“BDMS” วางแผน 3 ปี ทุ่มงบ 800-1,000 ล้านบาท ขยายกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล

กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ วางแผน 3 ปี ลงทุน 800-1,000 ล้านบาท ขยายทั้งแล็บ ศูนย์ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และร้านยา หวังรักษาเป้าเติบโต 16-17% ต่อปี

ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (บีดีเอ็มเอส) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2001 มีเป้าหมายเพื่อแยกสนับสนุนโรงพยาบาลออกมาจากธุรกิจหลักเพื่อสร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 7.1 ที่ดูแลในส่วนของงานบริการ และ 7.2 ที่จะดูแลในส่วนของโรงงานผลิตยา

กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 ปัจจุบันให้บริการในโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 45 โรงพยาบาล เกือบ 8,000 เตียง ซึ่งในปีจะเพิ่มเข้ามาอีก 5 โรงพยาบาล รายได้หลักแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ห้องแล็บ 60% ร้านขายยา 20% และวิศวกรรมการแพทย์ 20%

โดยได้แบ่งออกเป็น 2 บริษัทหลักๆ คือ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (เอ็น เฮลท์) ผู้ให้บริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล และบริษัท เซฟดรักเซ็นเตอร์ จำกัด (เซฟดรัก) ร้านขายยาและเวชภัณฑ์

ในแต่ละปีจะมีการลงทุนอยู่แล้วประมาณ 200 ล้านบาท แต่จากภาพรวมอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพของประเทศไทยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยปัจจัยหนุนจากทั้งนโยบายของภาครัฐการขยายตัวของโครงสร้างประชากรสูงวัยทั่วโลก และการที่ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาหรือท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย ทำให้ 3 ปีจากนี้วางแผนที่จะใช้งบลงทุนรวมกันกว่า 800-1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโต

การลงทุนหลักๆ ในส่วนของเอ็นเฮลท์คือการสร้างศูนย์ปฎิบัติการหรือศูนย์แล็บขนาดใหญ่เพิ่มอีกที่ระยองในปีหน้า และที่เชียงใหม่ปีถัดไป จากเดิมมี 2 ที่คือ กรุงเทพฯ กับหาดใหญ่ และจะลงทุนสร้างศูนย์ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มอีก 2 ศูนย์ ที่ฝั่งธนกับเชียงใหม่ จากเดิมมีที่หาดใหญ่ พัทยา ศรีนครินทร์ เป็นต้น เนื่องจากที่ผ่านมามีศูนย์ขนาดเล็กอยู่แล้ว แต่ยังขาดศูนย์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังวางแผงสร้างแล็บไว้ที่สิงคโปร์ ซึ่งตอนนี้เป็นสำนักงานโฮลดิ้งคอมปานี โดยแล็บนี้จะรองรับการตรวจชั้นสูงซึ่งแต่เดิมจะต้องส่งไปตรวจที่เยอรมนีหรืออเมริกา นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษากฎระเบียบในการลงทุนเพื่อขยายสาขาไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค อาทิ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ หลังจากได้เปิดสาขาไปยังกัมพูชาและเมียนมาเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้เอ็นเฮลท์ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 4,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นราว 17% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวมกว่า 3,600 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลรวมที่มูลค่า 11,000 ล้านบาท โดยมีพอร์ตรายได้หลักจากบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ บริการวิศวกรรมทางการแพทย์ และบริการผ้าปราศจากเชื้อภายในโรงพยาบาล เป็นสัดส่วนลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล (B2B) 95% ลูกค้ากลุ่มผู้บริโภค (B2C) 5%

ส่วนเซฟดรักที่ปัจจุบันมี 150 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้ปรับภาพลักษณ์ของร้านค้าให้ดูทันสมัย มีสินค้าและบริการครอบคลุมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ปีนี้วางแผนขยายให้ครบ 200 สาขาตั้งเป้ารายได้ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้ 975 ล้านบาท

ภาพรวมของธุรกิจปีนี้คาดว่ามีรายได้รวม 5,200 ล้านบาท และในปีหน้าคาดว่ามีรายได้รวมสองบริษัทเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท พร้อมกับรักษาระดับการเติบโตในอัตรา 16-17% ต่อปี


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer