ดีแทคปล่อยหมัดเด็ด อัดแคมเปญ “เช็กเครื่อง รับโชคที่ดีแทคช็อป” ชวนลูกค้าตรวจสุขภาพมือถือที่ดีแทคช็อป เปิดประสบการณ์ ใช้งานที่ดีที่สุดบนโครงข่ายดีแทคเทอร์โบ

  • รับโชค 2 ต่อ ต่อที่หนี่ง รับทันทีอินเทอร์เน็ค 1 GB  1 วันหรือคูปองส่วนลดดีแทค รีวอร์ด
  • ต่อที่ 2  รับสิทธิ์ลุ้นสมาร์ทโฟน 3,000 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ระหว่าง 25 มี.ค.- 30 เม.ย.

ทิพยรัตน์ แก้วศรีงาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการขายและงานบริการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันดีแทคให้บริการ 3G และ 4G บนคลื่นความถี่ 900 MHZ 1800 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz รวมความกว้างของแบนด์วิดท์ทั้งสิ้น 110 MHz โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลื่น 2300 MHz ซึ่งเป็นช่วงคลื่นความถี่ที่มีความกว้างที่สุดถึง 60 MHz ที่ให้บริการเทคโนโลยี 4G-LTE TDD ทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าจากการใช้งาน 4G-LTE TDD ดีแทคเทอร์โบ เนื่องจากซิมหรือเครื่องหรือการตั้งค่าเครื่องของลูกค้ายังไม่รองรับการใช้งาน ดีแทคจึงได้จัดแคมเปญ  “เช็กเครื่อง รับโชคที่ดีแทคช็อป” เพื่อให้ลูกค้าได้นำสมาร์ทโฟนมาตรวจสอบซิมและอุปกรณ์มือถือ เพื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ราบรื่น ซึ่งในจำนวนนี้ยังมีลูกค้ากลุ่มที่ใช้อุปกรณ์มือถือและซิมที่รองรับเฉพาะระบบ 2G อยู่ด้วย ทำให้ไม่สามารถใช้บริการโครงข่ายของดีแทคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับบริการในการแก้ไขทางด้านเทคนิค รวมถึงการตั้งค่าอุปกรณ์มือถือในเบื้องต้น การอัพเดตเฟิร์มแวร์ ตลอดจนการใช้งานดีแทคแอปพลิเคชั่น และการค้นหาสิทธิพิเศษของ ดีแทค รีวอร์ด เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ไม่พลาดข้อเสนอสุดพิเศษ และประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น เช่น การโทรผ่านระบบ VoLTE ที่จะทำให้ระบบเสียงคมชัดในรูปแบบ Full HD เสียงรบกวนต่ำ การเชื่อมต่อที่เร็วกว่า

สำหรับแคมเปญ “เช็กเครื่อง รับโชคที่ดีแทคช็อป” ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.–30 เม.ย. นอกจากลูกค้าดีแทคทั้งในระบบเติมเงินและรายเดือนจะได้รับบริการตรวจเช็กแพ็กเกจ ตรวจเช็กซิมโทรศัพท์ และตรวจเช็กสุขภาพโทรศัพท์มือถือแล้ว ผู้เข้าร่วมแคมเปญยังจะได้รับสิทธิ์ 2 ต่อ

ต่อที่ 1 เลือกรับเน็ตฟรี 1 GB 1 วัน หรือคูปองส่วนลดจากดีแทค รีวอร์ด

ต่อที่ 2 ลุ้นรับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10, Samsung A10 และ Huawei Y5 Lite จำนวน 3,000 รางวัล มูลค่าของรางวัลรวมกว่า 12 ล้านบาท โดยแบ่งการจับรางวัลออกเป็น 3 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 9 เม.ย. ครั้งที่สองวันที่ 26 เม.ย. และครั้งที่ 3 วันที่ 8 พ.ค.  2562

ทิพยรัตน์ กล่าวเสริมว่า นับจากนี้ แนวทางการให้บริการลูกค้าจะเน้นที่การมอบ “คุณค่า” ผ่านสินค้าและบริการที่ดีขึ้น สร้างความผูกพันระหว่างดีแทคและลูกค้า ซึ่งประกอบด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  1. Customer obsessed ยิ่งเข้าใจ ยิ่งได้ใจลูกค้า
  2. Honesty พูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา
  3. Simplicity เข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ซึ่งภายใต้แนวคิดนี้ ดีแทคจึงได้จัดแคมเปญในการให้บริการและการขายที่เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ ให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในการใช้บริการอยู่กับดีแทคในทุกช่องทาง

Never Stop Improving สัญญาว่า…จะไม่หยุดยกระดับประสบการณ์ใช้งานโครงข่าย

ภายในไตรมาส 2 ของปี 2562 ประสบการณ์การใช้งานโครงข่ายดีแทคของลูกค้า โดยรวมจะดีมากขึ้นอย่างชัดเจน รวมทั้งดีแทคยังไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์ข้อเสนอและให้บริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer centricity) มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันลูกค้าดีแทคมีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโครงข่าย 4G ดีแทค เทอร์โบ คลื่น 2300 MHz ของทีโอที เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่องตามพื้นที่การให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2561 ดีแทคได้ติดตั้งสถานีฐานเพื่อให้บริการ 4G บนคลื่น 2300 MHz ภายใต้ความร่วมมือกับทีโอทีไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 12,700 สถานี เพิ่มขึ้น 114% จากไตรมาส 3/2561 โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการ 4G อยู่ที่ 9.9 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 47% ของฐานลูกค้ารวม ในขณะที่จำนวนอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4G มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 65% ของฐานลูกค้ารวม และสัดส่วนจำนวนผู้ใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็น 78% ของลูกค้าทั้งหมด

Never Stop Caring สัญญาว่า…จะไม่หยุดดูแลกัน

ทิพยรัตน์กล่าวว่า จากแนวคิด Digital Care Channel โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับงานบริการ รวมถึงหน้าร้าน ซึ่งเป็น Omni Channel ในทุกๆ Touch point ในจุดให้บริการลูกค้าดีแทค ได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัล เป็นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง โดยผสมผสานช่องทางการสื่อสารเหล่านั้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ช่องทางติดต่อสื่อสารลูกค้าดีแทคแบบออนไลน์

  1. Line Business Connect ให้ลูกค้าเช็กข้อมูลการใช้บริการมือถือจากฟีเจอร์หลักๆ เพื่อให้ลูกค้าดีแทคใช้งานง่าย และได้ใช้ประโยชน์ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. แชทบอท คอลเซ็นเตอร์ ปัจจุบันสามารถรองรับลูกค้า 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนรายการที่มีการติดต่อผ่าน SMS และเฟซบุ๊ก การทำงานของแชทบอทอยู่บนพื้นฐานของสถิติ ถ้าระบบมองว่าความแม่นยำมีค่าน้อยกว่าที่ตั้งไว้ก็จะส่งคำถามไปยังพนักงานโดยอัตโนมัติ ในปัจจุบันการใช้ แชทบอทรองรับลูกค้าที่มีการติดต่อผ่าน SMS และเฟซบุ๊ก และมีความถูกต้องมากกว่า 95%
  3. ช่องทางโซเชียลมีเดีย ยังคงได้รับความนิยมจากลูกค้า ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งมีจำนวนลูกค้าสื่อสารผ่านช่องทางนี้จำนวนมาก

ช่องทางติดต่อสื่อสารลูกค้าดีแทคแบบออฟไลน์

ศูนย์บริการดีแทค จัดระบบการขายแบบดิจิทัลให้ลูกค้าดีแทคได้รับรู้ถึงความทันสมัยของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่อยู่รอบด้าน ด้วยบริการรูปแบบใหม่ ที่ครอบคลุมทุกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ผสานกับเทคโนโลยีใหม่ตอบรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลการขายและบริการหน้าร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ และปรับกระบวนการให้บริการ จากเดิมที่เป็นการบริการจากเคาน์เตอร์โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนมาเป็นการให้บริการกับลูกค้าได้ถึงตัว โดยใช้โมบายล์แท็บเล็ต ผ่านแอปพลิเคชั่นที่จะทำให้พนักงานมีความตื่นตัวและพร้อมให้บริการ ช่วยลดเวลาและเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการรับบริการ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer