แมสเก่งงงง! เจาะอินไซต์ “Friendshit” หนังโฆษณา K PLUS ที่ชนะรางวัลระดับโลกมาแล้วเพียบบ

จะปฏิเสธได้อย่างไรว่าปีที่แล้ว “แบงก์เขียว” ฟอร์มฮอตขนาดไหน เรียกว่าเห็นโลโก้ธนาคารกสิกรไทยมาทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง ทั้ง TVC ออนไลน์ OOH on-ground activiites และอีกมากมาย

ที่โดดเด่นสุดๆ คงหนีไม่พ้นงาน “Friendshit” หนังโฆษณา K PLUS ที่ประสบความสำเร็จดังสนั่นลั่นโลกออนไลน์ ไม่ใช่แค่ในแวดวงธนาคาร แต่สั่นสะเทือนทั้งวงการหนังโฆษณา ชนิดที่ว่าไม่มีใครที่เล่นโซเชียลแล้วไม่รู้จักคู่หูหน้าเด๊ด “จ๋า-ฮุ่ย” กับวลี #แกแมสแล้วว่ะ

 

วันนี้เราจะมาเจาะอินไซต์งานชิ้นนี้ มาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่ K PLUS แมสเก่งงงงงง! ได้ขนาดนี้

 

ของดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

เบื้องหลังความสำเร็จของ K PLUS มาจากการที่ธนาคารกสิกรไทยเป็นแบงก์แรกๆ ที่ตอบรับเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชัน ตั้งแต่การปรับโครงสร้างองค์กรที่ลงลึกตั้งแต่ mind set ของผู้บริหารถ่ายทอดไปสู่ทีมพนักงานทุกคน ก่อนที่จะสร้างนวัตกรรมที่เข้าใจและแก้ไข pain point ของลูกค้า และก็มีการพัฒนาให้ดีที่สุดอยู่เสมอ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมลูกค้าส่วนใหญ่ถึงเลือกที่จะใช้ K PLUS แม้ว่าจะมีบัญชีของหลายธนาคาร นั่นเพราะ K PLUS มีการออกแบบ UX/UI ที่ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ซับซ้อน และมีฟีเจอร์ใหม่ๆ อำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

 

เมสเซสดี อย่างอื่นก็โดน

ถึงจะมี “ของดี” ในมืออยู่แล้ว แต่ท่ามกลางคู่แข่งที่พูดว่าของตัวเองก็ดีเหมือนกัน ความท้าทายของ K PLUS จึงต้องทำการสื่อสารให้ Outstanding มากที่สุด คือไม่ใช่แค่ชี้ว่าเป็นของดีอย่างเดียว แต่เป็นของดีที่ใช้งานได้จริง และมีลูกค้าเลือกใช้จำนวนมาก

ภายใต้ความสนุก ตัวหนังมีเมสเซสที่ชัดเจน คือชี้ให้เห็นว่า K PLUS เป็นแอปที่ใช้งานง่าย ง่ายจนใครๆ ก็ใช้เป็น เอา K PLUS ไปคุยกับใครก็รู้เรื่อง นอกจากนี้ ในหนังก็ขายฟีเจอร์แบบตรงๆ ดูแล้วก็รู้ได้เลยว่า K PLUS ใช้ทำอะไรได้บ้าง ผ่านการนำเสนอให้เข้าใจง่ายที่สุด

ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งของ K PLUS ที่ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง เต๋อ-นวพล และ GREYnJ United มาเล่าเรื่อง ยิ่งทำให้ตัวหนังเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น เฉพาะแค่ฉากเปิดเรื่อง ที่เพื่อนรักสั่งลาบนรถทัวร์กลาง บ.ข.ส. ก็ตรึงคนดูทะลุกำแพง 5 วิแรกตามสูตรหนังโฆษณาได้ และด้วยเซนส์ของผู้กำกับที่ตรงจริตคนไทย ทำให้คนดูติดตามเรื่องราวอีก 5 นาทีที่เหลือได้จนจบ และเมื่อดูจบครั้งแรกก็มั่นใจเลยว่า งานนี้ไปไกลกว่าแค่เมืองไทยแน่ มาดูกันว่างานนี้จะแมสสะเทือนวงการโฆษณากันขนาดไหน

 

รางวัลอื่นๆ ที่ Friendshit ได้รับจากเวทีทั่วโลก

o   Cannes Lions 2018, คานส์/ฝรั่งเศส: จำนวน 3 รางวัล แบ่งเป็น 2 รางวัลระดับ Gold ในหมวด Film Lions และ Entertainment Lions และ 1 รางวัลระดับ Silver ในหมวด Film Craft ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็น Highest Ranked Brands: Financial Products & Services

 

o   D&AD Awards 2018, ลอนดอน/สหราชอาณาจักร: จำนวน 2 รางวัล แบ่งเป็น ดินสอสีเทา ในสาขา Film Advertising Crafts/ Direction for Film Advertising และ ดินสอไม้ ในสาขา Branded Content Entertainment/ Fiction Film 5-30 mins

 

o   Ad Stars 2018, ปูซาน/เกาหลีใต้: จำนวน 5 รางวัล แบ่งเป็น Grand Prix หมวด Branded Entertainment Video, Gold หมวด Film Craft Direction, Silver หมวด PR Product & Service และหมวด Film Craft Script, Bronze หมวด PR Practices & Specialism

 

o   Clio Awards 2018, นิวยอร์ก/สหรัฐอเมริกา: จำนวน 1 รางวัล แบ่งเป็น Gold Award หมวด Film Category, Product/Service-Short Form

 

และสิ่งที่สำคัญกว่าถ้วยรางวัลคือ ความสำเร็จในด้านธุรกิจของ K PLUS ที่สร้างตัวเลขปรากฏการณ์หลายอย่าง ลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง

 

ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลข Performance ขนาดนี้ คงไม่ใช่แค่เรื่อง Communication เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องการพัฒนาฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้นไปอีก อาทิ

  • K+ market: ช่องทางซื้อขายสินค้าออนไลน์บน K PLUS ซึ่งลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน K PLUS ได้เลย ที่ผ่านมา จำหน่ายสินค้าและบริการหลากหลายประเภท เช่น ขนมไหว้พระจันทร์, Joox, Ookbee, Let’s Relax, iflix
  • Pay with K PLUS: บริการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ ให้นักช้อปออนไลน์กดชำระเงินผ่าน K PLUS ได้ทันทีจากหน้าจอเฟซบุ๊กแมสเซนเจอร์  โดยผู้ซื้อไม่ต้องจำเลขที่บัญชีหรือสลับหน้าจอมาเข้าแอปเพื่อโอนเงิน
  • Loyalty Card: K PLUS อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เพิ่ม Loyalty Card ของพันธมิตรของธนาคาร เช่น PTT Blue Card บน K PLUS เพื่อสะสมแต้ม โดยไม่ต้องพกบัตร
  • Digital Lending: บริการสินเชื่อบุคคลทาง K PLUS โดยนำเสนอให้ลูกค้าที่เหมาะสม และมีความต้องการใช้เงิน เมื่อลูกค้า click ตอบรับ จะได้รับอนุมัติและเงินเข้าบัญชีภายใน 1-2 นาที
  • QR Code: ใช้จ่ายง่ายขึ้น แค่ยิง QR Code ก็ชำระเงินได้ทันที หรือที่เรียกว่า “ยิงปิ๊บ จ่ายปั๊บ” โดยธนาคารได้ร่วมมือกับพันธมิตรจัดโปรโมชันกระตุ้นการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เช่น ดูหนัง 18 บาทในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หรือโปรโมชันปิ๊บของกิน 18 บาทในงานอร่อยทั่วไทย และงานกรุงเทพธารา เป็นต้น
  • KADE: นวัตกรรม AI ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ให้ธนาคารสามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ถูกที่ ถูกเวลา เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

ทั้งหมดคือปรากฏการณ์ที่ยืนยันความสำเร็จของ K PLUS ในฐานะแอปยอดนิยม ขวัญใจมหาชนตัวจริง แต่นั่นคงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ท่ามกลางการแข่งขันมากขึ้น สมรภูมิจะเดือดแค่ไหน  K PLUS จะมีอะไรสนุกๆ ให้เราดูอีก ต้องติดตามต่อไป

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer