จากตัวเลขการส่งออกล่าสุด (ไม่รวมทองคำ) ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับหลายปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทย ทำให้อีไอซีคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปี 2019 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ -2.0% เล็กน้อย

โดยคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี มูลค่าการส่งออกจะหดตัวต่อเนื่อง ยกเว้นเดือน ก.ย. ที่มูลค่าส่งออกอาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้เนื่องจากปัจจัยฐานต่ำในปีก่อน

ทั้งนี้ ปัจจัยด้านต่างๆ ที่ส่งผลต่อการส่งออกของไทยในระยะต่อไป มีดังนี้

1) ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงมีทีท่ายืดเยื้อ จากสถานการณ์ล่าสุด สหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสินค้าจีนมูลค่า 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 15% ในวันที่ 1 ก.ย. 2019 ที่ผ่านมา

และยังมีแผนปรับเพิ่มภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนอีก 2 ช่วง คือวันที่ 15 ต.ค. 2019 จะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 25% เป็น 30% และวันที่ 15 ธ.ค. 2019 จะเพิ่มภาษีสินค้าจีนมูลค่า 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 15%

อีไอซีคาดว่าจะยังไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งกันได้จากการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ การปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อสินค้าส่งออกของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตจีนไปยังสหรัฐฯ

2) เหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงที่อาจทำให้การส่งออกไทยไปฮ่องกงได้รับผลกระทบ โดยการประท้วงที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2019 ทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงหดตัวที่ -0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแบบปรับผลทางฤดูกาล

และล่าสุดการประท้วงยังคงยืดเยื้อต่อไป ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในฮ่องกงเดือน ส.ค. 2019 หดตัวกว่า -40% YOY ซึ่งการท่องเที่ยวของฮ่องกงนับเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญที่มีสัดส่วนถึง 19.2% ต่อ GDP ดังนั้น จึงทำให้คาดว่าเศรษฐกิจฮ่องกงจะได้รับผลกระทบจากการประท้วงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในส่วนของไทย อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกสินค้าไทยไปยังฮ่องกง โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังฮ่องกง 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์และพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง

3) ความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ที่นำมาสู่การตอบโต้ทางเศรษฐกิจ โดยความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้ทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีการพึ่งพาระหว่างกันค่อนข้างมาก

โดยเกาหลีใต้เป็นตลาดส่งออกอันดับสามของญี่ปุ่น โดยมีสัดส่วน 7.1% ของมูลค่าการส่งออกญี่ปุ่นทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอันดับ 5 ของเกาหลีใต้ โดยมีสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าการส่งออกเกาหลีใต้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ในส่วนของไทย ทั้งสองประเทศนับเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ดังนั้น การที่เศรษฐกิจของทั้งคู่มีแนวโน้มชะลอลงจากความขัดแย้งจึงอาจทำให้การส่งออกของไทยไปทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบไปด้วยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ส่งออกเดือน ส.ค. 2562 หดตัวที่ -4.0% จากการหดตัวของสินค้ารถยนต์ คอมพิวเตอร์ ข้าว และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ส่วนสินค้านำเข้าหดตัวที่ -14.6% เป็นการหดตัวในทุกหมวดสินค้า โดยการหดตัวในระดับสูง ส่วนหนี่งเกิดจากปัจจัยฐานสูงในปีก่อนหน้า



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer