรัฐ ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว หรือแม้แต่ผู้ดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีรายได้ประจำ ถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับวิกฤตเพียงลำพัง ทั้งที่ในความเป็นจริงก็เดือดร้อนเหมือนกัน

การแจกเงินช่วยค่าน้ำมันของนิวซีแลนด์ คือการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการประคองกำลังซื้อของชนชั้นกลางที่เป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ แม้เป็นมาตรการที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความทั่วถึงและความเป็นธรรมต่อกลุ่มคนชายขอบ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาที่ตรงไปตรงมาและจับต้องได้ในยามที่กลไกราคาตลาดโลกไม่สามารถควบคุมได้

ทั้งนี้ มาตรการแจกเงินเยียวยานาน 1 ปีของนิวซีแลนด์ มีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลบางประเทศเริ่มใช้มาตรการภายใต้กรอบเวลาเดียวกันเพื่อรับมือกับวิกฤต 

ฟิลิปปินส์เพิ่งประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านพลังงานนาน 1 ปี เช่น การให้เจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนและฉวยโอกาสทำกำไรจากน้ำมันที่แพงขึ้น รวมไปถึงให้อำนาจรัฐบาลการจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อทำสัญญาจัดซื้อเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าฟิลิปปินส์จะมีพลังงานสำรองที่เพียงพอ ท่ามกลางสถานการณ์การขนส่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันทั่วโลกที่กำลังปั่นป่วนจากสงคราม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังได้สั่งลดวันทำงานลงเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ และกำชับโรงเรียนทั่วประเทศให้จัดพิธีจบการศึกษาในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้แบบประหยัด เพื่อช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย / theguardian