หลุมพรางต้องระวังระหว่างพัฒนาตัวเอง

หากต้องการพัฒนา นั่นแสดงว่าปัจจุบันยังไม่ดีพอ ต้องมีการปรับปรุง และหวังให้วันพรุ่งนี้ต่างจากทั้งปัจจุบันและวันวาน งานที่ควรทำเพื่อให้ไปถึงเป้าคือการวางแผน ทว่าทุกอย่างมีด้านถูกมองข้ามซ่อนเสมอจึงเป็นไปได้ว่า ระหว่างลงแรง ลงใจและเวลาในการพัฒนาตัวเอง คุณอาจพลาด มองไม่เห็น หรือคิดว่ามายาคติที่เชื่อนั้นเป็นสิ่งดีทั้งที่จริงๆแล้ว ไม่ใช่ โดย 4 ข้อต่อไปนี้คือหลุมพรางที่ต้องระวัง ทุกครั้งในการพัฒนาตนเอง

ยึดติดความเป็นเลิศ : อย่างแรกเลยที่ต้องระวังเมื่อตั้งว่าจะเป้าปรับปรุงผลงานและพัฒนาตัวเองให้ขึ้นกว่าเก่าคือ การติดอยู่กับความสมบูรณ์ เพราะหากไม่เจอสิ่งที่หวังไว้ คุณอาจหมดกำลังใจได้ ดังนั้นอย่าติดอยู่แค่ว่า “ดีพอหรือยัง” “ยังดีขึ้นอีกได้หรือไม่” “ทำไมครั้งที่แล้วถึงดีกว่านี้” เหมือนนักดนตรีดังบางคนที่ตื่นเวทีอยู่เสมอ และหลังจบโชว์แล้วยังมาเฝ้าถามตัวเองอีกว่า “เสียดาย น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้” เพื่อขจัดความเชื่อผิดๆ ข้อนี้ คุณควรทำความเข้าใจว่า ไม่มีใครสามารถสร้างผลงานระดับสุดยอดได้ตลอด ทุกอย่างมีขึ้นมีลง และการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม้แบบเก็บเล็กผสม ย่อมสามารถยกระดับทักษะฝีมือให้ดีขึ้นได้ในอนาคต เมื่อเทียบกับใครที่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

เห็นใครเก่งกว่าดีไปหมด : น้อยคนที่จะสามารถพัฒนาตนเองได้โดยไม่มีต้นแบบ คนที่เก่งกว่า ดีกว่าจึงเป็น Role Model ให้ทำตาม แต่ถ้าเชิดชูต้นแบบมากเกินไป หรือเลือกคนที่เหนือตนเองแบบคนละชั้นมากเกินไป ผลร้ายก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าทำไม่ได้เท่า หรือมากกว่าฉุดให้คุณรู้สึกด้อยหรือจิตตก คิดโทษตัวเองว่าศักยภาพไม่ได้พอ เหมือนกับการตั้งเป้าไว้สูงเกินไป ตัวเองเป็นแค่มดแต่อยากใหญ่ให้เท่าไดโนเสาร์ เพื่อลดอาการหลงผิดข้อนี้ ควรมองคนร่วมสังคม ชุมชนหรือบริษัท ที่คุณสามารถเก่งได้ใกล้เคียง เท่ากันหรือมากกว่าโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไป หรือทุ่มเทเวลาพัฒนาตัวเองมากเกินไปจนเสียงาน และในระยะยาวให้มีสมาธิอยู่กับการเอาชนะตัวเองเพื่อการเป็นคนใหม่ มากกว่าเอาชนะต้นแบบ

ไร้วิธีคว้าความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์ : การใช้คนที่เก่งกว่าหรือบุคคลชั้นนำในวงการเป็นต้นแบบ ยังเป็นเหตุของมายาคติในการพัฒนาตัวเองอีกข้อหนึ่งด้วย เพราะเมื่อเห็นใครที่เหนือกว่าประสบความสำเร็จด้วยวิธีใด คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่เดินตามจนลืมคิดไปว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่ และการยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่งมากเกินไปอาจรั้งไม่ให้คุณก้าวหน้าไปมากเท่าที่คิด ดังนั้นควรลองใช้หลายๆ วิธีจนกว่าจะรู้ว่าวิธีไหนถนัดที่สุด เพื่อความคล่องตัว และไม่ฝืนตัวเองในระยะ พร้อมเพิ่มทางเลือกหากทางหลักเกิดใช้ไม่ได้จากเรื่องผิดคาด หรือตัวแปรต่างๆ

ไม่ปล่อยวางบ้างเมื่อลงมือทำ : หลุมพรางสุดท้ายที่ควรระวังระหว่างพัฒนาตัวเองคือการยึดติดกับแผนนั้นมากจนเกินไป จนเมื่อสะดุดกลางทางทำให้โครงปรับปรุงตนเองครั้งนี้ต้องหยุดลง โดยเพื่อเลี่ยงหลุมพรางดังกล่าว คุณควรอยู่กับปัจจุบันและมุ่งมั่นทำกรอบเวลาที่ตั้งไว้ให้เต็มที่ แล้วมาพิจารณาว่าผลที่ออกมาว่า ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ภูมิใจหากทำได้ตามเป้า และแก้ไขจุดที่พลาดถ้าไม่ดีตามแบบที่ตั้งใจไว้ตอนแรก จำไว้ว่าไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ และคนเราจะดีขึ้นได้ถ้าเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่เราจะไม่ได้รู้ศักยภาพและข้อจำกัดของตัวเองเลย ถ้ามัวแต่วางแผนแล้วไม่ลงมือทำ / hbr