อุปสรรคระหว่างทางเช่นสภาพถนนขรุขระหรือฝนเทกระหน่ำ คือบททดสอบความแกร่งและสมรรถนะที่รถยนต์แต่ละคันต้องเผชิญ หากผ่านไปได้ก็จะพาทั้งคนขับและผู้โดยสารสู่จุดหมาย แต่ถ้ารถแพ้ให้กับอุปสรรคก็คงต้องจอดแล้วขึ้นรถคันอื่นแทนหรือคิดหาวิธีการอื่นในการไปต่อยังปลายทาง สำหรับ Honda ในฟิลิปปินส์เป็นอย่างหลัง โดยเตรียมปิดโรงงาน เพราะทนฝืนขับฝ่าอุปสรรคต่อไปอีกไม่ไหว
การตัดสินของฝ่ายบริหาร Honda ครั้งนี้ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานชาวฟิลิปปินส์รวม 2,000 คน เพราะต้องตกงานเมื่อเดือนมีนาคมนี้มาถึง
Honda ต้องจอด เพราะยอดขายในฟิลิปปินส์รั้งท้าย
Honda เริ่มสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในฟิลิปปินส์เมื่อปี 1990 ผ่านเงินลงทุน 1,900 ล้านเปโซ (ราว 1,140 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) จากนั้นในอีก 2 ปีถัดมา รถคันแรกก็ออกมาให้ชาวฟิลิปปินส์ได้ขับกันตามท้องถนน โดยมี BRV และ City เป็นรถสองรุ่นหลักที่ขายดี
แต่ช่วง 2 ปีมานี้ยอดผลิตลดลงตามยอดขาย จนส่วนแบ่งตลาดทยอยหายไปด้วยและตามหลังแบรนด์อื่นอย่างมาก
ปี 2018 Honda ทำยอดขายในฟิลิปปินส์ได้ 23,294 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 5.8% พอถึงปี 2019 ลดลงมาอยู่ที่ 20,338 คัน ฉุดยอดขายตกลงมาอยู่ที่ 4.8% เป็นอันดับ 7 ของปีนั้น
ความตกต่ำดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากชาวฟิลิปปินส์ซื้อรถกันน้อยลง เพราะรถราคาแพงขึ้น ตามการปรับขึ้นภาษีรถยนต์ที่รัฐบาลของประธานาธิบดี Rodrigo Duterte ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2018
ประธานาธิบดี Rodrigo Duterte
Honda ฟิลิปปินส์ระบุว่ายอดขายที่ลดลงดังกล่าวไม่คุ้มการลงทุน จึงตัดสินใจปิดโรงงานแห่งนี้ที่ตั้งอยู่เมือง Santa Rosa เขตโรงงานค่อนไปทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ 1 มีนาคมนี้เป็นต้นไป แล้วเปลี่ยนไปนำเข้ารถที่ผลิตจากโรงงานในไทยซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและเป็นฐานการผลิตหลักใน ASEAN มาขายในฟิลิปปินส์แทน
สื่อในฟิลิปปินส์ประเมินว่าการปิดโรงงาน Honda จะทำให้พนักงานในโรงงาน Honda เอง รวมถึงโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ป้อนให้อีกหลายแห่ง รวม 2,000 คนต้องตกงาน
ด้านรัฐบาลฟิลิปปินส์เชื่อว่าพนักงานโรงงาน Honda จะหางานทำได้ในไม่ช้า จากโครงการสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ภายใต้ชื่อ Build, Build, Build ซึ่งเงินที่ใช้ในโครงการมาจากการขึ้นภาษีรถยนต์นั่นเอง
การปิดโรงงาน Honda ในฟิลิปปินส์เป็นสัญญาณล่าสุดว่านโยบายรัฐบาลและสภาพเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ อาจไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัทต่างชาติ เพราะนอกจาก Honda แล้ว Isuzu, Nokia และ Ford ก็ปิดโรงงานในฟิลิปปินส์ไปแล้ว
โรงงาน Ford ในฟิลิปปินส์ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นของ Mitsubishi
จากนี้ต้องจับตาดูว่า Nissan ที่กำลังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างและลดตัวเลขขาดทุนเช่นกัน จะเป็นบริษัทระดับโลกแห่งต่อไปที่ปิดโรงงานหรือสำนักงานในฟิลิปปินส์ด้วยหรือไม่
โบกมือลาฟิลิปปินส์ แต่ทั่วโลกยังเจอปัญหา
ไม่ใช่เฉพาะในฟิลิปปินส์เท่านั้นที่ Honda ยอดขายตกจนต้องปิดโรงงาน โดยไตรมาสสุดท้ายปี 2019 Honda มียอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 34,478 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.06 ล้านล้านบาท) ลดลง 2.5% จากไตรมาสสุดท้ายปี 2018
ส่วนตลอดปี 2019 ยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 142,998 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.4 ล้านล้านบาท) ลดลง 0.72% จากปี 2018
Honda ทำยอดขายได้น้อยลง จากปัจจัยลบต่างๆ เช่น ความซบเซาของอุตสาหกรรมยานยนต์ ยืนยันได้จากยอดขายรถทั่วโลกของทุกบริษัทเมื่อปี 2019 ซึ่งอยู่ที่ 90.3 ล้านคัน ลดลงจาก 94.4 ล้านคันของปี 2018
และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงหลัง Honda แจ้งเตือนให้เจ้าของรถราว 2.4 ล้านคันในสหรัฐฯ นำรถเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนถุงลมนิรภัยที่อาจทำงานผิดพลาดจนเกิดอันตรายได้
นอกจากนี้ Honda ยังเสื่อมความนิยมในตลาดอังกฤษ และได้รับผลกระทบจากการถอนตัวจากสหภาพยุโรปของกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร (Brexit) จนตัดสินใจปิดโรงงานที่อังกฤษในปีหน้าเพื่อลดความเสียหาย ซึ่งจะทำให้พนักงานราว 3,500 คนเป็น ’คน Honda’ กลุ่มต่อไปที่ต้องตกงาน/japantoday, autoindustriya, cnnphilippines, bbc, inquier, honda, wikipedia
–
ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ