คงต้องบอกว่าตลาด D-Segment ก็ฟาดฟันกันอย่างตลบอบอวลไม่แพ้สนามการเมืองเลยทีเดียว

ล่าสุดกับกระแสที่มาแรงจากการเปิดตัว All-new Honda Accord ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่ไม่ใช่แค่รุ่นเรือธงของฮอนด้าเท่านั้น แต่เป็น Product Hero ที่จะมากำหนดนิยามใหม่ให้กับตลาดรถ D-Segment

 

ถึงเวลา D-Segment เตรียมฟื้นตัว

D-Segment ถือเป็นรุ่นหัวหาดของแต่ละค่าย เรียกว่าค่ายไหนพัฒนาเทคโนโลยียนตรกรรมอะไรเจ๋งสุด ก็บรรจุไว้ในรุ่นนี้ก่อนใครเพื่อน D-Segment จึงไม่ใช่แค่แพงที่สุด หรูที่สุด ในพรีเมียมแมสเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบอกอีกด้วยว่าในอนาคตรถระดับล่างถัดมาจะได้ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง

D-Segment จึงเป็นสัญลักษณ์ของรถผู้นำ ผู้บริหาร เป็นตัวทอปของรถเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาด D-Segment กลับมียอดขายหดลงต่อเนื่อง

Marketeer ไขคำตอบออกเป็น 3 เหตุผลหลักๆ

1. กระแส SUV ตีตลาด ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรถ SUV บ้านเราตลอด 10 ปีมานี้ตีตลาดรถซีดาน ไม่ว่า C-Segment ที่โดน Sub-compact SUV แชร์ส่วนแบ่ง เช่นเดียวกับ D-Segment ที่ถูก SUV กระแทกยอดขายเข้าอย่างจัง ถึงแม้ความหรูจะดูด้อยกว่า แต่สิ่งที่ได้คือการใช้งานอเนกประสงค์มากกว่ารถซีดาน

2. คนรอรถพลังงาน EV 3 ปีก่อนเริ่มมีกระแสรถ EV กับไฮบริดหนักขึ้น ถึงแม้จะรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากที่ EV จะจับต้องได้ในปีสองปี แต่หลายคนก็รอดูท่าทีจากรัฐบาล รอเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ก่อนค่อยซื้อ

3. การแข่งขันของแบรนด์ยุโรป ที่ทำราคาลงมาแข่งขันกับรถใน D-Segment มากขึ้น

แล้วตลาดรถพรีเมียมจะฟื้นขึ้นมาได้เหมือนในอดีตได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าโจทย์ความท้าทายนี้ถูกโยนไปที่ฮอนด้าอีกครั้ง!

 

All-new Honda Accord การพลิกโฉมครั้งสำคัญของฮอนด้า

แน่นอน ฮอนด้ารู้ดีว่า  All-new Honda Accord ต้องพิถีพิถันตั้งแต่ลวดลายเส้นสาย ต้องเนี้ยบเฉียบที่สุด และที่สำคัญนวัตกรรมต้องงัดระดับเรือธงมาใส่ ให้สมการรอคอยของแฟนคลับที่เฝ้ารอว่าเจเนอเรชัน 10 จะหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร

แล้วก็ได้ฮือฮากัน ตั้งแต่หน้าตาที่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตมากกว่าเดิม และที่สำคัญคือ ระบบเครื่องยนต์ ที่งานนี้เซอร์ไพรส์กว่าที่คิด สมกับแคมเปญการสื่อสาร “THE ACCORD “ALL NEW HORIZON BEGINS” ที่ฉีกทุกข้อกำจัดแบบเดิมๆ ไปสู่เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ที่มาพร้อมกับสมรรถนะทรงพลัง แต่ยังสามารถประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยรอบคัน และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน

ก้าวสู่นิยามใหม่แห่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน

ถึงแม้ว่ากระแสรถ EV จะได้รับความสนใจจากคนไทยมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างที่เป็นตัวแปรสำคัญ ทั้งในเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ จำนวนสถานีชาร์จ อีกทั้งความเข้าใจในเรื่องเครื่องยนต์ของรถ EV ก็ยังไม่แพร่หลายในวงกว้าง รวมถึงราคาที่ควรจะจับต้องได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบที่จะเป็นตัวส่งผ่านไปสู่ EV ซึ่งก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เช่นเดียวกัน โดย All-new Honda Accord ก็ได้นำเสนอสองทางเลือกขุมพลัง นั่นคือ Engine Downsizing ซึ่งเป็นการลดขนาดของเครื่องยนต์ เพื่อให้บริโภคเชื้อเพลิงน้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มเทอร์โบ ชาร์จเจอร์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น และระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive

 

ขุมพลังเทอร์โบใน  All-new Honda Accord เป็นเครื่องยนต์  1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ซึ่งฮอนด้าเคลมเลยว่า ให้สมรรถนะการขับขี่ที่มากกว่าเครื่องยนต์  2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด  2.0 ลิตร ในรุ่นเดิม แถมยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 ด้วย

และอีกทางเลือกขุมพลังกับระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร

 

เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ก้าวสำคัญก่อนเข้าสู่อนาคตยานยนต์ไร้คนขับ

ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาระบบการตรวจจับหรือเซนเซอร์ รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ช่วยให้เทคโนโลยีความปลอดภัยมีความแม่นยำ แถมยังช่วยให้ผู้ขับขี่มีความสะดวกสบายมากขึ้น

ซึ่งถ้าเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นส่วนช่วยในการก้าวไปสู่ยุคยานยนต์ไร้คนขับ หรือ  Autonomous Driving ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่กว่าจะถึงจุดนั้นน่าจะต้องใช้เวลานานพอสมควร

อย่างไรก็ตาม  All-new Honda Accord  นับเป็นหนึ่งจุดเริ่มต้นสู่ Autonomous Driving โดยมีทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนซิ่ง (Honda SENSING) ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ซึ่งประกอบด้วย

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

 

พร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบล้ำสมัย อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ด้วยเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ซึ่งทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้ง 4 จุดรอบคัน สามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ แค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตามตำแหน่งบนหน้าจอ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในการจอดรถแนวขนานและการถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น

นอกจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยล้ำสมัยแล้ว  All-new Honda Accord ก็ยังจัดเต็มเทคโนโลยีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในการใช้งานแบบระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)  ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย เป็นต้น และทั้งหมดนี้นับเป็นการรุกครั้งสำคัญของฮอนด้า ที่ไม่ได้มีนัยแค่ความเป็นเจ้าตลาด D-Segment เท่านั้น แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในตลาด D-Segment อีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะเลือกรถแบรนด์ยุโรปหรือรถใน D-Segment ดีแล้วล่ะก็ อาจจะต้องคิดวิเคราะห์กันดีๆ

เพราะหากเลือกรถแบรนด์ยุโรป ในช่วงราคาที่พอๆ กัน ก็จะได้รถที่ไซส์เล็ก อุปกรณ์ หรือฟีเจอร์อาจจะไม่ครบครันเท่ากับรถใน D-Segment  แต่หากเลือกรถ D-Segment โดยเฉพาะรถแบรนด์ญี่ปุ่นชั้นนำอย่าง ฮอนด้า แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าคุณภาพและบริการไม่ด้อยกว่ารถแบรนด์ยุโรป แถมฟีเจอร์ยังอัดแน่นจัดเต็ม และยังได้รถที่มีขนาดใหญ่ กว้างขวาง สะดวกสบายกว่าอย่างแน่นอน

ผู้สนใจสามารถสัมผัสขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 190 แรงม้า ที่ให้ความแรงและประหยัด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้า

และเตรียมสัมผัสรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด กรกฎาคมนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ  http://bit.ly/2X0d1eG

#AllnewHondaAccord #TheAccord #AllnewHorizonBegins

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

LINE it!