ตลาดธุรกิจตู้ถ่ายรูป หรือ Photobooth (โฟโต้บูธ) ในประเทศไทยปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งกันด้วยความคมชัดของกล้องอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับสู่สงครามแห่งประสบการณ์ การสร้างพื้นที่ป๊อปอัปสเปซ และการชิงพื้นที่บนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียของผู้บริโภค
เพราะลำพังแค่การถ่ายรูปให้สวย สมาร์ตโฟนในมือก็สามารถทำได้ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ยอมจ่ายเงิน 150 – 200 บาทต่อครั้ง เพื่อแลกกับ “ประสบการณ์ที่จับต้องได้” ความสนุกในการโพสท่าแข่งกับเวลาจำกัด และที่สำคัญคือ การได้ไฟล์ภาพดิจิทัลและ GIF เพื่อนำไปแบ่งปันบนโลกออนไลน์
กลุ่ม Gen Z ไม่ได้มองโฟโต้บูธ เป็นแค่ “รูปถ่าย” แต่มองเป็น “กิจกรรม” ชนิดหนึ่งเมื่อไปแฮงก์เอาต์กับคนพิเศษ การยอมจ่ายเงินหลักร้อยบาท คือการซื้อโมเมนต์ความตื่นเต้นในเวลา 10 วินาทีที่ต้องรีบเปลี่ยนท่าทาง และรูปฟิสิคัลที่ปรินต์ออกมาก็เปรียบเสมือนของสะสม
ปัจจุบันมีการคาดการณ์มูลค่าตลาดโฟโต้บูธ และธุรกิจถ่ายภาพตู้ด่วนในไทยว่ามีมูลค่าอยู่ที่ราวกว่า 1,000 ล้านบาท จากการประเมินว่าทั่วประเทศมีตู้ถ่ายรูปตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า 500 – 1,000 ตู้ โดยมีรายได้ขั้นต่ำตู้ละ 1,000 – 2,000 บาทต่อวัน และเมื่อรวมกับตลาดเช่าตู้ถ่ายรูปสำหรับงานอีเวนต์ ซึ่งมีราคาเช่า 10,000 – 20,000 บาทขึ้นไปต่องาน ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินสะพัดในตลาดนี้

| ตลาดตู้ถ่ายรูปไทยโตพันล้านบาท
เพราะ Gen Z ยอมจ่ายเพื่อ ‘ความทรงจำที่จับต้องได้’ |
|||
| แบรนด์ | สัญชาติ | จุดตั้งตู้ถ่ายรูป | จุดเด่นหลัก |
| Sculpture Bangkok | ไทย | เริ่มปี 2019 / ปัจจุบันมี 15-20 จุดตามห้างชั้นนำ และแฟลกชิปสโตร์ที่สยามสแควร์ ซ. 3 | ตู้คอนเซปต์แปลกใหม่ เช่น ลิฟต์, ดอกไม้ และคอลแล็บส์กับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ |
| Flashback | ไทย | เริ่มปี 2020 / ปัจจุบันมี 10-15 จุดตามคอมมูนิตี้มอลล์ และรุกงานอีเวนต์ | กรอบรูปสีสันจัดจ้าน คอลแลบส์ศิลปินนักวาดไทย และบุกตลาดเช่าตู้อีเวนต์นอกสถานที่ |
| Daddy’s Stickerland | ไทย | เริ่มปี 2021 / ปัจจุบันมี 1-3 จุด เน้นตั้งเป็นโซนในร้านมัลติแบรนด์ของตัวเอง | สไตล์ Y2K สดใส แสงไฟออร่า มีลูกเล่นตกแต่งเฟรมด้วยสติกเกอร์ก่อนปรินต์ |
| Bunny Shoot Film | ไทย | เริ่มปี 2022 / ปัจจุบันมี 5-10 จุด กระจายตามคาเฟ่และแหล่งแฮงก์เอาต์ | โทนภาพวินเทจ / กล้องฟิล์ม กรอบรูปอาร์ต เจาะกลุ่มคนรักภาพโพลารอยด์ |
| Fotomood | ไทย | เริ่มปี 2023 / ชั้น 3 ร้าน FREAK สยามสแควร์ ซ. 7 และขยายตามห้างชั้นนำ | ลิขสิทธิ์แท้ Disney แบ่งห้องและพร็อพจัดเต็มตามธีมการ์ตูน เช่น Toy Story, Inside Out |
| Life Four Cuts | เกาหลีใต้ | เข้าไทยปี 2022 / ปัจจุบันมีกว่า 10 จุด ตามศูนย์การค้าชั้นนำ | มินิมอล แสงสวยหน้าเนียนสไตล์เกาหลี จุดแข็งคือกรอบรูปไอดอล K-Pop ถูกลิขสิทธิ์ |
| Photoism | เกาหลีใต้ | เข้าไทยปี 2023 / ปัจจุบันมีราว 10 จุด เน้นร้านใหญ่รองรับคิวแฟนคลับ | คอนเซปต์ “Artist Frame” จำลองการโพสถ่ายรูปคู่ชิดติดไอดอลเกาหลี |
| Haru Film | เกาหลีใต้ | เข้าไทยปี 2023 / ปัจจุบันมี 3-5 สาขา ร้านแฟลกชิปสโตร์สีน้ำเงินที่สยามสแควร์ | ซิกเนเจอร์ฉากหลังสีฟ้า และระบบจัดแสงให้ผิวเนียนเหมือนใส่ฟิลเตอร์ |
| ที่มา: Marketeer รวบรวม / พฤษภาคม 2026 | |||
ตลาดโฟโต้บูธในไทย โดยเฉพาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนโดยแบรนด์สัญชาติไทยที่นำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ ปะทะกับแบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้ที่เน้นความเรียบง่ายและพลังแฟนด้อม
กลุ่มแบรนด์สัญชาติไทยลงสนามด้วยคอนเซปต์สร้างสรรค์จากการมองว่า Gen Z ขี้เบื่อ จึงต้องอาศัยการเปลี่ยนธีมบ่อย ๆ และทำให้ตู้ถ่ายรูปกลายเป็นศิลปะจัดวางหรือจุดเช็กอินที่ต้องไป
Sculpture Bangkok (สคัลป์เจอร์ แบงคอก) แบรนด์สัญชาติไทยที่เริ่มแจ้งเกิดตู้แรกในปี 2019 ที่ร้านคาเฟ่ ‘h____dining’ สุขุมวิท 38 ปัจจุบันมีประมาณ 15 – 20 จุดตามศูนย์การค้าชั้นนำ และมีร้านแฟลกชิปสโตร์ที่สยามสแควร์ ซอย 3
แบรนด์นี้สามารถแจ้งเกิดจากการพลิกโฉมวงการด้วยการทำ “ตู้แปลก” ที่ฉีกกฎเดิม ๆ ด้วยกลยุทธ์ Space Experience อย่างตู้ถ่ายรูปในลิฟต์จำลอง บนเตียงนอน หรือมุมกล้องแบบกล้องวงจรปิด
Flashback (แฟลชแบค) แบรนด์ไทยที่เริ่มต้นในปี 2020 จากการตั้งตู้ในคาเฟ่และร้านมัลติแบรนด์ย่านสยามสแควร์ ปัจจุบันมีประมาณ 10 – 15 จุดตั้งอยู่ตามทำเลคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์
แบรนด์นี้เติบโตจากการปูพรมสาขาและชูจุดแข็งด้านการจับมือร่วมกับศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทย เน้นความสนุกผ่านการออกแบบกรอบรูปสีสันจัดจ้าน ควบคู่ไปกับการบุกตลาดตู้ถ่ายรูปให้เช่าสำหรับงานแต่งงานและอีเวนต์แบรนด์สินค้า
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ไทยที่น่าสนใจอย่าง ‘Daddy’s Stickerland’ (แด๊ดดี้ส์ สติกเกอร์แลนด์) ที่เริ่มตั้งตู้แรกในปี 2021 ภายในร้านมัลติแบรนด์ Daddy and the Muscle Academy (แด๊ดดี้ แอนด์ เดอะ มัสเซิล อะคาเดมี่) สยามสแควร์ ซอย 2 ปัจจุบันมี 1 – 3 จุดเน้นตั้งเป็นโซนพื้นที่ร้านของตัวเอง
ตู้ถ่ายรูปของแบรนด์ ชูความน่ารักสไตล์ Y2K มีลูกเล่นให้ตกแต่งเฟรมด้วยสติกเกอร์ก่อนพิมพ์ภาพออกมา และมีการจัดแสงไฟออร่าที่ถูกใจวัยรุ่น
รวมถึงแบรนด์ไทยอื่น ๆ อย่าง ‘Bunny Shoot Film’ (บันนี่ ชูต ฟิล์ม) ที่เริ่มจากตั้งตู้ในคอมมูนิตี้สเปซและคาเฟ่ในปี 2022 ปัจจุบันมีประมาณ 5 – 10 จุด ซึ่งแบรนด์นี้จะตอบโจทย์สายคลาสสิก เน้นโทนภาพที่มีกลิ่นอายย้อนยุค และกรอบรูปมีความเป็นศิลปะ เจาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบภาพรูปแบบกล้องฟิล์มหรือภาพถ่ายด่วนแบบโพลารอยด์
ไม่เพียงแค่นั้น ตลาดสัญชาติไทยยังต่อยอดความน่าสนใจด้วยการเจาะกลุ่มแฟนคลับผ่านกลยุทธ์ลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ระดับโลก อย่างตู้ถ่ายรูปลิขสิทธิ์ดิสนีย์ (Disney) ภายใต้แบรนด์ ‘Fotomood’ (โฟโต้มู้ด) ที่เริ่มเปิดให้บริการในปี 2023 บนชั้น 3 ของร้านมัลติแบรนด์แฟชั่น FREAK (ฟรีค) สยามสแควร์ ซอย 7 และขยายไปยังจุดอื่น ๆ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งดึงดูดสาวกดิสนีย์ด้วยการเนรมิตพื้นที่และแบ่งห้องถ่ายรูปให้เป็นธีมการ์ตูนเรื่องดัง เช่น Toy Story, Mickey Mouse, Disney Princess, Inside Out พร้อมพร็อพจัดเต็มทั้งหมวก ตุ๊กตา และที่คาดผม ในราคาที่เข้าถึงง่าย สร้างประสบการณ์ความสนุกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกดิสนีย์
ส่วนฝั่งแบรนด์สัญชาติเกาหลี เข้ามาตีตลาดด้วยการใช้ขุมพลังวัฒนธรรมป๊อปในประเทศ และตู้ถ่ายรูปที่ชูคุณภาพของแสงไฟ
Life Four Cuts – 인생네컷 (ไลฟ์ โฟร์ คัตส์) ต้นตำรับตู้ถ่ายรูป 4 ช็อตจากเกาหลีใต้ที่เข้ามาปลุกกระแสไปทั่วเอเชีย โดยสาขาแรกที่สร้างกระแสไวรัลตั้งอยู่ที่ย่านสยามสแควร์ในปี 2022 ปัจจุบันมีประมาณกว่า 10 จุด วางตัวอยู่ตามศูนย์การค้าชั้นนำ แบรนด์นี้ยึดพื้นที่ทำเลทองด้วยร้านที่สว่าง คลีน และมินิมอล มีจุดแข็งคือแสงแฟลชที่ถ่ายออกมาแล้วหน้าเนียนใสสไตล์เกาหลี และกรอบรูปศิลปิน K-Pop แบบถูกลิขสิทธิ์
และยังมีแบรนด์อย่าง ‘Photoism – 포토이즘’ (โฟโตอิซึม) ที่เข้ามาเปิดแฟลกชิปสโตร์สาขาแรกที่สยามสแควร์วันในปี 2023 ปัจจุบันมีประมาณ 5 – 10 จุด เน้นเปิดเป็นร้านขนาดใหญ่ในทำเลที่มีวัยรุ่นหนาแน่นเพื่อรองรับคิวแฟนคลับ แบรนด์นี้โดดเด่นด้วยกลยุทธ์แฟนด้อม มาร์เก็ตติ้ง ผ่านคอนเซปต์ “ถ่ายรูปคู่กับศิลปิน” ที่จำลองให้เหมือนมีไอดอลดาราเกาหลีระดับโลกมายืนโพสท่าอยู่ข้าง ๆ
Haru Film – 하루필름 (ฮารุฟิล์ม) แบรนด์ไวรัลจากเกาหลีที่เข้ามาในปี 2023 โดยมีสาขาแรกและเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 2 ปัจจุบันขยายไปประมาณ 3 – 5 สาขา เน้นเปิดเป็นร้านแฟลกชิปสีน้ำเงิน-ขาว จุดแข็งของแบรนด์นี้คือ “สีพื้นหลังสีฟ้าซิกเนเจอร์” และระบบจัดแสงขั้นเทพที่ทำให้ผิวหน้าดูเนียนใสไร้ที่ติประหนึ่งใช้แอปพลิเคชันแต่งภาพ
