เมืองหลวงควันและฝุ่นมากมาย สูดดมเข้าไปร่างกายก็เป็นภูมิแพ้

เพลงนี้ของพี่ป้าง ช่างเข้ายุคสมัยดีแท้

เพราะในวันนี้ฝุ่นในกรุงเทพฯ เยอะเหลือเกิน และยังเป็นฝุ่นที่เกินค่ามาตรฐานเสียด้วย

และปรากฏการณ์นี้ทำให้ใครต่อใครกังวลใจว่า หมอกฝุ่นที่เห็นและสูดดมอยู่ทุกวันจะทำร้ายปอดน้อยๆ ของเราไหม

เรื่องนี้ Marketeer ได้สอบถามกับ นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการแพทย์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ (อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ และภาวะวิกฤตโรคระบบทางเดินหายใจ, อนุสาขาเวชบำบัดวิกฤต) โรงพยาบาลพญาไท 2 ถึงผลกระทบจากมลภาวะที่เกิดขึ้น

 

หมอกฝุ่นเกิดจากอะไร

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่า กลุ่มฝุ่นและควัน ที่มีความละเอียดขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ที่เห็นอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  60% เกิดจากรถยนต์ดีเซล ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และ 30% จะมาจากการเผาสิ่งต่างๆ ในที่โล่ง และ10% ที่เหลือมาจากก่อสร้างและอื่นๆ

ซึ่งปกติแล้วฝุ่นเหล่านี้จะยกตัวเองขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศตามธรรมชาติ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ประสบกับสภาวะอากาศนิ่ง ไม่มีลม และสภาพอากาศปิดทำให้ฝุ่นและควันที่อยู่ในอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ จนเกิดฝุ่นเล็กๆ ที่มีความละเอียดขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนเกาะตัวรวมกันเป็นกลุ่มหมอกที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

 

ฝุ่นปริมาณขนาดไหนถึงเป็นอันตราย

หลายคนอาจมีความกังวลว่า มลภาวะในอากาศที่สูดเข้าไปนั้นจะเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน

นพ.อภิรักษ์ให้คำตอบกับเรื่องนี้ว่า กลุ่มฝุ่นควันที่เกิดขึ้นสำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจนเกิดอันตรายเท่าไรนัก

แต่คนที่ควรระวังคือคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด หัวใจขาดเลือด ถุงลมโป่งพอง และเด็กๆ

 

ซึ่งการที่มลพิษฝุ่นควันที่จะทำให้เกิดอันตราย ต้องดูด้วยหลายปัจจัย คือ

1. การสูดฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กที่สะสมอยู่ในอากาศปริมาณมาก ในพื้นที่กรมควบคุมมลพิษประกาศ โดยเฉพาะฝุ่นที่มีอนุภาคจำนวนเล็กมาก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือที่เราเรียกว่า PM 2.5

ซึ่งตามหลักอนามัยโลกได้ระบุว่า การสะสมที่จะเป็นอันตราย คือ ฝุ่นพิษมากกว่า 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

สำหรับมาตรฐานของประเทศไทย ระบุ ฝุ่นพิษมากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ถึงเป็นอันตราย

2. คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ คนที่เป็นหอบหืด ก็อาจจะทำให้มีอาการไอได้

3. กลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัวอยู่เดิม เช่น โรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดภาวะภูมิแพ้จากฝุ่นได้ง่าย  และถ้ารับฝุ่นและควันเข้าไปจะกระตุ้นให้เกิดอาการเเหนื่อย และส่งผลให้โรคที่มีอยู่เดิมมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

การป้องกันมลภาวะทางฝุ่นอย่างไร

1. หลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นฝุ่นควันเยอะ เช่น บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น

2. งดกิจกรรมออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ทำให้ต้องหายใจรับอากาศมากกว่าปกติ ในบริเวณที่มีฝุ่นควันปกคลุมจำนวนมาก

3.ใส่หน้ากากอนามัย

ใส่หน้ากากอนามัยช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

หน้ากากอนามัยที่จำหน่ายในไทยมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะช่วยกรองฝุ่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง จะต้องปิดด้านบน และด้านล่างให้แนบชิดกับใบหน้า เพราะเมื่อเวลาหายใจลมหายใจส่วนใหญ่จะผ่านตัวกรองก่อนถึงจมูก

แต่ถ้าลมสามารถเข้ามาด้านใดด้านหนึ่ง จะเท่ากับว่าไม่ได้ผ่านการกรอง ซึ่งผู้สวมใส่หน้ากากชนิดนี้ควรปรับหน้ากากให้กระชับทุกครั้ง

และที่สำคัญก่อนที่จะใส่หน้ากากอนามัยควรล้างมือทุกครั้ง

สำหรับการป้องกันฝุ่น หน้ากากอนามัยแบบผ้าและกระดาษที่ใช้ทั่วไป จะสามารถกรองฝุ่นขนาดใหญ่ได้เท่านั้น

หน้ากากอนามัย N95 จะเป็นหน้ากากที่ช่วยป้องกันฝุ่นที่มีความละเอียดมากกว่า 2.5 ไมครอน ได้ดีกว่า และด้วยรูปทรงของหน้ากาก ถ้าใส่อย่างถูกวิธี การหายใจเข้าออกส่วนใหญ่จะถูกหน้ากากกรองก่อนถึงจมูกทุกครั้ง

 

สูดฝุ่นควันแค่ไหนถึงต้องมาพบแพทย์

สำหรับผู้ที่มีอาการไอหลังจากเข้าไปในพื้นที่ที่มีควันฝุ่นหนาแน่น ถ้าอาการไอนั้นหายไปใน 24 ชั่วโมง ถือว่าอยู่ในภาวะปกติที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์ นอกจาก

– มีอาการไอต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง โดยอาการไอไม่ลดลง

– สำหรับผู้มีโรคประจำตัวประเภทหอบหืด ถุงลมโป่งพอง เมื่อพบว่ามีอาการหอบเหนื่อย และใช้ยารักษาประจำตัวเดิม (ยาพ่น) แล้วยังไม่ดีขึ้น

– ผู้ที่มีอาการโรคหัวใจถ้ามีการเจ็บหน้าอก หายใจหอบ และรับประทานยาประจำตัวแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันทีไม่ควรรอถึง 24 ชั่วโมง

ถ้าในอนาคตมีกรณีนี้เกิดขึ้นอีกและกินระยะเวลานานกว่านี้จะมีผลอย่างไรไหม

ทั้งนี้ มลภาวะฝุ่นควันในอากาศ ที่จะมีผลต่อสุขภาพต้องมีฝุ่นควันในระดับสูง ในระดับนานๆ เป็นวัน เป็นสัปดาห์ ซึ่งก็อาจจะทำให้มีผู้ป่วยที่เป็นเยอะขึ้น ทำให้มีการใช้ยาของโรคในการไอมากขึ้น

เมื่ออากาศไม่เป็นใจ วันนี้เราคงต้องใส่หน้ากากหากันไปก่อน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer