“ธนาคารไทยพาณิชย์” จับมือ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” เปิดตัวบัตร Co-Branded “SCB M VISA”

ธนาคารไทยพาณิชย์สานต่อความร่วมมือเดอะมอลล์กรุ๊ปเปิดตัวบัตร Co-Branded “SCB M VISA” เชื่อมต่อการช้อปปิ้งให้ไร้รอยต่อ ตั้งเป้าปีแรกมียอดสมัคร 500,000 ใบ และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 20,000 ล้านบาท

ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ SCB ได้จับมือกับ เดอะมอลล์กรุ๊ป ในการให้บริการระบบชำระเงินแบบ QR Payment เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลของผู้บริโภค และนำไปสู่ปรากฏการณ์ใหม่ของ Retail 4.0

ขณะเดียวกันช้อปปิ้งสมัยใหม่เปลี่ยนไปผู้บริโภคในวันนี้ไม่จำเป็นต้องค้นกระเป๋าเพื่อหาเงินสดหรือหยิบการ์ดขึ้นมาจ่ายแต่หยิบโทรศัพท์มือถือก็สามารถจ่ายเงินได้ล่าสุด SCB จึงได้จับมือกับ เดอะมอลล์กรุ๊ป อีกครั้ง เพื่อเติมเต็มให้อีโคซิสเต็มให้สมบูรณ์แบบ

การจับมือกันในครั้งนี้จะทำให้ภาพของ Retail 4.0 ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะจะทำให้เกิดการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ทั้งเชื่อมดิจิทัลแบงก์กิ้งกับการช้อปปิ้งทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB

ด้าน ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าการจับมือในครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอนวัตกรรมการให้บริการกับลูกค้าในรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด The First Evolution of Experiential Shopping “SCBM Call it eMperience” โลกใหม่ ประสบการณ์ใหม่ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ในการสร้าง Cashless Future Retail

ปัจจุบันเดอะมอลล์กรุ๊ปมีลูกค้าหมุนเวียนทุกสาขารวม 400 ล้านคนต่อปี โดย 70% ของยอดขายในห้างฯ มาจากสมาชิก M card ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 4 ล้านคน และลูกค้ากว่า 55 % ชำระผ่าน Electronic Payment  อาทิ บัตรเครดิต บัตรเดบิต QR เป็นต้น ซึ่งโครงการความร่วมมือ “SCB M” ถือเป็นการตอบสนองทุก Journey ของการช้อปปิ้ง

ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด

ทั้งนี้ความรวมมือภายใต้คอนเซ็ปต์ “eMperience” ครอบคลุม 4 เรื่องหลัก ได้แก่

1.บัตร Co-Branded “SCB M VISA” ที่แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ 1.1บัตรเครดิต SCB M VISA ประกอบด้วย บัตรเครดิต SCB M LIVE สำหรับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป, บัตรเครดิต SCB M LUXE สำหรับผู้ที่มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และบัตรเครดิต SCB M LEGEND สำหรับลูกค้าที่ได้รับการเรียนเชิญให้สมัครบัตรเท่านั้น

1.2 บัตรเดบิต SCB M VISA ครั้งแรกสำหรับบัตรเดบิตที่จะได้รับคะแนนสะสม M Point X2 จากการใช้จ่ายผ่านบัตร และได้รับส่วนลด 5% จากการซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป พร้อมทั้งนวัตกรรมบัตรเดบิตแบบ Contactless

1.3 บัตรพรีเพด SCB M VISA ครั้งแรกสำหรับบัตรพรีเพดที่จะได้รับคะแนนจากการใช้จ่าย และยังสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรได้ทั้งภายในและภายนอกห้าง เหมาะสำหรับกลุ่มเด็กนักเรียนหรือนักศึกษา และชาวต่างชาติ ซึ่งจะสมัครได้ทั้งในห้างและ SCB Exchange Booth

2.Payment Services ประสบการณ์ช้อปปิ้งจะเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีทางการเงินสุดล้ำ ตอบทุกความต้องการของนักช้อปในยุคดิจิทัล 4.0 ทั้งช้อปปิ้งด้วยบัตรเครดิต SCB M บนมือถือ,  E-Commerce Platform and Payment Gateway และ SMART EDC เครื่องรับบัตรอัจฉริยะที่ให้แคชเชียร์ให้บริการได้อย่างรวดเร็ว

3.Banking Agent Services บริการทางเงินแบบครบวงจรสำหรับขาช้อป ทั้งบริการประกันครั้งแรกในวงการค้าปลีก ด้วยบริการด้านประกัน, บริการบัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล และ Bill Payment บริการรับชำระค่าบริการ อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคได้ในครั้งเดียว

4.เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าและผู้ถือบัตร SCB M VISA เพื่อช่วยให้สนุกกับการช้อปปิ้งมากขึ้น อาทิเช่น I-RESERVED PARKING รูปแบบใหม่การจองที่จอดรถภายในห้าง ที่จะมีสาขาละ 50 ที่, CHATBOT ผ่าน LINE THE MALL GROUP และ Indoor Navigation เครื่องมือนำทางภายในศูนย์การค้า

นอกเหนือฐานลูกค้าใหม่ๆที่จะเพิ่มขึ้น การจับมือในครั้งนี้ยังจะให้เดอะมอลล์ สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าและมอบประสบการณ์ที่พิเศษสุดให้กับลูกค้าต่อไป โดยนำข้อมูล Big Data เข้ามาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากภายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าฯ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

ทั้งนี้ได้ตั้งเป้ายอดสมัครบัตรเครดิตและบัตรเดบิต SCB M VISA 500,000 ใบ และคาดการณ์มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า 20,000 ล้านบาทในปีแรก แบ่งเป็น SCB M VISA 360,000 ใบ, SCB M LUXE 40,000 ใบ, SCB M LEGEND 1,000 ใบ และบัตรเดบิตประมาณ 100,000 ใบ

ส่วนฝั่งบัตรเครดิตของ SCB ปีนี้ตังเป้าจำนวนฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 2.3 ล้านราย จาก 1.9 ล้านรายที่มีในปัจจจุบัน และคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะเพิ่มเป็น 280,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มี 240,000 ล้านบาท โดยล่าสุดมี NPL อยู่ที่ 1% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดซึ่งอยู่ที่ 2%


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer