เป็นกระแสอย่างมาก เมื่อ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และกองทุนฟื้นฟูฯ ประกาศเสนอขาย IPO 1,535 ล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 280 ล้านหุ้น หุ้นสามัญเดิมจำนวนไม่เกิน 1,255 ล้านหุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 230 ล้านหุ้น รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 1,765 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 5 บาท

โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปทุกคน สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 25-29 พฤศจิกายนนี้ โดยเตรียมเสนอขายผ่านธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายนนี้ ที่ช่วงราคาเสนอขาย 15.50-17.50 บาทต่อหุ้น ผู้ลงทุนสามารถจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดและทางบริษัทฯ จะคืนเงินส่วนต่างในกรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรหรือราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขาย โดยจะได้รับการจัดสรรหุ้นด้วยวิธี random ภายหลังการจองซื้อ

วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อนำไปซื้อ NPLs และ NPAs เพื่อขยายธุรกิจ และชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน หุ้นกู้ ตั๋วเงินจ่าย และยังใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท พร้อมประกาศนโยบาย “จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ”

ซึ่งการเสนอขาย IPO ของ BAM ในครั้งนี้ เหล่านักลงทุนยกให้เป็น “หุ้น IPO ที่น่าลงทุนในระยะยาวเลยทีเดียว

อะไรทำให้นักลงทุนมั่นใจขนาดนั้น?

Marketeer Online ได้มีโอกาสร่วมงานโร้ดโชว์ของ BAM ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงขอสรุปข้อมูลที่น่าสนใจของหุ้น IPO ตัวนี้ กับเหตุผลที่ตอบว่า…“ทำไมหุ้นไอพีโอ BAM ถึงน่าลงทุนในระยะยาว

1. บริษัทบริหารสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประสบการณ์มากว่า 20 ปี

ด้วยประสบการณ์มากว่า 20 ปี บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ (BAM) จึงเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีสายสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงเพื่อซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) จากธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์กว่า 18 แห่ง

 รวมทั้งเครือข่ายสำนักงานใหญ่และสาขาที่แข็งแกร่งถึง 26 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานกว่า 1,200 คน ช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม และบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถประเมินราคาทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทมีช่องทางและฐานลูกค้าที่กว้างขวางทั่วทุกภูมิภาค สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย หรือนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

โดยธุรกิจหลักของ BAM แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) โดยจะซื้อ NPLs จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และนำมาบริหารจัดการด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้และแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน

ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ที่ BAM จะช่วยฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพให้เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินเปล่า โรงแรม อาคารเพื่อการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และอาคารชุด รวมทั้งสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ได้ทรัพย์สินรอการขายมาโดยวิธีการต่างๆ ผ่านเครือข่ายสำนักงานใหญ่ และสาขาต่างๆ

BAM มีกรรมการและทีมผู้บริหารระดับสูงมีประสบการณ์และผลงานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งที่ผ่านมา BAM มีผลการดำเนินงานในการจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงที่หมาะสม มีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและยั่งยืนเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโต

2. ผลประกอบการแข็งแกร่ง เติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากตัวเลขผลประกอบการของ BAM (นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ – 30 กันยายน 2562) ได้ปิดบัญชีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ NPLs ซึ่งคำนวณจากมูลค่าต้นทุนการซื้อไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 90,000 ล้านบาท

สำหรับผลการดําเนินงานและฐานะทางการเงินของ BAM ระหว่างปี 2559-2561 นั้น มีรายได้เติบโตเฉลี่ย 5.5% ต่อปี มีกําไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 3.0% ต่อปี สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2562 BAM มีรายได้รวม 9,206 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,882 ล้านบาท อีกทั้ง BAM ยังมีศักยภาพในการเติบโตจาก NPLs และ NPAs ในระบบธนาคารที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 ราคาประเมินของหลักทรัพย์คํ้าประกันมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของลูกหนี้ NPLs ของ BAM กว่า 2.4 เท่า (ราคาประเมินของหลักทรัพย์คํ้าประกัน = 195,554 ล้านบาท/มูลค่าทางบัญชี = 79,136 ล้านบาท) และราคาประเมินของ NPAs ของ BAM มีมูลค่าสูงกว่า มูลค่าทางบัญชีกว่า 2.3 เท่า (ราคาประเมิน = 54,467 ล้านบาท/มูลค่าทางบัญชี = 23,245 ล้านบาท)

3. ยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ดีที่สุด

BAM ประกาศวิสัยทัศน์ในการ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ดีที่สุด” ด้วยการชูการบริหารงานที่เป็นเลิศและมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและสถาบันการเงินที่ขาย NPLs และ NPAs เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

ภายใต้ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายใน 3 ข้อ ได้แก่

– ขยายฐานทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยติดตามการประกาศจำหน่ายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายของสถาบันการเงินต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มโอกาสในการคัดเลือก NPLs และ NPAs ที่มีศักยภาพสูง และเร่งเพิ่มสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายในพอร์ตในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

– ลดระยะเวลาการดำเนินการและเพิ่มผลเรียกเก็บเงินสดของบริษัท ผ่าน 1) การเจรจากับลูกหนี้  2) การปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และ 3) การผ่อนชำระหนี้ตามความเหมาะสม

– ฝึกอบรบพนักงานและพัฒนาศักยภาพขององค์กร และกำหนดแผนการสืบทอดตำแหน่ง

4. ดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

จากการได้ร่วมงานโร้ดโชว์ของ BAM ทำให้ทราบถึง “วัฒนธรรมองค์กรและค่านิยม BAM TOUCH” ซึ่งเป็นรูปธรรม เหมาะสม ชัดเจน และสอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนให้การดำเนินธุรกิจของ BAM เป็นไปอย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาล

โดยวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมขององค์กรที่ถือปฏิบัติทำให้เกิดผลดี 5 ประการ ได้แก่ ดีต่อพนักงาน ดีต่อผู้ถือหุ้น ดีต่อลูกค้า ดีต่อสังคม ดีต่อประเทศ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยกำหนดนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 3 ประการ ได้แก่ คนดี สินค้าดี สังคมดี (Good People, Good Product, Good Society)

ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน BAM ได้นำแนวทาง Environment, Social, Governance มาใช้อย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด ครอบคลุมการดำเนินกิจกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความมุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เน้นการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ เรียกได้ว่า “ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม”

ด้วยกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกหนี้และลูกค้า เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องมากมาย อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ เน้นช่วยเหลือลูกหนี้ที่สุจริต เพื่อสร้างแรงจูงใจเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้โดยเร็ว โครงการสุขใจได้บ้านคืน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่อยู่อาศัย โครงการ BAM ช่วยฟื้นคืนธุรกิจ SME ให้ลูกหนี้ SME ลดภาระการผ่อน สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โครงการ BAM ช่วยลดเพื่อปลดหนี้เกษตรกร ช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อเพื่อการเกษตรที่เป็นบุคคลธรรมดา โครงการบ้านมั่นคง ร่วมมือกับภาครัฐพัฒนาชุมชนและแก้ไขปัญหาชุมชนในระยะยาว โดยสนับสนุนการจัดหาที่ดินสำหรับการสร้างบ้านให้กับชุมชนผู้มีรายได้น้อย โครงการคอนโดโดนใจสบายกระเป๋า โปรแกรมผ่อนชำระสำหรับลูกค้าที่มีรายได้น้อยหรืองบประมาณจำกัด หรือเข้าไม่ถึงแหล่งสินเชื่อของสถาบันการเงิน ให้สามารถซื้อห้องชุดพักอาศัยจาก BAM ได้ในเงื่อนไขพิเศษ

สรุป

เมื่อวิเคราะห์แล้ว BAM มีจุดเด่นที่แข็งแกร่งมาก คือ เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีประสบการณ์ที่ยาวนาน ด้วยเครือข่ายสาขามากที่สุดครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อจัดหา ประเมินมูลค่า และการบริหารจัดการสินทรัพย์

พร้อมกันนี้ยังมีผลการดำเนินงานในการจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสดจาก NPLs และ NPAs ที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม มีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและยั่งยืนเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น พร้อมด้วยกรรมการและทีมผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์และผลงานเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนมากมาย

ที่สำคัญ วิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารที่ ‘มุ่งสู่การเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ดีที่สุด’ ภายใต้การดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม จึงไม่แปลกที่ BAM จะมีตัวเลขผลประกอบการที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจให้กับเหล่านักลงทุนนั่นเอง

ผู้สนใจสามารถจองซื้อหุ้น IPO ของ BAM ได้ที่ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2562 ที่ช่วงราคาเสนอขาย 15.50-17.50 บาทต่อหุ้น (ประชาชนทั่วไปจะต้องจ่ายเงินจองซื้อ 17.50 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ จะคืนเงินส่วนต่างในกรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรหรือราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขาย) ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด และตัวแทนจำหน่ายหุ้นทั้ง 3 ราย ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับจองซื้อหุ้นก่อนครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อ หากจำนวนหุ้นที่จองซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายหุ้นทั้ง 3 ราย รวมกันเท่ากับหรือสูงกว่า 1,765 ล้านหุ้น หุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรจะพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ผู้จองซื้อได้ทำการจองซื้อและชำระเงินค่าจองซื้อเต็มตามจำนวนที่จองซื้อภายในระยะเวลาจองซื้อแล้วเท่านั้น

รายละเอียดวิธีการจองซื้อ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://investor.bam.co.th/th

หมายเหตุ: ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer