ตลาดน้ำดื่ม Switch Brand ง่ายมาก ต้องทำให้แตกต่าง

ในบรรดาสินค้าทุกชนิด น้ำดื่ม เป็นสินค้าที่แทบไม่ต่างกัน คือ อาจมีผู้บริโภคบางกลุ่มที่ชอบรสชาติน้ำบางยี่ห้อ แต่ส่วนใหญ่ ราคา จะเป็นตัวชี้วัด

สังเกตได้จาก เวลาแบรนด์ไหนอัดโปรโมชั่น ก็จะมียอดขายแซงคู่แข่งทันที

 

ตลาดน้ำดื่ม ปีที่แล้วโต 10% และปีนี้ก็คาดว่าน่าจะโตอีก 10% ที่มูลค่า 48,000 ล้านบาท และอาจขยับไปถึง 50,000 ล้านบาทก็ได้ หากทุกแบรนด์พร้อมกันอัดโปรโมชั่น

การเติบโตของ สิงห์ อยู่ประมาณ 10% เท่าตลาด แต่คาดว่าด้วยกิจกรรมการตลาดทั้งหมด จะทำให้เติบโตได้ถึง 15%

 

ต้องยอมรับว่า น้ำดื่มคริสตัล ของไทยเบฟนั้นมาแรงมากๆ สร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ด้วยสโลแกน “มาตรฐานการผลิตจาก NSF” และดึง ‘นาย ณภัทร’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ จนทำให้ยอดขายขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ร่วมกันกับสิงห์

ปีนี้เองที่จะเป็นตัวชี้วัดว่า ใครคือ No.1 ตัวจริง

เมื่อโดน คริสตัล ไล่บี้มาขนาดนี้ น้ำดื่มสิงห์ ก็ไม่รอช้า ทำการตลาดครั้งใหญ่ เริ่มตั้งแต่การดึง ‘เจ้านาย’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อต้องการเข้าถึงคนรุ่นใหม่

และอีกแคมเปญที่เปิดตัวสดๆ ร้อนๆ วันที่ 16 มกราคมนี้ ก็คือ Singha Rewards ระบบการสะสมแต้มที่ ทำผ่าน LINE

 

Singha Rewards คือ Loyalty Program ของน้ำดื่มสิงห์ที่ต้องการให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันกับ สิงห์ ให้มากขึ้น

เพียงสแกน QR code ข้างขวดน้ำดื่ม ผ่าน LINE >> Add Friend >> ลงทะเบียน >> ก็เอารหัสใต้ฝาไปแลกแต้มได้เลย

รหัสของน้ำสิงห์จะได้ 1 แต้ม รหัสของน้ำเพอร์ร่าได้ 2 แต้ม จากนั้นเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแต้มไป แลก หรือ ลุ้น?

แลก : ใช้แต้มแลกคูปองส่วนลดร้านอาหาร กาแฟ หรือ Voucher ต่างๆ
ลุ้น : ใช้แต้มลุ้นของรางวัลแบบ Limited เช่น NMD, กล้อง Leica หรือ iPhone X

ใครชอบแบบไหน ก็เลือกได้เลย

 

 

1.สร้าง Loyalty กับคน 41 ล้านคน
ปัจจุบันไลน์มีคนใช้ถึง 41 ล้านคน ฉะนั้น การทำะบบสะสมแต้มบน Platform นี้ย่อมได้เปรียบ กว่าการไปสร้างเอง

2.ทำทุกอย่างให้ง่าย
การทำเช่นนี้ แตกต่างจากการส่ง SMS รหัสใต้ฝา เพราะแบบนั้นผู้บริโภคต้องเสีย 3 บาท
ส่วนการทำแบบ App นั้น เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค ต้องไปโหลดแอปฯ ซึ่งพอไม่ได้ใช้นานๆ สุดท้ายก็ลบอยู่ดี

3.Differentiate
เมื่อผู้บริโภคเริ่มรู้จัก Singha Rewards และทดลองใช้แล้ว คราวหน้าเวลาเลือกซื้อน้ำดื่ม ถ้าราคาเท่ากัน โอกาสที่คนจะหยิบ สิงห์ หรือ เพอร์ร่าก็มากขึ้น เพราะอย่าลืมว่า น้ำเปล่าแบรนด์ไหนก็คล้ายกัน ผู้บริโภคพร้อมจะ Switch Brand ได้ทุกเมื่อ ถ้ามีแรงจูงใจมากพอ

 

1.จดจำแบรนด์ เพราะของรางวัล

การใช้กลยุทธ์ของรางวัลนั้น น้ำชาเขียวเคยทำมาแล้ว และตอนนี้ก็พังไปแล้ว ยอดขายตอนที่ไม่ได้แจกของนั้น น้อยอย่างน่าตกใจ จนตอนนี้โออิชิ กับอิชิตันก็พยายามไม่ใช้วิธีนั้นอย่างหนักหน่วงแล้ว

ฉะนั้น หากแคมเปญนี้ได้ผลจริง คนเข้ามาเยอะขึ้นเพราะของรางวัลจริง ถึงเวลาไม่มีโปรโมชั่น ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทำมาอาจเสียหายได้

2.ของรางวัลน้อยไป

จริงอยู่ที่ของรางวัลนั้นเป็นของคูลๆ ที่คนอยากได้ เช่น กล้อง Leica หรือ รองเท้ารุ่น Limited แต่เมื่อเทียบกับของรางวัลที่หลายแบรนด์เคยทำ เช่น ทองคำ รถ บ้าน… ของพวกนี้มูลค่า และจำนวนเทียบไม่ได้กันเลย

และ ‘ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล’ ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดของสิงห์ ตั้งเป้าว่าใน 3 เดือนแรก จะมีคน Add Friend สิงห์ถึง 3 ล้านคน และลงทะเบียนสะสมแต้มถึง 2 ล้านคน โอกาสในการได้ของรางวัลยิ่งน้อยไปอีก

3.โดนลอกเลียนแบบ

ในฐานะ First Mover สิงห์ย่อมได้เปรียบน้ำดื่มยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำดื่มยี่ห้ออื่นจะทำตามไม่ได้ น้ำดื่มแบรนด์อื่น อาจมีการทำ Loyalty Program ที่แหวกแนวกว่านี้ก็เป็นได้ และนี่ยังไม่รวมถึงสินค้าอื่น ที่สามารถทำแนวคิดนี้ไปใช้อีกด้วย

 

ถือว่าเป็นความพยายามที่ดี ของน้ำดื่มสิงห์ ที่สร้างความแตกต่างให้สินค้าที่เหมือนๆ กัน

และนับว่าเป็นความชาญฉลาด ที่เปลี่ยน Platform การชิงโชคแบบ ส่ง SMS รหัสใต้ฝา มาเป็น สะสมแต้มผ่าน LINE ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสใกล้ชิด กับ แบรนด์ สิงห์ มากขึ้น

ต้องดูกันยาวๆ ว่า ปี 2018 นี้ ใครจะเบียดคู่แข่งให้ตกน้ำได้