ข้อได้เปรียบของรายใหญ่ในธุรกิจผลิตอาหาร คือการมีฐานผลิตฐานการขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทางรอดของผู้ผลิตรายเล็กอย่าง SME จึงหนีไม่พ้นการทำอาหารเชิง Niche ที่มักจะหยิบยื่นความใหม่ที่แตกต่างมาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคแทน

แต่เมื่อในความเป็น Niche นั้นมีคุณภาพและศักยภาพที่สามารถเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ K SME อีกหนึ่งองค์กรสำคัญที่คอยผลักดัน SME ในประเทศไทย จึงได้จัดงาน K SME Good to Great  ขึ้นมา ซึ่งนี่เป็นโครงการที่จะให้เหล่า SME ได้มาอัพความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง อัพฝีมือจากการอบรมเชิงลึก พร้อมโอกาสรับเงินสนับสนุนไปต่อยอดโครงการอีก 100,000 บาท

สิ่งที่ทำให้ K SME Good to Great แตกต่างจากโครงการอบรมสัมมนาทั่วไป ก็คือการฝึกอบรมให้กับเหล่า SME อย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของกลยุทธ์การเข้าไปหาช่องทางจัดจำหน่าย การสร้างแบรนด์ เรียนรู้เทรนด์ของอุตสาหกรรมอาหาร และที่สำคัญเลยก็คือการใช้นวัตกรรมมาพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

และ 3 ธุรกิจที่ถูกคัดเลือกจากโครงการ K SME Good to Great ที่ด้านล่างนี้ จะทำให้คุณได้เห็นว่านวัตกรรม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจได้อย่างไร

Tropica King เพิ่มมูลค่าให้มะม่วงน้ำดอกไม้ตกเกรดกลายเป็นสินค้าส่งออก

จากเด็กแปดริ้วที่คลุกคลีอยู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้มาตั้งแต่เกิด เมื่อโตมาเขาจึงทำอาชีพส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ แล้วพบกับปัญหาว่ากว่า 70% ของมะม่วงน้ำดอกไม้ถูกคัดตกเกรดด้วยเหตุผลเพียงแค่ผิวไม่สวย

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ สุรวิชญ์ ทิพยารมณ์ หวังจะนำมะม่วงกว่า 70% นั้นมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการทำทอปปิ้งมะม่วงน้ำดอกไม้ในรูปแบบกระป๋อง เพื่อให้ผู้บริโภคและร้านอาหารต่างๆ นำไปทอปบนขนมหรือเบเกอรี่ อีกทั้งการแปรรูปมาเป็นทอปปิ้งนี้ ยังช่วยยืดอายุของมะม่วงน้ำดอกไม้ให้อยู่ได้นานขึ้น ส่งออกไปได้หลายประเทศมากขึ้นด้วย

แน่นอนว่าหากขาดนวัตกรรมในอาหาร Tropica King ก็คงไม่อาจเกิดขึ้นมาได้ และสุรวิชญ์ก็บอกกับเราว่าโครงการ K SME Good to Great เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผลไม้จากฉะเชิงเทราของเขาก้าวไปในระดับโลกได้เร็วขึ้น ตรงจุดมากขึ้น

“ทุกวันนี้มันเป็นโลกของทุนนิยมที่คนเงินทุนหนาจะได้เปรียบ แต่ความฝันของผมคือไปในระดับโลก ดังนั้นแล้วสิ่งที่จะทำให้ความฝันของเจ้าเล็กๆ อย่างผมเป็นจริงได้ก็คือการหาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เข้ามาสนับสนุน พอกสิกรไทยเปิดโครงการนี้ขึ้นมา ผมก็เลยรีบสมัครเข้าร่วมอย่างไม่ลังเลเลย เพราะด้วยความเป็นกสิกรไทยก็เลยเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถพาเราไปได้ไกลกว่าการที่เราไปเองคนเดียวแน่ๆ

เมื่อได้ลองเข้ามาอยู่ในแคมป์ สิ่งที่ได้รับไปมันมีอะไรมากกว่าที่เขาบอกไว้ มันไม่ใช่แค่ความรู้หรือ Know-how ต่างๆ แต่ยังเป็นเรื่องของคอนเนกชั่นที่ได้จากเพื่อนธุรกิจอื่นที่อยู่ในโครงการเดียวกัน มาแชร์ประสบการณ์กัน และทำให้เราได้เห็นธุรกิจของตัวเองในหลากหลายมุมมากขึ้น”

เปลี่ยนของสดในไร่ ให้กลายมาเป็นผงชงออร์แกนิกที่คนกินได้ง่ายๆ

วิลาสินี กิตะพาณิชย์ เธอคือทายาทของไร่รื่นรมย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ที่ทำเกษตรอินทรีย์ ฟาร์มสเตย์ และคาเฟ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

เธออยากจะต่อยอดจากสิ่งเดิมที่เคยมีอยู่ ด้วยการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปให้กลายเป็นผงปั่นสมูธตี้ออร์แกนิกที่ทำให้เข้าถึงผู้คน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และยังมีโอกาสที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศได้

เมื่อเห็นว่า K SME เปิดรับสมัคร วิลาสินีจึงไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วม เพราะแม้เธอจะมีต้นน้ำที่แข็งแรงอยู่แล้วแต่ปลายน้ำซึ่งหมายถึงการแปรรูปนั้นยังต้องอาศัยประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญอีกมากมาย ทั้งในแง่ของการผลิต การเลือกบรรจุภัณฑ์ การยืดอายุให้สินค้าอยู่ได้นานขึ้น หรือแม้แต่กลยุทธ์การทำตลาด ที่ทำให้ผงปั่นสมูธตี้ออร์แกนิกของเธอเหนือกว่าผู้เล่นที่หันมาจับตลาดสุขภาพรายอื่นๆ

การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ทำให้เธอสามารถพัฒนา Supply Chain ที่มีอยู่ให้แข็งแรงมากขึ้น เป็นการนำนวัตกรรมในอุตสาหกรรมของอาหารมาช่วยพัฒนาให้ธุรกิจเดิมที่มีอยู่ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

และนี่ก็เป็นอีก Case Study ที่ดี ที่ทำให้เห็นว่าพืชผักผลไม้ของไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศก็สามารถยืดอายุให้อยู่นานขึ้นได้ เพิ่มมูลค่าให้กับมันได้มากขึ้นด้วยนวัตกรรม

แปลงร่างแมลงให้กลายเป็นขนมขบเคี้ยวที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

แมลงเป็นอาหาร Super Food ที่เต็มไปด้วยโภชนาการและมีราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับคุณค่าสารอาหารที่มีอยู่ข้างใน แต่เหตุผลที่ทำให้แมลงยังถูกจำกัดอยู่ในผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม นั่นเป็นเพราะหน้าตาและรูปลักษณ์ของมันที่ดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับคนกินสักเท่าไหร่

สิ่งที่จะทำให้แมลงเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ก็คือการแปรรูป ซึ่งอิทธิกรและณัฐกร สองผู้ก่อตั้ง บจก. อินเซ็ค โปรตีน จึงได้ทำให้มันอยู่ในรูปแบบของขนมขบเคี้ยว กลายเป็นของรับประทานเล่นที่ไม่ต่างจากสแน็กที่วางขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วไป

การเข้ามาเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในโครงการ K SME Good to Great จึงช่วยต่อยอดสิ่งที่อินเซ็ค โปรตีนมีอยู่ให้พัฒนามากขึ้นไปอีก เป็นโครงการที่ทำให้ทั้งอิทธิกรและณัฐกรมองเห็นจุดดี-จุดด้อยในสินค้าของตัวเองมากขึ้น 

แม้จะมีความรู้ในการแปรรูปอาหารอยู่แล้ว แต่ทั้งสองก็บอกกับ Marketeer ว่าโครงการนี้ทำให้พวกเขาได้รับความรู้นวัตกรรมในรูปแบบที่ใหม่มากขึ้นกว่าเดิม ได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร และทำให้สินค้าของพวกเขาสามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าที่เคย ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากกว่าเงินรางวัล 100,000 บาทเป็นไหนๆ

แม้ทุกเจ้าของธุรกิจจะมีประสบการณ์ในสิ่งที่ตัวเองทำมาอยู่แล้ว แต่จากการพูดคุย เหตุผลโดยรวมที่ทำให้เจ้าของธุรกิจเหล่านี้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพราะพวกเขาเป็น SME ที่ยังต้องการคอนเนกชั่น โอกาสในธุรกิจ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้สิ่งที่เคยมีอยู่เติบโตขึ้นไปมากกว่าเดิม

เพราะดีอยู่แล้วต้องดีขึ้นได้อีก

เพราะจากที่เคย Good ก็สามารถพัฒนาให้กลายเป็น Great ได้หากมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่ดีนั่นเอง

และกสิกรไทยก็เป็นอีกพาร์ตเนอร์ที่ดีที่อยู่เคียงข้าง SME ไทยมาอย่างยาวนาน