จากภาษีความหวาน ถัดมาคือ “ภาษีความเค็ม”

การเพิ่มอัตราการเก็บ “ภาษีความหวาน” ของกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา นอกจากอยากจะให้คนไทยสุขภาพดี ห่างไกลจากโรค รวมทั้งเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแล้ว

กรมสรรพสามิตยังได้รายได้เพิ่มจากการขึ้นภาษีความหวานด้วย โดยปัจจุบันกรมฯ จัดเก็บรายได้จากภาษีความหวานราว 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปีและคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท

ทำให้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มต้องเร่งปรับเปลี่ยนสูตรของสินค้า หรือไม่ก็ปรับราคาขึ้นจากการขึ้นภาษีดังกล่าว

นอกจาก “ภาษีความหวาน” แล้ว กรมสรรพสามิตยังเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนเก็บ “ภาษีความเค็ม” ที่น่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้

ก่อนที่จะมีความชัดเจนในการเก็บ ”ภาษีความเค็ม” Marketeer ชวนอ่านกินเค็มแค่ไหนถึงเรียกว่าเค็ม แล้วสินค้าอะไรบ้างเข้าข่ายต้องร้องจ๊ากเพราะโดนเก็บภาษีแน่ๆ จากข้างล่างนี้

ปัจจุบันคนไทยใช้เกณฑ์ในการกำหนดร่างกายควรได้รับปริมาณโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน

ขณะที่ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO นั้นได้ปรับเกณฑ์ใหม่โดยกำหนดปริมาณโซเดียมที่ควรบริโภคต่อวันอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษีกรมสรรพสามิต ได้ยกตัวอย่างหากเทียบตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก คนไทยควรได้รับโซเดียมต่อ 1 มื้ออาหาร ไม่ควรเกิน 600 มิลลิกรัม

แต่ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ได้รับปริมาณโซเดียมต่อมื้อถึง 1,000 มิลลิกรัม เพราะอาหารและเครื่องดื่มในไทยส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมเกินมาตรฐาน

เพราะฉะนั้นถ้าหากมีอาหารอยู่ 100 ถุง ในจำนวนนี้ก็จะมีปริมาณโซเดียมเกินที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 60% หรือ 60 ถุงเลยทีเดียว

 

แล้วกรมสรรพาสามิตจะเก็บภาษีความเค็มจากโซเดียมประเภทไหน?

ปัจจุบันโซเดียมที่คนไทยนิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 ประเภทคือ

1. โซเดียมถนอมอาหาร มีสัดส่วน 20% ของปริมาณโซเดียมที่ใช้ในปัจจุบัน

2. โซเดียมปรุงรส มีสัดส่วน 80% ของปริมาณโซเดียมที่ใช้ในปัจจุบัน

โดยกรมสรรพสามิตเรียกเก็บภาษีความเค็มจาก โซเดียมปรุงรส” เท่านั้น เพราะไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปในผลิตภัณฑ์ก็ได้

ส่งผลให้กลุ่มสินค้าประเภทขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงปรุงรส ฯลฯ จะโดนเก็บภาษีความเค็มทั้งหมด หากยังไม่ลดจำนวนโซเดียมลงเมื่อถึงเวลาที่เกณฑ์กำหนดออกมาแล้ว

คำถามที่ตามมาคือ…แล้ว น้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ จะถูกเก็บภาษีความเค็มด้วยหรือไม่

คำตอบคือ สินค้าจำพวกน้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ จะไม่ถูกเก็บภาษีความเค็ม

นับจากนี้คงต้องรอดูความชัดเจนจากกรมสรรพสามิตว่าจะมีแนวทางกำหนดเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีความเค็มไปในทิศทางไหน

แต่ที่แน่ๆ ผู้ประกอบการคงมีเสียวกันบ้างหากยังไม่ปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ภายในเวลา 1-2 ปี ขณะที่ผู้บริโภคก็อาจจะต้องควักเงินซื้อสินค้ามากขึ้นก็เป็นได้

ข้อมูลจากกรมการแพทย์ ปี 2561 พบว่า

  • คนไทยป่วยโรคไตเรื้อรัง 8 ล้านคน
  • เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายกว่า 100,000 คน
  • เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15-20% ต่อปี

——————–

องค์การอนามัยโลกระบุลดความเค็มในอาหารได้ 20-30% จะลดการเป็นโรคได้ 30-40%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer