ตลาดจอแอลอีดี มูลค่าเท่าไร ? วิเคราะตลาด LED Display พร้อมศึกษากลยุทธ์ผู้นำตลาดอย่าง ซัมซุง

อาจดูไม่สดใสนักสำหรับตลาด LED TV ที่เคยเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมาเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะกราฟการเติบโตจะหันหัวลงจนทำให้ภาพรวมตลาดทั้งปีเติบโตลดลง

การเติบโตที่ลดลงของตลาด LED TV มาจากปัจจัยที่สำคัญคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ปลุกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการจับจ่าย ประกอบกับในปีนี้ไม่มีฤดูกาลการแข่งขันกีฬานัดสำคัญของโลกที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อทีวีใหม่เพื่อการชมที่มีอรรถรสยิ่งขึ้น

แม้ตลาด LED TV จะเติบโตลดลง ในธุรกิจจอพาแนล ยังมีเซกเมนต์หนึ่งที่มีการเติบโต นั่นคือเซกเมนต์ LED Display ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องนับตั้งแต่ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการเติบโตนี้เป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 เท่า

โดยปีที่ผ่านมาธุรกิจ จอ LED Display มีการเติบโตมากถึง 118% ด้วยมูลค่า 6,400 ล้านบาท

การเติบโตของตลาด LED Display มาจาก Digital Transformation ที่สื่อโฆษณานอกบ้าน ธนาคาร ค้าปลีก ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โรงพยาบาล และธุรกิจบันเทิงต่างๆ หันมาเปลี่ยนการสื่อสารจากสื่อดิสเพลย์แบบดั้งเดิมที่เป็นกระดาษ ป้ายไวนิล และอื่นๆ เป็นสื่อดิสเพลย์ที่มีภาพและเสียง และยัง Interactive กับผู้บริโภคได้

และนอกจากนี้ ยังมี LED Display แบรนด์จีนที่เข้ามาลงเล่นในราคาที่ต่ำ เพื่อเชิญชวนให้แบรนด์ ร้านค้า และบริษัทต่างๆ ที่มีงบน้อยหน่อยลองหันมาใช้จอ Display LED เป็นตัวกลางในการสื่อสารมากขึ้น

เมื่อใครๆ ก็ใช้ตลาดนี้จึงเติบโตอย่างชัดเจน

ในวันนี้ตลาด LED Display มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกเลยที่ตลาดนี้จะเริ่มกลายเป็นเรดโอเชียน จากการแข่งขันของอินเตอร์แบรนด์และแบรนด์จีนที่เข้ามาลงเล่นในสนามเดียวกัน

และผู้นำ ตลาดจอแอลอีดี อย่างซัมซุงขยับอย่างไร

ที่ผ่านมาซัมซุงผู้นำตลาด LED Display ใน 4 เซกเมนต์ได้แก่ LED Signage, Smart Signage, Hospitality TV, และ LED Monitor

แต่การเติบโตด้วยผู้นำตลาดทั้ง 4 เซกเมนต์อาจจะไม่พอ เพราะในเวลานี้เซกเมนต์ LED Home Use เป็นเซกเมนต์ที่มีการเติบโตน่าสนใจ

โดยเฉพาะ Display ที่เข้ามาเป็นโฮมเธียเตอร์ตามบ้านคนที่มีฐานะ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเหมือนคนกลุ่มอื่นๆ และคนกลุ่มนี้เดิมใช้จอโปรเจกเตอร์เป็นโฮมเธียเตอร์ในบ้าน เนื่องจากจอทีวีไม่มีขนาดที่ใหญ่พอรองรับความต้องการ

และเมื่อใช้งานจอโปรเจกเตอร์เป็นโฮมเธียเตอร์ในบ้าน อุปสรรคที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่องของแสง ที่จอโปรเจกเตอร์ไม่สามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ทำให้เวลาดูคอนเทนต์ผ่านจอเหล่านี้จำเป็นต้องปิดไฟให้มีความสว่างน้อยเพื่อให้ภาพการชมที่คมชัด

เพราะ Pain Point ในการรับชมโฮมเธียเตอร์ในบ้านตามที่ได้กล่าวมา เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และจีรภา คงสว่างวงศา ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงมองว่าการนำจอ LED Display ที่เจาะตลาดกลุ่มคอมเมอร์เชียลเป็นหลัก พัฒนาให้มีคุณภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มคอนซูเมอร์ระดับไฮเอนด์ที่จอ LED Display เข้ามาแทนที่จอโปรเจกเตอร์ที่เป็นโฮมเธียเตอร์ในรูปแบบเดิมๆ จะทำให้ธุรกิจ LED Display ของซัมซุงเติบโตได้อีกทางหนึ่งจากการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังเซกเมนต์ใหม่ๆ

ซัมซุงจึงได้เปิดตัว The Wall Luxury จอภาพ LED ขนาดยักษ์เข้ามาทำความรู้จักกับตลาดคอนซูเมอร์ระดับไฮเอนด์อย่างจริงจัง

และการเปิดตัว The Wall Luxury ยังเป็นครั้งแรกของซัมซุงในการบุกตลาดคอนซูเมอร์ในกลุ่ม LED Display ขนาดใหญ่ด้วย

โดยจุดเด่นของ The Wall Luxury ที่แตกต่างจาก LED Display ในกลุ่มคอมเมอร์เชียลคือการบันเดิ้ลคอนเทนต์เข้าไปในจอภาพ พร้อมการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน

การที่ซัมซุงได้ใส่คอนเทนต์ลงไปในจอ The Wall Luxury เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมารับชมคอนเทนต์ผ่านเทคโนโลยีสตรีมมิ่งมากขึ้น และผู้ให้บริการคอนเทนต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Disney Plus ก็มีคอนเทนต์ 4K ไว้ให้บริการอีกด้วย

และ The Wall Luxury ยังขายความน่าสนใจคือ จอภาพที่รองรับเทคโนโลยี 4K ที่สามารถเพิ่มลดได้ตามขนาดพื้นที่ที่ติดตั้งด้วยจอ LED ประเภทนี้เป็นการนำแผง LED ขนาดเล็กมาประกอบกันเพื่อได้จอขนาดใหญ่ ทำให้การติดตั้งจอสามารถติดตั้งได้ตั้งแต่ขนาด 75 นิ้วไปจนไม่มีที่สิ้นสุด

แต่เพราะความเป็นเทคโนโลยีที่ยังค่อนข้างใหม่ ทำให้ราคาจอ The Wall Luxury ยังมีราคาที่สูง ด้วยราคา 13.99 ล้านสำหรับจอ 146 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ซัมซุงได้วางไว้

แม้จะมีราคาที่สูงเสียดฟ้า แต่ผู้บริหารซัมซุงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม Very VIP ที่มีสินทรัพย์ระดับ 5,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งคนกลุ่มนี้ผู้อำนวยการ กลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัดได้บอกกับ Marketeer ว่ามีจำนวนมากถึง 500 คนในประเทศไทย

การเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ซัมซุงได้ใช้วิธีการเข้าถึงผ่านพาร์ตเนอร์เป็นหลัก โดยมีการจับมือกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อแนะนำจอ The Wall Luxury ไปกับโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็น Super Luxury

รวมถึงการจับมือกับอสังหาฯ ที่ทำโครงการมิกซ์ยูส นำ The Wall Luxury เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสร้างประสบการณ์กับกลุ่มลูกค้า

นอกจากนี้ ในงานเปิดตัวยังได้เชิญลูกค้าในกลุ่ม Very VIP เข้ามาสัมผัสประสบการณ์โดยตรงเพื่อให้พวกเขารู้สึกประทับใจและเข้ามาเป็นลูกค้าซัมซุงในที่สุด

ทั้งนี้แม้เทคโนโลยี LED Display จะเข้ามาแก้ไขจุดบกพร่องของจอโฮมเธียเตอร์ที่เป็นจอโปรเจกเตอร์แบบเดิมๆ ได้ แต่ก็เป็นความท้าทายของซัมซุงที่จะเข้าถึงตลาดที่เป็น Niche Market มากๆ เพราะคนระดับ Very VIP ในไทยมีจำนวนไม่ถึง 1% ของประชากรไทยด้วยซ้ำ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer