นอกจากซูชิ ซาชิมิ และราเมงแล้ว ข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น ก็เป็นเมนูฮิตของ “แดนซามูไร” ที่ดังและคนทั่วโลกรู้จักดี แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเมนูนี้ต้องจมอยู่ในวิกฤตและสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น

ข้าวแกงกะหรี่เข้ามาในญี่ปุ่นช่วงต้นยุคเมจิ ราวปี 1868 ซึ่งญี่ปุ่นเดินหน้าปฏิรูปและเปิดประเทศ ส่งผลให้มีอาหารจากต่างชาติมากมายโดยเฉพาะจากประเทศตะวันตก หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า โยโชกุ เพิ่มเข้ามา
แต่ในช่วงแรก ข้าวแกงกะหรี่ ยังเป็นที่รู้จักเฉพาะชนชั้นสูง นักธุรกิจชั้นนำ นักการเมืองและนักการทูตของญี่ปุ่นที่ติดต่อกับชาวตะวันตกเท่านั้น
ในส่วนของรสชาติ มีการปรับให้รสชาติอ่อนลงอยู่แล้ว เพราะเป็นเวอร์ชันจากชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย หรือชาวอังกฤษที่ไปเกิดและโตในอินเดียซึ่ง ณ เวลานั้นยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
โดยยิ่งเมื่อเข้ามาในญี่ปุ่นที่กินอาหารรสอ่อนเป็นทุนเดิม ก็ยิ่งปรับความเผ็ดและเข้มข้นลงไปอีก เทียบไม่ได้เลยกับรสชาติเข้มข้นจากอินเดีย ประเทศต้นกำเนิดเมนูนี้

เวลาต่อมา ข้าวแกงกะหรี่ก็ค่อยๆถูกปรับให้ถูกปากชาวญี่ปุ่น จนเรียกกันว่าข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น และกระจายไปในส่วนต่างๆ ของสังคม รวมไปถึงกองทัพเรือ
มีเรื่องเล่าว่าข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเมนูหลักของทหารเรือญี่ปุ่น จากทั้งความอิ่มท้องและช่วยป้องกันโรคเหน็บชาจากการล่องเรืออยู่กลางทะเลนานๆ
ข้ามมาปี 1945 ข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น ขยับเข้ามาเป็นเมนูที่ชาวญี่ปุ่นทั่วไปทำกินเองในครอบครัว หลังมีการคิดค้นผงแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น

นี่ยังช่วยให้การขายในปริมาณมากๆ ในร้านอาหารมีความเป็นไปได้ จนเมนูนี้กลายเป็นหนึ่งในเมนูอิ่มราคาเบาที่ชาวญี่ปุ่นนึกถึงเสมอเมื่ออยากประหยัด
พอปี 2000 ข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นก็กลายเป็นเมนูฮิตระดับประเทศ ถึงขนาดที่แซงหน้าเมนูดังเมนูอื่นๆ อย่าง ซูชิ และเทมปูระ
ณ เวลาดังกล่าว เชนร้านข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นก็พากันขยายสาขา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เชนชื่อดังที่ต่อมาจะขยายสาขาไปอีกหลายประเทศ รวมถึงในไทยอย่าง Coco Ichibanya
อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่ปีมานี้ข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นต้องเผชิญวิกฤต ในปี 2024 เกิดปัญหาของแพง โดยทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ข้าวและผงแกงกะหรี่สำเร็จพากันปรับขึ้น จนราคาเฉลี่ยของเมนูนี้ต่อหนึ่งจานแพงขึ้นมา
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวญี่ปุ่นต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด จนการกินเมนูที่ถือว่าประหยัดมากอยู่แล้วอย่างข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นลดลง
ปีต่อมาสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยมีรายงานว่า ร้านข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นที่ล้มละลายจนต้องปิดกิจการมีเพิ่มขึ้น
ขณะที่ Coco Ichibanya เชนร้านอาหารดังของญี่ปุ่นที่ขายเมนูนี้เป็นหลักก็กำไรลดลงอย่างชัดเจน และลูกค้าที่เข้าร้านก็ลดลงด้วย
มาปี 2026 วิกฤตข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นก็ยิ่งแย่ลงไปอีก จากปัญหาข้าวของราคาแพง เพราะวิกฤตพลังงาน สืบเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปิดกั้นต่างชาติอย่างหนักของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบัน

นโยบายปิดกั้นต่างชาติอย่างหนักของนายกรัฐมนตรีหญิง ซานาเอะ ทากาอิจิ ส่งผลต่อทั้งชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของกิจการและพนักงานระดับล่าง ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่กระทบมากสุดคือร้านข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียใต้ โดยเฉพาะชาวเนปาล
มีการวิเคราะห์กันว่า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จำนวนร้านข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นในญี่ปุ่นที่ต้องปิดกิจการจะมีเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากปัจจัยลบที่กล่าวไปแล้ว การหาพนักงานที่ยากอยู่แล้วจะยากขึ้นไปอีก
เนื่องจากหากหาชาวต่างชาติที่ยินดีรับค่าจ้างน้อยมาทำงานยากขึ้น เจ้าของร้านอาจต้องหันไปจ้างกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาชาวญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนี้ก็คงไม่ทำงานอยู่นาน หรือผู้สูงวัย ที่ไม่แคล่วคล่องเหมือนคนหนุ่มสาว มาทำงานซึ่งค่าจ้างย่อมต้องแพงกว่าชาวต่างชาติ
ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ ราคาข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นที่เคยเป็นหนึ่งในเมนูราคาถูกสุดของชาวญี่ปุ่นมีแต่จะยิ่งแพงขึ้นๆ / theguardian, thestar, wikipedia, teipeitimes
