จับตา Digital Park Thailand ในโครงการ EEC ตั้งเป้าให้เป็นดิจิทัลฮับแห่งใหม่ของประเทศ เผยเฟส 2 งบ 10.7 หมื่นล้าน เตรียมก่อสร้างโครงการ Data Center เอื้อบริษัทไอทีไทย-ต่างชาติลงทุน ล่าสุด “ออริจิ้น” ทุ่ม 1 หมื่นล้าน พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส สร้างบรรยากาศ-เสริมความคึกคัก สอดคล้อง Smart City

สันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง มองว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า อำเภอศรีราชาจะมีประชากรอาศัยอยู่ถึง 20 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นการขยายของตัวเมืองและการเจริญเติบโตของประชากรเข้ามาอย่างต่อเนื่องในแหลมฉบัง

‘แหลมฉบัง’ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาล (คสช) ประกาศโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

โรดแมปของโครงการ ทั้งด้านการคมนาคม โลจิสติกส์ ไปจนถึงการสร้าง Smart City ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ท่าเรือน้ำลึกระดับทอปเท็นของโลก สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นทั้งสนามบินและศูนย์ซ่อมเครื่องบินในอนาคต โครงการด้านดิจิทัล เช่น สนามทดสอบ 5G แห่งแรกของไทย ตลอดจนโครงการลงทุนของภาคเอกชนไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ

โดยปี 2560 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติลงทุนในพื้นที่เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 259 โครงการ มูลค่ารวม 310,337 ล้านบาท

โดยไฮไลต์ด้านดิจิทัลของ EEC คือ โครงการ Digital Park Thailand ซึ่งจะพัฒนาในพื้นที่แหลมฉบังให้เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัล และถูกวางให้เป็นเสมือนโชว์เคสของเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City

ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไอโอทีและนวัตกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มองว่า อุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นอุตสาหกรรมที่ลงทุนน้อยแต่ได้รับ ‘ผลตอบแทน’ สูง จึงเป็นสาเหตุให้รัฐมาส่งเสริมด้านดิจิทัล ดังนั้น ภาครัฐต้องดึงดูดภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศไทย

ดร.วงกต วิจักขณ์สังข์สิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลโครงการ Digital Park Thailand ว่า การลงทุนในพื้นที่จะเน้นการลงทุนด้านดิจิทัล ทำให้บรรยากาศคล้าย “แคมปัส” หรือมหาวิทยาลัย มีออฟฟิศ ห้องแล็บ Data Center และศูนย์เก็บเซิร์ฟเวอร์

ทั้งยังมีการตั้งเป้าว่า Digital Park Thailand จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านดิจิทัล รองรับการลงทุนใน New S-curve เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

แถมยังดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามา เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สิทธิพิเศษ ยกเว้นภาษีนิติบุคคลแก่ผู้เข้ามาลงทุนนาน 8-13 ปี (สูงกว่าผู้ที่มาลงทุนด้านดิจิทัลในบริเวณอื่นซึ่งได้สิทธิ 5-8 ปี)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานออกมาว่า บริษัทต่างประเทศได้เข้ามาลงทุนด้านดิจิทัลในโครงการดังกล่าวด้วย

ล่าสุด อรุช ช่างทอง กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ EEC บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ORI) กล่าวว่า บริษัทได้เข้ามาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในพื้นที่แหลมฉบังภายใต้ชื่อ “Origin District” ซึ่งมีทั้งคอนโดมิเนียมแบรนด์นอตติ้ง ฮิลล์ เคนซิงตัน และคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้ชื่อ Porto Bello เข้ามาไว้ในพื้นที่เดียวกัน และภายในปีนี้ ออริจิ้นยังมีแผนจะเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส Origin Smart District Rayong เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด Smart City

รวมมูลค่าการลงทุนของ ORI ทุกประเภทกว่า 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ข้อมูลบางส่วนมาจากงานเสวนาหัวข้อ “แหลมฉบังในอนาคต กับการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากนโยบาย EEC” จัดโดย บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI


Marketeer FYI

เปิดแผน ดิจิทัล EEC ระยะกลาง 2562-2564

งบประมาณ 10,742 ล้านบาท

(1) พัฒนา Digital Park สถาบัน IOT และ Data Center

(2) สร้างศูนย์ทดสอบ 5G (5G TestBed)

(3) วางโครงสร้างพื้นฐานท่อร้อยสาย เคเบิ้ลใยแก้วนำแสงและ เสา (i-Pole) สำหรับ 53 เส้นทาง

(4) ขยายความจุโครงข่าย 2,500 Gbps และวางเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ASEAN Digital HUB

(5) พัฒนาศูนย์กระจายพัสดุภัณฑ์อัตโนมัติ (Automated Postal Distribution Center)

ที่มา: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer