งานจะยิ่งก้าวหน้า ถ้าทำได้แบบนักวิ่งมาราธอน

นอกจากดีต่อสุขภาพ กระตุ้นให้เราเอาชนะใจตนเองและสามารถยกระดับสู่การระดมเงินบริจาคที่ยังประโยชน์ต่อส่วนรวม เมื่อมองให้ดีการวิ่งระยะไกลยังสามารถนำไปปรับใช้กับเรื่องงานได้อีกด้วย เพราะกว่าจะถึงเส้นชัยเหล่านักวิ่งย่อมต้องวางแผนและเตรียมตัวมาไม่น้อย นี่คือเคล็ดลับจากนักวิ่งที่จะพาเหล่าคนทำงานไปสู่ปลายทางความสำเร็จและความก้าวหน้าได้ในระยะยาว

ไม่เป็นทาสเวลา : ตั้งแต่ 9 นาฬิกาถึง 5 โมงเย็นของวันจันทร์ถึงศุกร์ ชีวิตเหล่าคนทำงานต้องผูกติดอยู่กับงาน โดยถ้ากำหนดให้ทุกชั่วโมงผูกติดอยู่กับงานมากเกินไปหรือใช้ทรัพยากรที่ทุกคนล้วนมีเท่ากันอย่างไม่วางแผน ไม่ใช่แค่ส่งผลเสียต่องานเท่านั้น แต่จะกระทบถึงเรื่องส่วนตัวและครอบครัวด้วย ดังนั้นควรใช้เวลาอย่างฉลาด กำหนดไว้ชัดว่าช่วงไหนต้องทำอะไร ขณะเดียวกันก็ควรมีความยึดหยุ่น เผื่อเวลาพักผ่อนไว้ด้วย ไม่ต่างจากนักวิ่งมาราธอนที่จัดระเบียบเวลาให้ตัวเอง ช่วงเตรียมตัวก็กินอาหารตรงตามหลักโภชนาการ ซ้อมอย่างเคร่งครัด และไม่ลืมผ่อนคลาย จนที่สุดกายและใจพร้อม 100% ก่อนลงแข่ง

หาแผนสำรองเตรียมไว้ : อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เมื่อมาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเกินคาดและรายกว่านั้นอาจนำพาวิกฤตมาด้วย ดังนั้นจึงต้องมีแผนสำรองเตรียมไว้ เช่นหากต้องไปเสนองานลูกค้าควรตรวจสอบให้ดีว่า Digital File ที่เตรียมไปนั้นเปิดได้ และต้อง Save ใส่ Thumb Drive ไว้สองอัน ไม่ต่างจากทีมงานก้าวคนละก้าวที่มีหน่วยแพทย์ไว้พยาบาล “ตูน Bodyslam” เมื่อบาดเจ็บกลางทาง หรือให้คนอื่นวิ่งนำบ้างช่วงที่ Rocker ขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ สภาพร่างกายไม่เอื้อให้วิ่งได้เต็มที่ เพื่อให้ท้ายที่สุดโครงการนี้สำเร็จได้ตามเป้าที่วางไว้

มองเห็นว่าอะไรคือปัญหา : ถ้าการมีแผนสองเป็นการเตรียมรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ทำงานต่อได้จนเสร็จ การมองเห็นว่าอะไรที่เป็นปัญหาและเร่งแก้ไข คือการขจัดอุปสรรคเพื่อให้งานเดินหน้าไปได้เร็วยิ่งขึ้น เช่นถ้าคุณรู้ตัวว่าติด Social Media จนทำให้เวลาเริ่มงานจริงกลายเป็น 9.30 น. ของทุกวัน ทั้งที่นั่งลงทำงานตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ต้องบังคับตัวเองให้ได้หรือ Update ความเคลื่อนไหวระหว่างเดินทางมาทำงานตอนเช้า ไม่ต่างจาก “ตูน Bodyslam” ที่ขยับเวลาเริ่มวิ่งมาเป็นช่วงตี 3-4 เพื่อทำระยะให้ครบในแต่ละวัน หลังรู้แล้วว่าหากเริ่มช่วงเช้าจะมีคนมาต้อนรับ มาร่วมบริจาคมากมายระหว่าง ต้องใช้เวลามากกว่าจะวิ่งครบระยะ

ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง : เหล่านักวิ่งระยะไกลส่วนใหญ่ไม่หยุดอยู่กับที่ พวกเขาทลายขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ ทั้งด้วยการเพิ่มระยะวิ่ง หรือเปลี่ยนไปลองวิ่งบนเส้นทางทุรกันดาร โดยแน่นอนว่าทุกครั้งเมื่อขยับเป้าหมายหรือเพิ่มความยาก การฝึกและเตรียมตัวต้องขยับปรับเปลี่ยนตามไปด้วย สำหรับในโลกของการทำงาน เราควรเพิ่มทักษะใหม่ๆ เพื่อความก้าวหน้าด้านอาชีพอยู่เสมอ เช่น หากติดขัดเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์หรือใบ้กินเมื่อพูดกับชาวต่างชาติ ทางออกคือการไปลงเรียนจนใช้คอมพ์ได้ชำนาญและพูดภาษาต่างประเทศได้คล่อง เพราะในระยะยาวผู้ที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถมากกว่าย่อมเป็นรายชื่อต้นๆที่จะได้เลื่อนขั้นและขึ้นเงินเดือน / fastcompany


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer