“ฟูจิตสึ” เปิดเผยผลประกอบการปี 2561 ทำยอด 450 ล้านบาท ได้ส่วนแบ่งการตลาด 2% ชูกลยุทธ์ปีนี้เดินเกม B2B ปรับสัดส่วนจาก 30% เป็น 40% ลด B2C เหลือ 60% พร้อมอัดงบการตลาด 65 ล้านบาทลุยออนไลน์​คอนเทนต์ คาดสิ้นปีรายได้ 600 ล้าน โต 3% ส่วนแบ่งการตลาด 3%

มร.ทาเคชิ อุจิชิบะ (Mr.Takeshi Uchishiba) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ เจเนอรัล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ “ฟูจิตสึ” (Fujitsu) กล่าวว่า “ฟูจิตสึ” เป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบปรับอากาศมากว่าครึ่งศตวรรษ โดยนอกจากประเทศญี่ปุ่นยังสร้างส่วนแบ่งการตลาดในทวีปอื่นๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาเหนือ และเอเชียอย่างประเทศไทย

ทาเคชิ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคคือเรื่องมาตรฐานสินค้าที่มีคุณภาพ นับเป็นเวลากว่า 30 ปี ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศยังไม่ค่อยรับรู้แบรนด์มากนัก ในปีนี้ ฟูจิตสึ มีแผนทำการตลาดด้วยตัวเองหลังจากทดลองทำตลาดมาเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเป็นการทำตลาดผ่านร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศประมาณ 300 ราย

สินเมธ อิ่มเอม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟูจิตสึ เจเนอรัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท โดย “ฟูจิตสึ” มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 2% ประมาณ 450 ล้านบาท

สินเมธกล่าวอีกว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือประมาณ 600 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3% โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายในกลุ่ม Business-to-Business (B2B) 40% และ Business-to-Consumer (B2C) 60% จากปีก่อนที่ B2B 30% และ B2C 70%

สินเมธกล่าวอีกว่า บริษัทจะใช้งบการตลาดสำหรับการสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดจำหน่ายประมาณ 65 ล้านบาท โดยจะให้ความสำคัญสื่อออนไลน์มากขึ้น อาทิ การทำไวรัลมาร์เก็ตติ้ง (Viral Marketing) และคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยูทูป เฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม

ปัจจุบัน บริษัทฯ ผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก จำนวน 6 ซีรีส์ รวม 29 โมเดล ขนาดตั้งแต่ 9,000–54,000 บีทียู โดยปีนี้จะเพิ่มเป็น 8 ซีรีส์ 39 โมเดล ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอย่างน้อย 4 รุ่นคือ

1) เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย รุ่น Nocria X ขนาด 12,000 บีทียู ด้วยระบบส่งลมด้านข้างทั้งสองทำให้อากาศไหลเวียนได้อย่างสะดวกทุกมุมห้อง, ระบบทำความสะอาดตัวกรองอัตโนมัติพร้อมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนในห้องและปรับการทำงานเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2) เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย รุ่น i-Max ขนาด 9,000–24,000 บีทียู ระบบอินเวอร์เตอร์ ให้ค่าประหยัดพลังงานสูงกว่าเบอร์ 5 ระดับ (3 ดาว) สามารถทำงานในสภาวะอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 46 องศาเซลเซียส ถือเป็นรุ่นไฮ-เอนด์ที่ “ฟูจิตสึ” รับประกันคุณภาพอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์นาน 10 ปี และอะไหล่ทุกชิ้น 3 ปี

3) เครื่องปรับอากาศสำหรับเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก รุ่น Ceiling ขนาด 18,000-45,000 บีทียู ให้ค่าประหยัดพลังงานสูงถึง เบอร์ 5 ระดับ (1 ดาว) พร้อมด้วยระบบฟอกอากาศสมบูรณ์แบบ สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบตั้งพื้นและแขวนผนัง

4) เครื่องปรับอากาศรวมศูนย์ขนาดเล็ก รุ่น AIRSTAGE J-IIIL ขนาดตั้งแต่ 4-18 แรงม้า (41,200-170,600 บีทียู) เหมาะสำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก-กลาง มีจุดเด่นด้านการติดตั้งที่ใช้พื้นที่น้อย เดินท่อระยะไกลได้สูงสุดถึง 180 เมตร ให้ค่าประพยัดพลังงานสูงสุด COP = 4.33

5) เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง รุ่น AIRSTAGE V-III Tropical ขนาดตั้งแต่ 8-54 แรงม้า (76,400–513,000 บีทียู) ประหยัดพลังงานสูงสุด COP = 4.31 จุดเด่นคือ สามารถทำงานในสภาวะอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 52 องศาเซลเซียส โดยมีการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อนอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนพิเศษเหมาะกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer