“กสิกรไทย” ชู 4 กลยุทธ์รุก SME ปี 61

ธนาคารกสิกรไทยชู 4 กลยุทธ์ รุกธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อโต 4-6% หรือคิดเป็นยอด 7.36 แสนล้านบาท เชื่อเศรษฐกิจจะกลับมาดี พร้อมแนะเอสเอ็มอีต้องปรับตัว 3 ข้อ

สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าในปีนี้ทางธนาคารได้วางกลยุทธ์สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการหรือเอสเอ็มอีไว้ทั้งหมด 4 ข้อได้แก่ 1.การให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร เน้นพิจารณาสินเชื่อด้วยการบริหารห่วงโซ่ทางธุรกิจ (K-Value Chain Solution) โดยปีที่ผ่านมา นาคารมีลูกค้าที่เป็นเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมกว่า 2,200 กลุ่ม โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภค กลุ่มฮาร์ดแวร์และอะไหล่ กลุ่มน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้มียอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ในปี 2560 รวม 18,000 ล้านบาท ปีนี้ยังมีการปล่อยสินเชื่อต่อเนื่องโดยคาดว่าจะมีการเม็ดเงินสินเชื่ออยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และอีกส่วนคือบริการเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์แบบครบวงจร (K-Franchise Solution) โดยจะมีการจัดงาน KBank Franchise Expo 2018 ซึ่งได้รวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์กับ  50 แบรนด์ดังให้กับผู้ที่สนใจ

2.นวัตกรรมการเงินดิจิทัลแบงกิ้ง (Digital Banking) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมไร้เงินสด จึงมุ่งสนับสนุนด้วยบริการ K PLUS SHOP แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้า รับชำระเงินด้วย QR Code ปัจจุบันมีร้านค้าใช้บริการแล้ว 710,000 ร้าน ทำรายการผ่าน K PLUS SHOP จำนวน 1,300,000 รายการ คิดเป็นเงิน 829 ล้านบาท มีค่าเฉลี่ยประมาณ 500 บาทต่อธุรกรรม รวมไปถึงการใช้ KBank Mini EDC ที่รองรับการใช้งานผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิต  QR code  ของโมบายแบงกิ้ง ทุกธนาคารในประเทศ รวมทั้ง Alipay กับ WeChat Pay คาดว่าปีนี้จะมีเครื่องเพิ่มเป็น 1 แสนเครื่อง

3.การใช้ Data Analytic เทคโนโลยีวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic Lending) ปีที่ผ่านมา ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์และประมวลผลธุรกรรมทางการเงินของผู้ประกอบการทั้งขารับและขาจ่าย  ทำให้เข้าใจและรู้ความต้องการสินเชื่อและนำเสนอวงเงินได้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น จนอนุมัติสินเชื่อใหม่ได้กว่า 22,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของสินเชื่อทั้งหมด โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30% หรือ 60,000 ล้านบาท

4. การให้บริการที่มากกว่าด้านการเงิน (Beyond Banking) มีการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการ ด้วยโครงการ K SME Care ที่ดำเนินการมาแล้ว 23 รุ่น มีสมาชิกเครือข่ายกว่า 13,600 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี ปีนี้เตรียมจัดที่กรุงเทพ ภาพตะวันออก และภาคใต้ รวมถึงจัดโครงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมทำธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจผลิตอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจฮาร์ดแวร์ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเฟ้นหาฟินเทคและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อต่อยอดบริการที่มากกว่าบริการด้านการเงิน

ในปี 2560 ธนาคารกสิกรไทยมียอดสินเชื่อเอสเอ็มอี 698,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2559 ที่ 6% สำหรับปี 2561 ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น 4-6% หรือคิดเป็นวงเงิน 736,000 ล้านบาท และครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งที่ 28.5%”

นอกจากนี้สุรัตน์ยังได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยคาดว่าจีดีพีจะเติบโตประมาณ 4% ภาคธุรกิจก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนของภาครัฐที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท ด้านภาคการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 4.5% จากแรงหนุนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ขณะเดียวกันภาคธุรกิจท่องเที่ยวคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้น 6.5-7.5%  เนื่องจากประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน

และด้วยแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้นทำให้โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีจะมีความสำคัญในการทำธุรกิจมากขึ้นทำให้เอสเอ็มอีจำเป็นต้องปรับตัว 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาช่องทางการขายให้ผสมผสานมากขึ้น (Omni-Channel) การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และการวางกลยุทธ์หลังการขายที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้า