30+ช่องทางทำการตลาด สำหรับธุรกิจ SMEs

เดี๋ยวนี้เวลาพูดถึงทำการตลาดออนไลน์ คนจะนึกถึง โฆษณาอยู่ 2 แบบ คือ Facebook Ads และ Google Adwords ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะแค่ 2 อันนี้ ก็ครองส่วนแบ่งที่ใหญ่มากแล้ว

แต่อย่าลืมว่า ยิ่งคนใช้เยอะ ต้นทุนในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าก็แพงขึ้นเช่นกัน

ฉะนั้นลองมาดู 30+ ช่องทางการตลาดที่ราคาจับต้องได้ เผื่อเป็นไอเดียในการทำตลาด ที่ไม่ต้องง้อ Google และ Facebook เพียงอย่างเดียว

 

 

 

 

สื่อดั้งเดิม Traditional Platform
-โฆษณาทีวี (TV Ads)
-โฆษณาวิทยุ (Radio Ads)

 

 

 

เปิดมาอันแรก เห็นโฆษณาทีวี หลายคนคงตกใจ เพราะคนมักจะติดภาพลักษณ์โฆษณาทีวีราคาหลักแสน หลักล้านกัน แต่หลังจากที่มี ช่องดิจิทัลทีวี อัตราโฆษณาก็ไม่แพงเหมือนแต่ก่อน คุณสามารถโฆษณาในราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนต้นๆ และปัจจุบันโฆษณาทีวีมีอยู่ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ โฆษณาคั่นรายการ โฆษณาในรายการ การวางสินค้าในรายการ อุปกรณ์ประกอบฉาก เป็นต้น บางรายการเป็นเกมโชว์ที่มีแขกรับเชิญมาแข่งด้วย ถ้ามีการโปรโมตอะไรสักอย่างตอนจบ ก็เป็นไปได้ว่านั่นก็คือ โฆษณาเช่นกัน

โฆษณาวิทยุ เป็นสื่อที่ยังคลาสสิคอยู่เสมอ ถึงแม้การฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนจะง่ายกว่า แต่คนก็ไม่ได้หยุดฟังรายการวิทยุที่ได้ยินเสียงคนพูด เสียงดีเจ และข้อมูลที่อัพเดตตลอดเวลา

 

 

 

สื่อสิ่งพิมพ์ Printing Platform
-ใบปลิว (Flyers)
-โปสเตอร์ (Poster)
-โฆษณาหนังสือพิมพ์ (Newspaper Ads)
-นิตยสาร (Magazine Ads)

 

 

 

หากคุณเป็นมีหน้าร้าน การทำใบปลิว หรือโปสเตอร์ ในบริเวณใกล้ๆ เป็นสิ่งต้องทำเลยก็ว่าได้ เพราะต้นทุนไม่แพงมาก และสามารถดึงคนเข้าร้านได้ทันที

ส่วนช่องทางหนังสือพิมพ์ และนิตยสารนั้น บางคนบอกว่าจะค่อยๆ หมดไป แต่ถ้าคุณเลือกใช้ได้หมาะสมกับวัตถุประสงค์ ช่องทางเหล่านรี้ก็สามารถถึงกลุ่มลูกค้าได้เช่นกัน และปัจจุบันก็มี Free Magazine เกิดมากมาย ซึ่งคอนเทนต์ดีจริง ต่อให้วางเฉยๆ ก็มีคนอยากเดินมาหยิบ

 

 

 

ช่องทางส่วนตัว Personal Platform
-คูปองออนไลน์ (Coupon Sites)
-โทรศัพท์ (Tele Marketing)
-จดหมาย (Direct Mail Marketing)
-อีเมล์ (Email Marketing)

 

 

 

โทรศัพท์ จดหมาย และอีเมล์ เป็นช่องทางที่มีมีประสิทธิภาพหากคุณใช้อย่างถูกวิธี เช่น การส่งจดหมาย หรือ อีเมล์ไปแจ้งเตือนกิจกรรมโปรโมชั่น การส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือ การโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวสาร เป็นต้น

ส่วนอีกอันที่น่าสนใจก็คือ คูปองออนไลน์ ที่คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก เพราะคูปองออนไลน์ สามารถสร้างในราคาที่ไม่แพงมาก และสามารถได้ข้อมูลเบื้องต้นอย่าง ชื่อ อายุ เบอร์โทร อีเมล์ เพื่อให้แบรนด์สานต่อความสัมพันธ์ได้อีกด้วย

 

 

 

อีเวนต์ Event Platform
-ออกงานอีเวนต์ (Trade Show Displays)
-ร่วมงานอีเวนต์ (Trade Show Attendee)
-จัดอีเวนต์เอง (Host your own Events)
-หาเน็ตเวิร์ค (Networking)
-การไปบรรยาย (Public Speaking)

 

 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดของงานอีเวนต์หรืองานสัมมนา ก็คือคนที่มาร่วมงานคือคนที่สนใจงานนั้นๆ หากคุณมีเงินหน่อย การไปออกบูธสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้จำนวนมาก แต่ถ้าไม่มีเงินมาก การไปร่วมงานพร้อมพกนามบัตรไปเยอะๆ ก็สามารถได้ลูกค้า คู่ค้า หรือเจอคนที่ช่วยธุรกิจได้เช่นกัน

หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง การไปบรรยายในงานต่างๆ ก็เป็นช่องทางโปรโมตทั้งตัวคุณเองและธุรกิจของคุณได้เช่นกัน ลองสังเกตเวลาพูด ผู้บรรยายบางท่านชอบยกตัวอย่าง หรือกรณีศึกษาของตัวเองเป็นระยะๆ … ถ้าทำพอดี คนก็รับได้ ทำมากไป คนก็เบื่อเช่นกัน

 

 

 

การทำคอนเทนต์ Contents Platform
-ทำเว็บไซต์ (Websites)
-ทำบล็อก (Blogs)
-ทำอินโฟกราฟฟิค (Infographics)
-การเขียนให้บล็อกอื่น (Guest Posts)

 

 

 

การทำคอนเทนต์เองเป็นอีกทางเลือกที่ใช้เงินไม่มาก เพราะสมัยนี้เว็บสำเร็จรูป บล็อกสำเร็จรูป มีมากมาย ขอแค่เวลาในการศึกษา และหมั่นใส่คอนเทนต์ลงไปในนั้น ซึ่งบอกเลยว่าประเทศไทยยังขาดเรื่องการทำคอนเทนต์ค่อนข้างมาก เพราะผู้ประกอบการอาจเห็นว่าไม่สำคัญ หรือคุ้มกับทรัพยากรที่เสียไป แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าทำ Content Marketing อย่างเข้าใจ ยังไงก็คุ้ม!!

บางครั้งคุณอาจมีข้อมูลดี ในมือที่คนอื่นไม่มี การนำข้อมูลนั้นไปทำอินโฟกราฟฟิค จะช่วยให้คนรับรู้ได้อย่างมหาศาลเช่นกัน

 

 

 

 

วิดีโอ Video Platform
-YouTube
-Vimeo
-Webinar

 

 

 

จริงๆ แล้ว Social Media แทบทุกอันก็อัพวิดีโอได้ แต่หากสินค้าของคุณเป็นสินค้าที่สามารถสาธิต เล่า อธิบายผ่านวิดีโอได้เข้าใจง่ายกว่า การลงไปในแพล็ตฟอร์มวิดีโอโดยตรงจะได้ Engagement ที่ดีกว่า

 

 

 

 

การเสิร์ช Search Engines Platform
-Google Adwords
-Google My Business

 

 

 

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า เราไม่แนะนำให้ใช้ Google Adwords แต่การจะใช้ Google Adwords อาจจะต้องใช้เวลา และทำความเข้าใจมากกว่าแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเว็บไซต์ SEO และถ้าอยากทำให้สุดๆ ไปเลย ก็ควรไปศึกษาเรื่อง Google My Business ที่จะแนะนำให้ทำอย่างอื่นควบคู่ไป เช่น การทำแผนที่และการติดต่อให้ชัดเจนใน Google Maps และ การสร้าง Google+ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณ

 

 

โซเชียลมีเดีย Social Media Platform
-Facebook
-Instagram
-LINE
-Whatsapp
-Twitter
-Pinterest
-LinkedIn
-Snapchat

 

 

มาถึงแบบสุดท้าย หรือ แบบที่คนใช้กันมากที่สุดนั่นเอง การจะโฆษณาในโซเชียลมีเดีย ธุรกิจของคุณจะต้องมีตัวตนก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไอดี หรือเพจ จากนั้นคุณก็สามารถเลือกซื้อโฆษณาได้โดยตรงจากแพล็ตฟอร์มนั้นๆ

ข้อดีของโฆษณาบนโซเชียลนั้น คือ คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ ราคาไม่แพง และมีการคำนวณผลลัพธ์ชัดเจน

แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่โฆษณาบนโซเชียลแล้วจะประสบความสำเร็จ บางแบรนด์เพิ่งเริ่มต้นก็ทำวิดีโอโปรดักชั่นใหญ่โต ซื้อโฆษณาในเฟซบุ๊ก แต่เมื่อลูกค้าเข้าไปติดต่อมากขึ้น ระบบบางอย่างยังไม่พร้อมด้วยซ้ำ อย่างการชำระเงิน การซื้อออนไลน์ การส่งของ เป็นต้น

 

ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้ เราเชื่อว่าคุณคงมีไอเดียมากขึ้นในการทำตลาด ไม่ว่าจะออฟไลน์ ออนไลน์

และส่วนใหญ่ การตลาดเหล่านี้จำเป็นต้องทำควบคู่กันไป ไม่สามารถแยกทำอย่างใด อย่างหนึ่งได้

ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ศึกษาและลงมือทำ

 

ที่มา : smallbiztrends


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer