Ronaldo VS Messi : นักเตะคู่ปรับที่ต้องสู้กันอีกนาน

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้เราติดตามชมกีฬา ทั้งในประเภททีมและเดี่ยว เช่น ได้ลุ้นว่าฝ่ายที่เชียร์จะคว้าชัยชนะได้หรือไม่ เป็นประจักษ์พยานถึงความพลิกผันของการแข่งขัน และได้ถกเถียงถึงรายละเอียดปลีกย่อยในหมู่คอกีฬาด้วยกัน

ทว่าก็ปฏิเสธไม่ว่า การขับเคี่ยวกันเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งของคู่ปรับในกีฬาประเภทเดียวกัน และ Tournament เดียวกัน ก็เป็นอีกเสน่ห์สำคัญที่เพิ่มอรรถรสได้มากทีเดียว เหมือนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่คอลูกหนังทั้งหลาย จะได้เห็นศึก Ronaldo VS Messi

ล่าสุด (27 มิถุนายน) โปรตุเกสที่มี Cristiano Ronaldo เป็นกัปตันทีม และอาร์เจนตินาซึ่งมี Lionel Messi สวมปลอกแขนในตำแหน่งเดียวกัน เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว โดยหากทั้งสองทีมเก็บชัยชนะได้ จะทำให้การพบกันในนัดต่อไป

เป็นคู่ที่ทั่วโลกจับตามองมากสุดของรอบ 8 ทีมสุดท้าย เพราะเป็นอีกครั้งที่ สองนักเตะแห่งยุคจะได้วัดกันในสนามว่าใครเหนือกว่าใคร

Ronaldi VS Messi Red

ลองมาย้อนดูว่าความเป็นปฏิปักษ์กันของทั้งคู่ ก่อน ‘แมตช์หยุดโลก” ในศึก FIFA Worldcup 2018 จะเกิดขึ้น

จากสองแข้งดาวรุ่งเปี่ยมความมุ่งมั่น แต่ดันวาสนาไม่ถึง

ปี 2007 โชคชะตาและผลงานยอดเยี่ยมในสนามช่วงวัยรุ่น ทำให้ทั้งคู่เป็นหนึ่งในสามตัวเต็งที่จะคว้า Ballon d’Or รางวัลที่นักเตะทั่วโลกล้วนอยากได้มาครอง แต่ท้ายที่สุดก็ทำได้แค่มอง เพราะ Ricardo Kaka กองกลางฟอร์มเทพชาวบราซิล ซึ่งขณะนั้นเล่นให้กับ A.C. Milan คว้าไปแทน

Ronaldo VS Messi Gold Ball

จากนั้นศึก Ronaldo VS Messi บนสนามเกิดขึ้นครั้งแรกในเกม UEFA Champions League ฤดูกาล 2007-08 รอบ 4 ทีมสุดท้ายนัดแรก ซึ่ง Manchester United เจอกับ Barcelona โดยหลังจบ 2 นัด ปรากฏว่า “ปีศาจแดง” ต้นสังกัดของนักเตะคนดังชาวโปรตุเกสในขณะนั้นชนะไป และบุกต่อไปคว้าถ้วยแชมป์รายการนี้ของฤดูกาลนั้นด้วย

ปี 2008 Ronaldo ได้ครอง Ballon d’Or ก่อน แต่ปีถัดมาเป็น Messi ที่คว้ารางวัลเดียวกันไป จนถึงปัจจุบันทั้งคู่มี “ลูกบอลทองคำ” ประดับตู้โชว์ที่บ้านเท่ากันคนละ 5 รางวัล โดยอีก 4 ปีที่ Ronaldo ได้รางวัลอันทรงเกียรติไปคือ 2013 ,2014 ,2016 และ 2017 ส่วนอีก 4 ปีที่คู่ปรับของเขาได้ไป คือปี 2010 ,2011 ,2012 และ 2015

Ronaldo VS Messi 5 Gold Ball

ส่วนในระดับสโมสร นับเฉพาะ UEFA Champions League Ronaldo เฉือนชนะไปด้วยการพาสโมสร คว้าแชมป์รายการนี้ได้ 5 สมัย แบ่งเป็นกับ Manchester United 1 สมัย (ฤดูกาล 2007-08) และกับ Real Madrid 4 สมัย (ฤดูกาล 2013-14, 2015-16 ,2016-17 และ 2017-18) ขณะที่ Messi พา “Barca” ไปถึงแชมป์มาได้ 4 สมัย (ฤดูกาล 2005-06 ,2008-09 ,2010-11 และ 2014-15)

สู่เครื่องจักรถล่มประตูที่เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ

เทียบผลงานในระดับสโมสรแล้วคู่ปรับคู่นี้ เหมือนกันตรงที่เป็นเครื่องจักรถล่มประตูฝ่ายตรงข้าม โดยหากไม่รวมนัดกระชับมิตร Ronaldo ยิงไปแล้ว 573 ประตู ส่งให้เพื่อนทำประตู (Assist) 180 ประตู ด้านนักเตะคนดังชาวอาร์เจนไตน์ แม้ทำประตูได้น้อยกว่าที่ 552 ประตู แต่เหนือกว่าด้วยจำนวน Assist ที่ 212 ประตู

การที่ฝ่ายหนึ่งยิงได้มากกว่าแต่อีกฝ่ายหนึ่ง Assist ได้มากกว่า ยังปรากฏในสถิติการรับใช้ชาติด้วย โดย Ronaldo ยิงให้ทีมชาติโปรตุเกสไปแล้ว 85 ประตู และ Assist 28 ประตู ส่วน Messi พังประตูทีมคู่แข่งในนามทีมทัพ “ฟ้าขาว” ไปแล้ว 65 ประตู และ Assist ได้ 38 ประตู

ส่วนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทั้ง Ronaldo และ Messi ต่างได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ แต่นักเตะคนแรกซึ่งพาโปรตุเกสคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแขมป์แห่งชาติยุโรปเมื่อปี 2016 แซงหน้าได้อีกครั้ง โดยในรอบ 32 ทีม ยิงไปแล้ว 4 ประตู ส่วนคนหลังซึ่งอยู่ในชุดแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุ 20 ปี (U-20) และเจ้าของเหรียญทองฟุตบอลโอลิมปิคปี 2008 ยังตามหลัง เพราะทำไปได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น

ขับเคี่ยวกันทั้งในเชิงฟุตบอลและ Branding

แม้ Ronaldo กับ Messi จะได้ไม่โกรธเกลียดกันเป็นการส่วนตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองขับเคี่ยวกันด้วยผลงาน เป็นขั้วตรงข้ามที่ต่างผลักดันกัน และการอยู่กับสองสุดยอดสโมสรของสเปน ทำให้หลายปีที่ผ่านมาเกิดศึก Ronaldo VS Messi อยู่บ่อยครั้ง เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งในหลายสนาม

Ronaldo VS Messi Young

Ronaldo คือเด็กหนุ่มจากเกาะ Madeira ที่หวังพาตัวเองและครอบครัวพ้นจากความยากจน ด้วยการเป็นนักฟุตบอล เขาค่อยๆ พัฒนาฝีเท้าจากทีมเยาวชนของ Sporting Lisbon ทีมดังของโปรตุเกส เริ่มมาเจิดจรัสเมื่ออยู่กับ Manchester United และเป็นสุดยอดนักเตะแห่งยุค ตั้งแต่ย้ายไปถล่มประตูให้กับ Real Madrid ในปี 2009

โดยปัจจุบันเขาคือ นักเตะมหาเศรษฐีวัย 33 ปี เจ้าของรายได้ 93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2,976 ล้านบาท) ที่รูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวเนี๊ยบ มีลูก 3 ดูแลตัวเองเป็นเยี่ยม และทุ่มเทเกินร้อยทุกครั้งที่ลงสนาม

Ronaldo VS Messi Tourister

นอกจากนี้ยังเป็น Presenter และ Brand Endorser ให้สินค้ามาแล้ว 31 แบรนด์ เช่น Fashion หรู (Emporio Armani) เครื่องใช้ไฟฟ้า (Samsung) น้ำมัน (Castrol) สายการบิน (Emirates Airlines) กระเป๋าเดินทาง (American Tourister) และแน่นอนรวมไปถึงแบรนด์กีฬาอย่าง Nike ด้วยจนแฟนบอลแทบลืมนักเตะเยาวชนเก้งก้าง และมีฐานะยากจนในอดีตไปเลย

ขณะที่ Messi ก็มีชีวิตที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรคตั้งแต่ยังเด็กเช่นกัน ทั้งทนกับอาการคิดถึงบ้าน เพราะย้ายจากอาร์เจนตินาไปศูนย์ฝึกเยาวชนของ Barcelona ในสเปน และทนเจ็บจากการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการเติบโต แต่หลังได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ก็รักษาตำแหน่งตัวจริงได้ตลอด พาให้ตัวเองและครอบครัว มีฐานะดีขึ้น

Ronaldo VS Messi Huawei

ปัจจุบันในวัย 31 ปี Messi คือนักเตะชื่อดัง เจ้าของรายได้ 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2,560 ล้านบาท) เป็น Presenter ให้กับแบรนด์สินค้าหลายประเภททั้งเครื่องดื่ม (Pepsi) ,Fashion (Dolce & Gabbana) ,Mobile Device (Huawei) และแบรนด์กีฬา (Adidas)

Ronaldo Messi Inside

ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก Messi สวนทางกับ Ronaldo โดยจากหนุ่มน้อยหน้าใส กลายเป็นคุณพ่อลูก 3 หนวดเคราเฟิ้ม ท้วมนิดๆ มีรอยสักเต็มแขน และรักความเป็นส่วนตัว / cnn ,forbes ,thesun ,theweek ,fifa ,wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer