ท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างรุนแรงในธุรกิจสินเชื่อยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะรักษาความเป็น “เบอร์หนึ่ง” ได้อย่างยาวนาน แต่สำหรับธนาคารธนชาต นับตั้งแต่ก่อตั้งก็สามารถยืนหนึ่งในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ของไทยมาตลอด 20 ปี

จวบจนปัจจุบันธนชาตเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่สูงถึง 30% และมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อรถยนต์ใหม่ถึง 18% ในปี 2561 ขณะที่ยังรักษาตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ให้อยู่ในระดับต่ำเอาไว้ได้ ด้วยระบบ Scoring Model ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงเพื่อบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

ความแข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารธนชาตยังยืนยันได้ด้วยรางวัลระดับสากล อย่างรางวัล “ธนาคารยอดเยี่ยมด้านสินเชื่อรถยนต์แห่งปี (Automobile Lending Product of the Year)” จาก The Asian Banker นิตยสารชั้นนำด้านการเงินการธนาคารในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ธนชาตสามารถคว้ามาได้นับตั้งแต่ปี 2560

ยากกว่าการขึ้นมาเป็น “เบอร์หนึ่ง” คือการรักษาตำแหน่ง         

การก้าวขึ้นมาเป็น “เบอร์หนึ่ง” ในตลาดสินเชื่อรถยนต์เมืองไทยมาอย่างยาวนาน สะท้อนวิสัยทัศน์ของธนาคารธนชาตในการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยง ความใส่ใจคุณภาพในการให้บริการ และการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบและบริการให้สอดคล้องกับบริบทของโลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง

จนตกผลึกเป็นนวัตกรรมการให้บริการที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากกุญแจความสำเร็จ 4 ประการ ซึ่งเรียกย่อๆ ว่า CARS อันประกอบด้วย

C – Cross Area Booking นวัตกรรมบริการที่เกิดจากความเข้าใจการขายของคู่ค้าในช่องทางออนไลน์ที่ให้บริการข้ามพื้นที่เพื่อทำให้การขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น จากเดิมใช้เวลาดำเนินการมากกว่า 10 วัน ลดเหลือเพียง 5 วัน

A – ALDX (Automotive Lending Digital Experience) โครงการที่พัฒนากระบวนการให้บริการลูกค้าเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การสมัครขอสินเชื่อ ติดตามสถานะการอนุมัติ ดูรายละเอียดบัญชี หรือนำเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาทะเบียน ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ ไปใช้ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะระบบ ALDX นี้ พ่วงไปกับ Thanachart Connect โมบายแอปฯ

R – Revamp CYC E2E Process การปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน​ของ​ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถแลกเงิน หรือ Cash Your Car (CYC) ของสาขาธนาคาร เพื่อบริการลูกค้าให้ได้รับความสะดวกสบายและรวดเร็วผ่าน​แท็บเล็ต เช่นเดียวกับที่เจ้าหน้าที่การตลาดสินเชื่อรถยนต์ให้บริการ

S – Speed by Auto Approve การเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติสินเชื่อซึ่งจะช่วยลดงานของเจ้าหน้าที่พิจารณาสินเชื่อได้อย่างน้อย 10-20% 

มากกว่าสินเชื่อ “ธนชาตDRIVE” เคียงข้างทุกเส้นทางชีวิต

ปัจจุบันตลาดสินเชื่อรถยนต์มีการแข่งขันสูง ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลต้องการความสะดวก รวดเร็วแบบทันทีทันใด และชอบแสวงหาประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและยังคงพันธกิจหลักของธนาคารธนชาต โดยเฉพาะการครองใจลูกค้าและครองความเป็น “ผู้นำ” ในตลาดสินเชื่อรถยนต์เอาไว้อย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่องต่อไป ธนชาตจึงได้ปรับการสื่อสารจากผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อรถยนต์ไปเป็นแบรนด์ “ธนชาตDRIVE”

“นับเป็นความท้าทายที่จะรักษาความเป็นผู้นำของตลาดสินเชื่อรถยนต์เอาไว้ ตลอด 20 ปีของการเป็นตัวจริงอย่างชัดเจน ธนาคารธนชาตมุ่งมั่นและเชี่ยวชาญในวงการสินเชื่อรถยนต์ แต่เพื่อก้าวย่างที่มั่นคงและยิ่งใหญ่ขึ้นของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ธนชาต วันนี้ เราจึงยกระดับสินเชื่อรถยนต์ให้กลายเป็นแบรนด์ภายใต้ธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นมากกว่าสินค้า โดยสื่อสารภายใต้แบรนด์ชื่อ “ธนชาตDRIVE” เพื่อสะท้อนว่าเราจะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และจะช่วยให้ธนาคารกับลูกค้าสามารถเข้าถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น” คุณป้อมเพชร รสานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าว

คำว่า DRIVE นอกจากจะหมายถึง “การขับเคลื่อน” ยังหมายถึงแรงขับที่จะกระตุ้นให้ธนาคารธนชาตมุ่งมั่นที่จะเคลื่อนตัวไปสู่จุดหมายความสำเร็จที่ต้องการ ขณะที่ “ธนชาตDRIVE” สื่อถึงธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ และบอกถึงแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่ารถยนต์เป็นตัวแทนความก้าวหน้าของเส้นทางชีวิต ดังนั้น ธนชาตDRIVE จึงสะท้อนถึงทิศทางของแบรนด์ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้กับลูกค้าในทุกเส้นทางชีวิตเพื่อช่วยให้ลูกค้าก้าวไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านสินเชื่อรถยนต์มาอย่างยาวนาน การมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงแนวคิดในการปฏิบัติงานที่ยึดถือจนเป็นตัวจริงในวงการสินเชื่อรถยนต์ที่พร้อมจะเคียงข้างลูกค้าในทุกปัญหา

คุณป้อมเพชรเชื่อมั่นว่า ด้วยบุคลิกของคนธนชาตDRIVE ที่ประกอบด้วย ความกล้า, ความยืดหยุ่น, ความแน่วแน่ และความกระตือรือร้น จะทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันพันธกิจในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้ทุกเส้นทางชีวิตให้กับลูกค้าได้อย่างคล่องตัว  

“ธนชาตDRIVE” ครบจบทุกความต้องการด้านสินเชื่อรถยนต์

การเป็นแรงเสริมในการขับเคลื่อน “ความก้าวหน้า” ให้ลูกค้าตลอดเส้นทางชีวิต เป็นพันธกิจหลักที่ธนาคารธนชาตยึดมั่นจนถึงทุกวันนี้ ปรัชญาการทำงานดังกล่าวได้หล่อหลอมเป็น “ธนชาตDRIVE Spirit” ที่มาพร้อมทั้งทีมงานที่เชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อรถยนต์ที่หลากหลายและครบครัน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

ไม่ว่าจะเป็น “ธนชาตDRIVE รถมือสอง” และ “ธนชาตDRIVE รถใหม่” สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถคันใหม่เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น หรือมองหารถคันใหญ่ขึ้นเพื่อความสุขความสบายที่เพิ่มขึ้น​ หรือ “ธนชาตDRIVE รถแลกเงิน” สำหรับลูกค้าที่ต้องการเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือใช้เป็นทุนของอนาคต แต่ติดขัดเรื่องเงินทุน ธนชาตก็พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยให้ลูกค้าไปได้ไกลกว่าและไปถึงทุกจุดหมายได้เร็วขึ้น

เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากการใช้บริการสินเชื่อรถยนต์กับธนชาต  ธนชาตDRIVE จึงสรรหาและสรรค์สร้างข้อเสนอและสิทธิพิเศษมาไว้ให้กับลูกค้าบน ธนชาตDRIVE Privilege แหล่งรวมสิทธิพิเศษเพื่อลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ธนชาต โดยแลกรับสิทธิได้ง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน Thanachart Connect รวมถึงบริการ ThanachartDRIVE Bluebook เว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคลังข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับราคากลางของรถยนต์มือสอง นอกจากนี้ ธนชาตยังได้จัดตั้ง​ ธนชาตDRIVE Academy โรงเรียนสินเชื่อรถยนต์ธนชาต สำหรับฝึกอบรมและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับทีมงานอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างทีมงานที่มีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีใจบริการพร้อมมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งยังมีหลักสูตรเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้กับคู่ค้าอีกด้วย ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้สร้างความโดดเด่นที่แตกต่างให้กับธนชาตDRIVE

ธนชาตยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้บริการที่สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ธนาคารจึงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเชื่อมโยงกับระบบ ALDX (Automotive Lending Digital Experience) ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนากระบวนการให้บริการลูกค้าเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การสมัครขอสินเชื่อ ติดตามสถานะการอนุมัติ ดูรายละเอียดบัญชี หรือนำเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาทะเบียน ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ ไปใช้อย่างสะดวกสบายผ่านทางแอปฯ Thanachart Connect รวมทั้งยังได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของธนชาตDRIVE ตลอดเส้นทางชีวิต

“พัฒนาการเหล่านี้มาจากสปิริตของธนชาตDRIVE ที่อยู่บนแนวคิดที่ว่า ความก้าวหน้าของลูกค้าคือรางวัลที่แท้จริงของธนชาต และความไว้วางใจจากลูกค้าคือสิ่งที่ขับเคลื่อนให้ธนชาตครองความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อรถยนต์ไปได้อีกยาวนาน”

คุณป้อมเพชรทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า ความแข็งแกร่งของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ของธนชาต บวกกับการขับเคลื่อนของแบรนด์ ธนชาตDRIVE จะทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างจากปัจจุบันที่มีมูลค่า 4.4 แสนล้านบาท สามารถทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่  4.5 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ได้อย่างแน่นอน