ตั้งปณิธานปีใหม่ให้เร็วกว่าเดิม แล้วความสำเร็จจะเพิ่มขึ้น

เมื่อช่วงท้ายใกล้หมด ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าต่อไปของใหม่กำลังขยับเข้ามาโดยผู้ที่วางแผนรับมือสิ่งต่างๆ ไว้ล่วงหน้า โอกาสในการคว้าความสำเร็จย่อมมีมากกว่าอีกคนที่ไม่เห็นค่าเวลา ปล่อยให้ทุกวินาทีล่วงไปอย่างไร้การบริหารจัดการ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปณิธานปีใหม่ (New Year Resolution) จึงเป็นประเด็นที่มีการหยิบยกมาพูดกันบ่อยๆ ตลอดธันวาคมของทุกปี

หากอยากให้ปี 2019 ต่างจากปี 2018 ควรเร่งวางแผนได้แล้ว เพราะประโยชน์ที่เกิดจะเป็นกลไกช่วยผลักดันให้ปีต่อๆ ไป ดียิ่งๆ ขึ้น                

ได้เตรียมตัวล่วงหน้า: ประโยชน์ข้อแรกเมื่อคุณขยับนาฬิกาการตั้งปณิธานปีใหม่ให้เร็วขึ้นคือได้เตรียมตัวล่วงหน้า ได้เริ่มขยับขยายหาสิ่งที่ต้องการ หรือลองปรับลดอะไรที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกันยังเห็นภาพคร่าวๆ ก่อนด้วยว่า ปีใหม่ชีวิตจะไปในทิศทางไหน และไม่ต้องไปพึ่งหมอดูหมอเดา เชื่อสิ การกำหนดเส้นทางชีวิตได้เองดีกว่า มีความภาคภูมิใจกว่า การฝากชีวิตไว้กับคำทำนายและพึ่งคนอื่นเป็นไหนๆ 

มีเวลาจัดการมากขึ้น: คนที่เริ่มต้นก่อนย่อมมีโอกาสสร้างงานที่ดีได้มากกว่าเพราะมีเวลาเป็นข้อได้เปรียบ สามารถตรวจทาน เสริมจุดที่ขาดและลดความผิดพลาดให้หมดไป ตรงกันข้ามกับพวกที่เอาแต่ผัดไปก่อน ไม่เห็นประโยชน์ของการวางแผน ที่กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ล่วงเข้าปลายปีแต่กลับไม่ได้ทำอะไรเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน และต้องมานั่งผิดหวังหลังเห็นเพื่อนที่วิ่งมาหลายเดือนหุ่นเพรียวขึ้น และคนใกล้ตัวที่เลิกบุหรี่ได้แล้วสุขภาพแข็งแรงกว่าเดิม

เห็นงานยากแล้วไม่ถอดใจ: เส้นแบ่งระหว่างปัญหาและความท้าทายคือความยากง่ายของโจทย์ตรงหน้า โดยสำหรับผู้ที่ตั้งปณิธานปีใหม่เร็วขึ้นกว่าคนอื่นๆ และทำเป็นประจำ ภูมิคุ้มกันอาการถอดใจก็จะมีมากกว่า และมองว่าปัญหาคือเรื่องท้าทายที่ต้องจัดการให้ได้เพราะส่วนใหญ่เมื่อตั้งเป้าแล้วย่อมอยากทำให้เสร็จ และรับรู้แล้วว่ารู้สึกผิดกับตัวเองอย่างไรเมื่อแผนที่วางไว้ล้มเหลวในระยะยาว  

หากไม่ถอดใจกับอะไรง่ายๆ ความล้มเหลวย่อมจะลดลง สวนทางกับความสำเร็จที่เพิ่มขึ้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคนที่ไม่ได้วางแผนหรือตั้งปณิธานปีใหม่ไว้ ซึ่งอาจล้มเลิกกลางคันหรือเบือนหน้าหนีเมื่อเจอปัญหา จนความก้าวหน้ามาถึงช้ากว่าที่คิด 

กล้าฝันใหญ่กว่าคุณคนเก่า: หลังสะสมไมล์แห่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตั้งปณิธานปีใหม่ที่เร็วกว่าคนอื่นมุมมองของคุณก็จะเปลี่ยนไป เช่น จากแค่ทำงานให้เสร็จไปวันต่อวัน อาจเริ่มคิดถึงการเพิ่มทักษะความรู้ให้ตัวเอง ของานใหม่จากหัวหน้าที่ท้าทายความสามารถมากกว่าเดิม หรือขยายเส้นทางวิ่งจาก Mini Marathon เป็น Full Marathon

เมื่อเวลาผ่านไปความมั่นใจของคุณก็จะเพิ่มขึ้น และกล้าฝันใหญ่กว่าเดิมจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่อะไรที่เป็นไปไม่ได้ แน่นอนว่าทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานย่อมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น/ fastcompany


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer