เมืองไทยประกันชีวิต เผยปีที่ผ่านมาเป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมากในธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเปลี่ยนไปของ Gen โดยที่ Gen Y เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจ และเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งยังเรื่องที่คนไทยมีอายุมากขึ้น ซึ่งทั้ง 2 อย่างถือเป็นโอกาสในการปรับธุรกิจของประกันชีวิต รวมถึงในปีนี้เมืองไทยได้ตอบรับเรื่อง Digital และ Data ที่มากขึ้น จึงขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ Customer @ the heart ที่มาทำให้ปี 2018 ของเมืองไทยประกันชีวิตเติบโตได้มากกว่าตลาด
สำหรับกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า ภายใต้ชื่อ “Customer @ the heart” ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมเพื่อมาตอบโจทย์แบบ Outside in ซึ่งจะเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้เป็นอย่างดีโดยหัวใจของ “Customer @ the heart”ถูกแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย
Segment of one : จะมุ่งเน้นการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ สู่ลูกค้าในรูปแบบที่เป็นOne to One ซึ่งจะเหมาะกับลูกค้าเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
Health focus คือการเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบวงจรในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมปลดล็อคข้อจำกัดด้านประกันสุขภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2018 นี้ Health focus จะรองรับลูกค้าด้วย Paltform ใหม่ๆ ซึ่งจะนำเทคโนโลยีมาใช้คำนวนเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ
Digital insurer ได้มีการพัฒนา Platform และเครื่องมือเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยในปี 2018 นึ้เดินหน้าให้พนักงานเป็น Advice Base ไม่ใช่แค่ขายแต่ต้องสามารถวางแผนให้ลูกค้าตรงตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
Regional company ขยายตลาดไปสู่ประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในต่างประเทศ อาทิ บริการ Global Connect ซึ่งลูกค้าที่เจ็บป่วยในต่างประเทศสามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่าย โดยเมืองไทยฯได้ออกไปทำในประเทศ CLMV เป็นที่เรียบร้อย อย่างเช่น กัมพูชา สปป. ลาวเวียดนาม โดยทำตลาดในรูปแบบ Multi Channel ซึ่งเป้าหมายต่อไปคือมองออกไปสู่ในระดับเเชีย
Touch Points เป็นจุดในการสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขายหลักๆเช่น ช่องทาง Face to Face, Digital, สาขา, Visual ในปี 2018 จะมีกายขยายจำนวนตัวแทนเพิ่มขึ้น จะมีการเทรนนิ้งด้านการให้คำแนะนำซึ่งไม่ใช่การขายแต่เป็นการให้คำแนนำปรึกษาเพื่อให้เหมาะสมกับตัวบุคคล โดยจะนำ Data ต่างๆ ที่องค์กรวบรวมมานำมาใช้เป็น Data Driven เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและเฉพาะบุคคลมากขึ้น
นอกจากกลยุทธ์หลักทั้ง 5 ด้านดังกล่าวแล้ว เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าในการสร้างEcosystem partnership ด้วยการสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ บริการที่เข้าถึงและกิจกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพอย่าง MTL Six Packs หรือบริการด้านการดูแลผู้ป่วยแบบ Home Care จาก Health at Home รวมถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ การให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล และการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล