การตกเป็นตัวประกันท่ามกลางสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนของ Huawei ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและอาจทำให้ Tech Brand จีนอายุ 32 ปี เสียหายมากถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 352,000 ล้านบาท) เป็นอย่างน้อย ส่งผลให้แบรนด์สัญชาติจีนแบรนด์อื่นๆ ถูกจับตามองว่า จะได้รับผลกระทบหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน ทว่า Lenovo ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวเช่นกันกลับมั่นใจว่าจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้แบบแทบไม่เจ็บตัวเลย

ทั้งที่เป็นแบรนด์จีนเหมือนกัน เป็นแบรนด์ในวงการเทคโนโลยีเหมือนกัน แล้วทำไม Lenovo จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับ Huawei

 

แบรนด์จีนหมื่นล้านผู้กล้าฮุบ IBM ที่เริ่มมาจากห้องเล็กๆ   

Lenovo ก่อตั้งเมื่อปี 1984 โดย หลิว ฉวนจื้อ นักวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ศูนย์กลางการพัฒนาวิทยาศาสตร์หลายแขนงของประเทศ และนักวิจัยร่วมสถาบันอีก 10 คน

Liu-Chuanzhi Lenovo

หลิว ฉวนจื้อ ผู้ก่อตั้ง Lenovo 

ช่วงแรกซึ่งยังใช้ชื่อบริษัทและชื่อแบรนด์ว่า Legend ต้องเจออุปสรรคมากมาย ทั้งจากสถานที่ทำงานซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ขนาดใกล้เคียงกับป้อมยาม เงินทุนจำกัด ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย และการเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญ

ขณะเดียวกันยังเจ็บซ้ำซ้อนอีกจากการนำเข้าโทรทัศน์และนาฬิกาดิจิทัล สองธุรกิจแรกช่วงตั้งไข่ล้มไม่เป็นท่า

หลังเริ่มตั้งตัวได้จากการตรวจคุณภาพแผงวงจรคอมพิวเตอร์ของ IBM ที่แสดงผลเป็นภาษาจีน ปี 1988 Legend ก็ลงประกาศรับพนักงานเพิ่มโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์

จากผู้สมัครกว่าราว 500 คน สุดท้ายถูกคัดเหลือ 58 คน โดยกลุ่มพนักงานการศึกษาดีและอายุเฉลี่ย 26 ปีในเวลานั้น ถือเป็นพนักงานกลุ่มที่ 2 ของบริษัท หนึ่งในนั้นมี หยาง หยวนเจิ้ง ประธานบริหาร (CEO) คนปัจจุบันรวมอยู่ด้วย

Lenovo Yang Yuanqing CEO

หยาง หยวนเจิ้ง CEO ของ Lenovo 

ข้ามมาถึงปลายยุค 90 Legend กลายเป็นแบรนด์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) แบบตั้งโต๊ะที่ครองส่วนแบ่งตลาดลำดับต้นๆ ทั้งในจีนและเอเชีย-แปซิฟิก

ล่วงสู่ต้นยุค 2000 Legend ก็เริ่มรุกสู่ตลาดนอกทวีปเอเชีย จนกระทั่งปี 2004 ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Lenovo เพื่อสื่อถึงความเป็นสากล ผู้บริโภคทุกชาติทุกภาษาเรียกและจดจำง่าย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขยายตลาดไปทั่วโลก

หลังเปลี่ยนชื่อใหม่เพียงปีเดียว บริษัทจีนแห่งนี้ก็กลายเป็นบริษัทระดับโลกอย่างเต็มตัวพร้อมเสียงฮือฮา ด้วยการทุ่มเงินถึง 1,250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 40,000 ล้านบาท) ซื้อธุรกิจ PC รวมถึง Tablet ของ IBM

ท่ามกลางผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจาก 2,610 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 83,520 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2004-2005 เป็น 12,690 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 406,080 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2005-2006 ซึ่งยังเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อๆ มา แต่ Lenovo ก็เผชิญกับปัญหาใหญ่ในฝ่ายบริหาร

เกิดปัญหาความไม่ลงรอยและไม่เข้าใจกันในหมู่ผู้บริหารของ Lenovo ซึ่งประกอบไปด้วยชาวจีนที่อยู่มาก่อนกับชาวตะวันตก เช่น อเมริกันและยุโรป ที่เข้ามาใหม่จาก IBM

ขณะเดียวกันยังถูกผู้บริโภคและในแวดวงเทคโนโลยีรวมถึงภาคธุรกิจ ปรามาสว่าทำอะไรที่เกินตัว คล้ายงูที่หวังกลืนกินช้าง

ปัญหาเหล่านี้ยังดำเนินต่อไประหว่างที่ Lenovo อยู่ในมือ CEO ชาวตะวันตกอีก 2 คน แต่ที่สุดก็หยุดลงหลัง หยาง หยวนเจิ้ง เจ้าของตำแหน่งนี้ช่วงก่อนการซื้อกิจการ PC ของ IBM กลับมานั่งเก้าอี้เดิมในปี 2009

ภายใต้การบริหารของ CEO ชาวจีนผู้นี้ที่เข้าใจองค์กรเพราะอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้ง Lenovo ก็พุ่งทะยานไม่หยุด โดยปีงบประมาณ 2009-2010 ผลประกอบการ Lenovo ขยับขึ้นเป็น 16,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 531,200 ล้านบาท) และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 29,570 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 939,200 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2011-2012

Lenovo Head Quarter

ปี 2014 Lenovo เพิ่มความแข็งแกร่งในตลาด Smartphone ด้วยการซื้อธุรกิจดังกล่าวของ Motorola ด้วยเงิน 2,910  ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 93.120 ล้านบาท) ต่อจาก Google

ปัจจุบัน Lenovo กลายเป็นหนึ่งใน Tech Brand จีนยักษ์ใหญ่ ยืนยันได้จากผลประกอบการ 45,350 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2017-2018 เพิ่มจาก 43,040 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ของปีงบประมาณก่อนหน้า

แบรนด์จีนเจ้าของมูลค่า 2,879 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 92,128 ล้านบาท) ซึ่งชื่อมาจากการนำ Le ของ Legend ซึ่งเป็นชื่อเก่า มารวมกับคำว่า Novo ที่หมายถึงใหม่ในภาษาลาติน ยังเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์มากมาย

ตั้งแต่ Smartphone, PC, Smart Device ไปจนถึงบริการด้าน IT ต่างๆ พร้อมด้วยพนักงานกว่า 54,000 คน ที่ทำงานอยู่ตามสำนักงานและโรงงานหลายแห่งทั่วโลก

 

แบรนด์จีนระดับโลกที่ไม่หวั่นผลกระทบจากสงครามการค้า

ท่ามกลางสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กำลังร้อนระอุ จึงไม่แปลกที่แบรนด์จีนมากมายจะร้อนๆ หนาวๆ แต่ Lenovo กลับมั่นใจว่าจะไม่ได้ผลกระทบมากนัก

เหว่ย หมิงว่อง ประธานฝ่ายการเงิน (CFO) ให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาเป็นบริษัทระดับโลกเต็มตัวตั้งแต่ปี 2005 มีสำนักงานและโรงงานอยู่ในหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในจีน จะช่วยให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น

ส่วนถ้าทางการรัฐเพิ่มกำแพงภาษีจนส่งผลต่อ Gadget ที่ผลิตจากโรงงานในจีน Lenovo ก็พร้อมย้ายฐานการผลิตมายังโรงงานที่มีอยู่ในอีกหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเม็กซิโก จนสายการผลิตสามารถดำเนินต่อไปได้

Lenovo Graphic

สำหรับ Huawei นั้น Levono ยืนยันว่าจะยังไม่ตัดสัมพันธ์ทางธุรกิจเพราะเป็นบริษัทร่วมชาติและคู่ค้าที่สำคัญ ตรงกันข้ามกันบริษัทสัญชาติอเมริกัน

และบริษัทของเหล่าชาติพันธมิตรที่ประกาศระงับการทำธุรกิจกับ Huawei หลังถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กดดัน/Lenovo, bizfluent, wharton, forbes, reuters, cnbc, statista, kantar, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน