วันร้านหนังสืออิสระสากล (Independent Bookstore Day) ตรงกับวันเสาร์สุดท้ายของเดือนเมษายนทุกปี ในปี 2026 ก็คือวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา
วันร้านหนังสืออิสระสากล จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองร้านหนังสือขนาดเล็กที่ไม่ใช่ร้านเชนสโตร์ขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมการอ่าน ชุมชนคนรักหนังสือ และร้านหนังสืออิสระ
ตลาด ‘ร้านหนังสืออิสระ’ ในไทย หากย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน เคยมีจำนวนสูงถึงราว 2,400 ร้านทั่วประเทศ อ้างอิง PUBAT เพราะในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่กระจาย และเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หากต้องการหาความรู้ ต้องไปที่ห้องสมุด, ร้านหนังสือ หรือเปิดพจนานุกรมเป็นหลัก
อีกทั้งร้านหนังสืออิสระตามชุมชน ยังวางตัวเป็นแหล่งรวมตัวสำคัญของหนอนหนังสือ ที่จะนำหนังสือปกใหม่ ๆ มาเรียงรายบนชั้นให้คนมาเลือกซื้อเพื่อนำไปเปิดอ่าน สูดกลิ่นกระดาษ และพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกับเจ้าของร้าน
แต่มาในช่วงไม่กี่ปีหลัง ความนิยมของการซื้อหนังสือผ่านหน้าร้านได้รับผลกระทบชัดเจน จากการเข้ามาของดิจิทัล ดิสรัปชัน ซึ่งพฤติกรรมการอ่านเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการใช้งานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊ก รวมถึงการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มร้านหนังสือออนไลน์ของสำนักพิมพ์โดยตรงมากขึ้น
ท่ามกลางความสะดวกรวดเร็วของการซื้อหนังสือในยุคดิจิทัล ร้านหนังสืออิสระกลายเป็นการแสดงถึงความตั้งใจในการเสพสุนทรียภาพที่มากกว่าการกดสั่งซื้อบนหน้าจอ โดยเฉพาะกลุ่มนักอ่านดั้งเดิมที่ถึงแม้จะเริ่มคุ้นชินกับการใช้อีบุ๊ก แต่ก็ยังคงรักษาการไปอุดหนุนหน้าร้านเพื่อสัมผัสกระดาษและรูปเล่มจริง
ขณะที่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองการไปร้านหนังสืออิสระเป็นเรื่องของการสะท้อนไลฟ์สไตล์อย่างมีรสนิยม มีการเลือกซื้อหนังสือเฉพาะทางและใช้เวลาซึมซับบรรยากาศตามร้านคราฟต์บุ๊กสโตร์กัน
ส่วนกลุ่มชุมชนและคนในย่านที่ต้องการรักษาพื้นที่สาธารณะสร้างสรรค์ ก็ยังนิยมใช้ร้านหนังสือเป็นแหล่งพบปะและจัดกิจกรรม
ส่งผลให้ร้านหนังสืออิสระ กลายเป็นธุรกิจกลุ่ม Niche Market ที่คนยอมจ่ายและสละเวลาเดินทางไปเพื่อสัมผัส ‘ประสบการณ์’ มากขึ้น
ทั้งนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคดิจิทัล ดิสรัปชัน ส่งผลให้ตลาดร้านหนังสืออิสระได้รับผลกระทบด้านรายได้ที่ชัดเจน หลายแห่งต้องปิดตัวลง เช่นเดียวกับเซกเมนต์อื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ แม้จะเดินหน้าปรับตัวกันเต็มที่
ในประเทศไทย หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านหนังสือ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าจำนวนร้านหนังสืออิสระเผชิญกับความผันผวนและบททดสอบอย่างหนักหน่วง
โดยในช่วงวิกฤตโรคระบาดและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวบีบบังคับให้หน้าร้านชุมชนหลายแห่งขาดสภาพคล่องจนต้องทยอยปิดตัวลง หรือจำใจลดสเกลไปพึ่งพาช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว ก่อนที่ตลาดร้านหนังสืออิสระจะเริ่มสลัดความบอบช้ำและกลับมาทรงตัวได้อีกครั้งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันนี้ ไทยมีร้านหนังสือรวมทั้งกลุ่มเชนสโตร์และร้านอิสระอยู่ประมาณ 300 ร้านทั่วประเทศ แต่เมื่อโฟกัสเฉพาะตลาดร้านหนังสืออิสระ จะพบว่ามีตัวเลขยืนหยัดกระจายตัวอยู่ราว 150 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นร้านที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT – The Publishers and Booksellers Association of Thailand) ประมาณ 33 ร้าน
ทั้งนี้ อินไซต์พฤติกรรมความภักดีต่อร้านหนังสือ (Store Loyalty) ของนักอ่านไทย พิจารณาค่าเฉลี่ยจากผู้ตอบแบบสอบถามนักอ่านอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในไทย จำนวน 1,180 คนทั่วประเทศ ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2024 – 20 ม.ค. 2025 ซึ่งจัดทำโดย PUBAT
กลุ่มที่ไม่มีร้านหนังสือประจำ มีสัดส่วน 61.27% ของผู้ตอบแบบสอบถาม
กลุ่มที่มีร้านหนังสือประจำ มีสัดส่วน 38.73%
ปัจจัยหลักในการเลือกร้าน คือมีหนังสือให้เลือกมาก เดินทางสะดวก และบริการรวดเร็ว
ซึ่งพฤติกรรมของนักอ่านไทยในปัจจุบัน ส่งผลให้ทิศทางการปรับตัวทางธุรกิจของร้านหนังสืออิสระในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องลดการพึ่งพาการขายหนังสือเพียงอย่างเดียว หันมาสร้างโมเดลธุรกิจที่เน้นการเป็นพื้นที่ประสบการณ์ภายในร้านอย่างเต็มตัว และโฟกัสการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการจัดกิจกรรมเสวนาหรือเวิร์กชอป
ร้านหนังสืออิสระ ยังขยายพอร์ตสินค้าและบริการให้ครอบคลุมความต้องการใช้งานของลูกค้าได้มากขึ้น ไม่เพียงเน้นขายแต่หนังสือ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดโซนคาเฟ่ มุมนั่งอ่านหนังสือ หรือการนำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่หนังสือเข้ามาวางจำหน่าย โดยใช้จุดแข็งจากการมีคอนเซปต์เฉพาะตัวให้เข้ากับชุมชนในพื้นที่ รวมถึงการปรับตัวเป็นสเปเชียลบุ๊กสโตร์ เจาะกลุ่มคนอ่านเฉพาะทางและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ทำให้สินค้าและบริการมีความหลากหลาย
ทั้งย่านที่ถือว่าเป็นกลุ่มชมชนร้านหนังสืออิสระในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน ก็มีการตั้งอยู่ในทำเลที่มีเอกลักษณ์ อย่างย่านเมืองเก่าในเขตพระนคร ทำให้ร้านหนังสืออิสระสามารถผสานตัวเข้ากับเสน่ห์ทางวัฒนธรรม
ซึ่งก็ได้มีการรวมตัวสร้างแพลตฟอร์ม BKK Book District ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างกลุ่มร้านหนังสืออิสระ สำนักพิมพ์ และภาคีเครือข่ายภาครัฐอย่าง CEA, OKMD, PUBAT และกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับย่านร้านหนังสือเก่าในเขตพระนคร ครอบคลุมโซนต่าง ๆ ในย่าน อย่างเช่น ผ่านฟ้า วังบูรพา และเฟื่องนคร ให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการชวนนักอ่านสำรวจประวัติศาสตร์ย่านการพิมพ์เก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างจากร้านหนังสือตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ทำให้วงการร้านหนังสืออิสระ สามารถกลับมาสร้างความคึกคักได้อีกครั้งในช่วงหนึ่งถือสองปีนี้ มาจากการหันไปให้ความสำคัญกับการรวมพลังเครือข่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันจัดงาน สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกลับมาในรอบ 6 ปี โดยให้แต่ละร้านจัดกิจกรรมในพื้นที่ของตนเอง เพื่อดึงดูดนักอ่านให้กลับเข้าสู่หน้าร้าน
ส่วนงานหนังสือใหญ่ระดับชาติในไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลักของทุกปี ได้แก่ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน และ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี
งานหนังสือเหล่านี้ นอกจากจะเป็นศูนย์กลางรายได้มหาศาลและดึงดูดนักอ่านจำนวนมาก ยังทำหน้าที่เป็นผู้นำเทรนด์ในการสร้างกระแสให้หนังสือหลายปกเป็นที่รู้จัก ก่อนจะได้รับการต่อยอดไปวางขายและสร้างรายได้ให้กับร้านหนังสืออิสระตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป
