28 พฤษภาคม – วันแฮมเบอร์เกอร์สากล (International Burger Day) 

ตลาดแฮมเบอร์เกอร์ในไทย ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดแตะระดับ 9,500 – 10,000 ล้านบาทต่อปีมาอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นเพียงอาหารจานด่วน ที่เน้นความอิ่มและรวดเร็ว สู่การแข่งขันด้านการสร้างประสบการณ์ การจับมือกับวัฒนธรรมป๊อป และการรุกหนักของตลาดพรีเมียมคราฟต์เบอร์เกอร์

ตลาดแฮมเบอร์เกอร์ ยังถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 8.5% ต่อปี สอดคล้องไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพและวัตถุดิบที่พรีเมียมและมีความคราฟต์มากขึ้น

ในช่วงการขยายตัวของตลาด สาเหตุสำคัญมาจากการขับเคลื่อนของเชนร้านอาหารบริการด่วน (QSR – Quick Service Restaurant) ระดับโลก ที่คิดเป็นส่วนแบ่งก้อนใหญ่ของตลาด ผนวกกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่แม้โดยเฉลี่ยจะไม่ได้รับประทานเบอร์เกอร์เป็นอาหารหลักทุกวัน แต่แบรนด์เบอร์เกอร์ต่าง ๆ ก็แข่งขันกันเพื่อชิงพื้นที่กระเพาะอาหาร สร้างความแปลกใหม่ด้วยเมนูท้องถิ่น และแคมเปญการตลาดที่เรียกกระแสบนโลกโซเชียลอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ตลาดยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เน้นความสะดวกสบายขั้นสุด เช่น บริการสั่งและรับอาหารโดยไม่ต้องลงจากรถ และการขยายตลาดเข้าสู่ตู้แช่ในร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้แฮมเบอร์เกอร์ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบและเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อกระตุ้นตลาดอยู่เสมอ

การที่ตลาดแฮมเบอร์เกอร์คึกคักอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนสำคัญยังมาจากการที่แบรนด์ต่าง ๆ หันมาขับเคี่ยวกันด้วยคุณภาพ วัตถุดิบ และการตลาดเพื่อยกระดับแบรนด์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 

ผู้นำตลาดอย่าง ‘แมคโดนัลด์’ เลือกใช้กลยุทธ์การนำเสนอชุดอาหารราคาสุดคุ้มที่ให้อิ่มอร่อยในราคาจับต้องได้ ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดระดับโลกเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

ในขณะที่ ‘เบอร์เกอร์คิง’ เดินหน้าทลายข้อจำกัดด้วยการทำแคมเปญคอลแล็บส์ ข้ามสายพันธุ์ และการทำเมนูลิมิเต็ดที่เล่นกับกระแสโซเชียลเพื่อสร้างพื้นที่สื่อและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่

ส่วนทางด้าน ‘เชค แช็ค’ ก็ยังคงเดินหน้าวางตำแหน่งร้านอยู่ในทำเลทองเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าฟาสต์ฟู้ดทั่วไป

อีกหนึ่งผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือ ‘มอส เบอร์เกอร์’ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ฉีกกรอบฟาสต์ฟู้ดตะวันตกด้วยการชูจุดขายเบอร์เกอร์สไตล์คราฟต์ที่ทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น พร้อมเสิร์ฟรสชาติแบบเอเชียผ่านเมนูซิกเนเจอร์อย่างไรซ์เบอร์เกอร์ โดยภายใต้การบริหารของกลุ่มร่วมทุน แบรนด์ได้เร่งเครื่องขยายสาขาและรุกตลาดเดลิเวอรี เพื่อเป็นทางเลือกหลักสำหรับกลุ่มที่มองหาคุณภาพและรสชาติสไตล์ญี่ปุ่น

ทางด้าน ‘เคเอฟซี’ แม้จะเป็นเจ้าตลาดไก่ทอดที่มีมูลค่ารวมสูงกว่า 31,000 ล้านบาท แต่ก็ถือเป็นผู้เล่นทรงอิทธิพลที่เข้ามากินส่วนแบ่งในตลาดเบอร์เกอร์ไก่อย่างมหาศาล โดยไม่ได้สู้ด้วยเนื้อวัว แต่เลือกใช้ซิงเกอร์เบอร์เกอร์ ไก่ทอดกรอบรสจัดจ้านเป็นอาวุธหลัก ผสานกับความได้เปรียบของการมีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมมากที่สุดในไทย ทำให้สามารถเจาะลึกเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่

International Burger Day 

ตลาดแฮมเบอร์เกอร์ไทย 10,000 ล้านบาท จากมื้อด่วนถึงไลฟ์สไตล์อีทติ้ง

แบรนด์หลักในตลาด ตำแหน่งในตลาด จำนวนสาขาโดยประมาณ คอนเซปต์และจุดเด่นหลัก บริษัทผู้บริหารสิทธิ์ในไทย
McDonald’s

(แมคโดนัลด์)

แชมป์เบอร์ 1 ครองส่วนแบ่งตลาดเบอร์เกอร์กว่าครึ่ง กว่า 250 สาขา เน้นความคุ้มค่าเข้าถึงง่ายควบคู่กับการดันแคมเปญ ใหม่ ๆ อยู่เสมอ บริษัท แมคไทย จำกัด
Burger King

(เบอร์เกอร์คิง)

ผู้นำตลาด Premium QSR Burger ผู้ท้าชิงที่มีจุดแข็งด้านคุณภาพเนื้อ กว่า 130 สาขา ชูจุดขายเนื้อย่างด้วยเปลวไฟ เด่นเรื่องการทำ Localization ออกเมนูเรียกกระแสชาวไทย บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด)
MOS Burger

(มอส เบอร์เกอร์)

แบรนด์ทางเลือกสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese QSR) ครองใจวัยรุ่น กว่า 30 สาขา เน้นการทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น ผสมผสานกลิ่นอายเอเชียอย่างเมนูไรซ์เบอร์เกอร์ และซอสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่น บริษัท มอส เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ในรูปแบบ Joint Venture ร่วมกับ แอม-พิธาน องค์โฆษิต)
KFC

(เคเอฟซี)

เจ้าตลาดไก่ทอด ที่กินแชร์ตลาดเบอร์เกอร์ไก่มหาศาล กว่า 1,200 สาขา ไม่ได้สู้ด้วยเนื้อวัว แต่ชู ซิงเกอร์เบอร์เกอร์ไก่ทอดกรอบรสจัดจ้าน อาศัยความได้เปรียบจากจำนวนสาขาที่มากที่สุด เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG), เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (RD), เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) ผู้ได้รับสิทธิ์แฟรนไชซีในไทย และมี ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือยัม ประเทศไทย เป็นผู้บริหารแบรนด์
Shake Shack

(เชค แช็ค)

ผู้นำเทรนด์ Fine Casual Burger แบรนด์ดังระดับโลก 6 สาขา วางตำแหน่งแบรนด์กึ่งกลางระหว่าง Fast Food กับ Casual Dining ใช้เนื้อแองกัสพรีเมียม และเลือกปักหมุดเฉพาะย่าน Prime Area บริษัท เชค แช็ค (ประเทศไทย) จำกัด
ที่มา: Marketeer รวบรวม / พฤษภาคม 2026

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด สมรภูมิแฮมเบอร์เกอร์และไก่ทอดในประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เกิดการคัดกรองผู้เล่นครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลให้แบรนด์ระดับโลกบางรายต้องม้วนเสื่อปิดตำนานและถอนตัวออกจากตลาดไทยไปอย่างน่าเสียดาย 

ซึ่งการทยอยถอนสมอของหลายแบรนด์ใหญ่ ได้ทำให้เกิดช่องว่างทางการตลาดขนาดใหญ่และกลายเป็นจังหวะสำคัญให้แบรนด์ท้องถิ่นรวมถึงเชนร้านสะดวกซื้อต่างกระโดดเข้ามาแย่งชิงเค้กชิ้นนี้

สำหรับผู้เล่นกลุ่มผู้ท้าชิงและตลาดเฉพาะกลุ่มที่ต้องจับตามองในปัจจุบัน คือกลุ่มแบรนด์สัญชาติไทยและกลุ่มร้านสะดวกซื้อที่เข้ามาช่วงชิงยอดขายจากร้านอาหารบริการด่วน ด้วยพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อแบบฉับพลัน 

ผู้นำในสมรภูมิตู้แช่อย่าง ‘เชสเตอร์’ (Chester’s) แบรนด์สัญชาติไทยในเครือ CPF ที่รุกหนักด้วยการจับมือกับ ‘เดลิคาเซีย’ (Delicasia) พัฒนาเมนูเบอร์เกอร์ไก่ย่างสไปซี่ลงตู้แช่ในร้านสะดวกซื้อ 

ขณะเดียวกันในฝั่งของร้านสแตนด์อะโลนสายพรีเมียมคราฟต์ ก็มีความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงและกำลังขยายสเกลสู่การเป็นเชนสโตร์ นำโดย ‘ควิกกี้’ (Quickie) ดาวรุ่งสัญชาติไทยที่ชูคอนเซปต์ร้านแบบอเมริกันเรโทรเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เจาะกลุ่มวัยรุ่นและสายแฮงก์เอาต์ยามดึก 

สมิซเซิล เบอร์เกอร์ (Smizzle Burger) คู่แข่งตัวฉกาจในกลุ่มแฮมเบอร์เกอร์เนื้อบดแผ่นบางย่างเกรียม ที่โดดเด่นด้วยลูกเล่นการย่างขอบเนื้อให้กรอบเกรียม ยึดทำเลใจกลางเมืองอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และย่านสุขุมวิท 

ไพรม์ เบอร์เกอร์ (Prime Burger) สายพรีเมียมคราฟต์ที่เติบโตมาจากภูเก็ตและกวาดรางวัล Best Burger ก่อนจะบุกขยายสาขาตามทำเลทองในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ยังมี ‘ฟาวล์เมาธ์’ (Fowlmouth) ที่จับตลาดเฉพาะกลุ่มด้วยเบอร์เกอร์ไก่ทอดสไตล์แนชวิลล์รสจัดจ้าน และ ‘เอลเดอร์ เบอร์เกอร์’ (Elder Burger) พรีเมียมเบอร์เกอร์เกาหลีที่ยึดทำเลไลฟ์สไตล์มอลล์ระดับบนย่านทองหล่อ เพื่อดึงเม็ดเงินจากกลุ่มลูกค้าที่ยินดีจ่ายตั้งแต่ 300-600 บาทต่อชิ้น แลกกับประสบการณ์การทานอาหารและศิลปะที่แตกต่าง

ความเคลื่อนไหวของผู้เล่นทุกเซกเมนต์ในตลาดแฮมเบอร์เกอร์ สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิมูลค่าหมื่นล้านนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการงัดกลยุทธ์ทุกรูปแบบเพื่อแทรกตัวเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ ความสะดวกสบาย และความต้องการของผู้บริโภคแบบเฉพาะกลุ่ม