กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

อัตราการเติบโตที่รายงานคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ตามรายละเอียดด้านล่าง

การเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB)

  • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 6 เป็น 4,154 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อไม่รวมฮ่องกง
  • เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 6,585 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้น 3.0 จุด คิดเป็นร้อยละ 62.9

ผลกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนที่ดี

  • กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 คิดเป็นมูลค่า 5,741 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • มูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EV operating profit) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 คิดเป็นมูลค่า 8,685 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่เกี่ยวกับมูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (ROEV) คิดเป็นร้อยละ 15.9

มีสถานะเงินสดหมุนเวียนที่แข็งแกร่งและมีเงินทุนที่มั่นคง

  • มูลค่าหุ้นตามมูลค่าธุรกิจ (EV Equity) เท่ากับ 63.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมูลค่าธุรกิจเท่ากับ 62.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0
  • เงินกองทุนส่วนเกิน (Underlying free surplus) คิดเป็นเป็นมูลค่า 5,501 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13
  • มีเงินสดหมุนเวียนส่วนเกิน (Free surplus) เพิ่มขึ้นเป็น 14.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • มีเงินโอนจากต่างประเทศสุทธิ (Net remittances) 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตราส่วนของการดำรงเงินกองทุน (Solvency ratio) ตามพระราชบัญญัติบริษัทประกันชีวิตฮ่องกงของเอไอเอ
    มีสัดส่วนที่แข็งแกร่งคิดเป็นร้อยละ 362 ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท The Colonial Mutual Life Assurance Society Limited (CMLA) ในประเทศออสเตรเลีย

เงินปันผลรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 11

  • เงินปันผลประจำปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 93.30 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น
    • เงินปันผลรวมทั้งหมด มีมูลค่า 1.266 เหรียญฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 (ไม่รวมเงินปันผลพิเศษในปี 2561)

นายอึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า

เอไอเอ มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2562 แม้ในสภาวะการดำเนินงานที่ท้าทาย ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตัวเลขในหลายๆ ด้าน ทั้งนี้ การเติบโตร้อยละ 6 ของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งในครึ่งปีหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในฮ่องกง ทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 16 เมื่อไม่รวมฮ่องกง นอกจากนี้  กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9  เงินกองทุนส่วนเกิน (Underlying free surplus)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และมูลค่าหุ้นตามมูลค่าธุรกิจ (EV Equity) ขยายตัวร้อยละ 12

“ประเทศจีนยังคงมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมมาก โดยมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 27 และผมมีความยินดีเป็นอย่างมากที่กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) จากประเทศจีน มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางด้านการเงินของธุรกิจของเราที่น่าสนใจ จากการประกาศ เรื่องการเปิดตลาดประกันชีวิตแก่ชาวต่างชาติในประเทศจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว เราได้ส่งใบสมัครเพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนสำนักงานสาขาเซี่ยงไฮ้เป็นบริษัทสาขา ซึ่งจะทำให้เราสามารถสร้างรากฐานใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นในการขยายธุรกิจของเราในประเทศจีน โดยเราได้เริ่มด้วยการเปิดศูนย์ให้บริการการขายในเมืองเทียนจิน และเมืองฉือเจียจวง ในมณฑลเหอเป่ย ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา

“การลดลงร้อยละ 5 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในฮ่องกง สะท้อนถึงการลดลงของยอดขายจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น กลุ่มลูกค้าภายในฮ่องกงของเรา ยังคงทำให้เรามีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ด้วยการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 หลักสำหรับทั้งปี

“การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในประเทศไทย และมาเลเซีย เป็นผลมาจากกลยุทธ์พรีเมียร์ เอเจนซี (Premier Agency) และกลยุทธ์ด้านพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์ ในขณะที่ตลาดอื่นๆ มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ร้อยละ 27 จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

“ช่องทางการขายผ่านตัวแทนของเอไอเอ มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ร้อยละ 11 เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการสรรหาตัวแทนที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีผลงาน ในขณะที่มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่องทางการขายผ่านพันธมิตรธุรกิจลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ ถูกผลกระทบจากการเติบโตลดลงของช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในฮ่องกงในช่วงครึ่งปีหลัง  ทั้งนี้ หากไม่รวมฮ่องกง ช่องทางการขายผ่านตัวแทนมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 16 และช่องทางการขายผ่านพันธมิตรธุรกิจเติบโตร้อยละ 19 สำหรับทั้งปี

“นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังได้เห็นชอบในการเพิ่มเงินปันผลประจำปีที่ร้อยละ 10 ในปี 2562 เป็น 93.30 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งเป็นผลจากนโยบายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และก้าวหน้าของเอไอเอ ซึ่งทำให้มีโอกาสเติบโตในอนาคต และเกิดความยืดหยุ่นทางการเงินของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ภายใต้เศรษฐศาสตร์มหภาค และสภาวะตลาดทุนในปัจจุบัน

“ในขณะที่ผลประโยชน์จากประกันชีวิตของเราได้ช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ลูกค้าของเรากว่าล้านรายในยามที่พวกเขาต้องการ เรายังคงมุ่งมั่นในการเปลี่ยนจากการเป็นบริษัทประกันชีวิตแบบดั้งเดิม เป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือลูกค้าของเรา ซึ่งการเติบโตของจำนวนสมาชิกของโปรแกรมสุขภาพของเราเพิ่มไปถึง 1.7 ล้านราย สะท้อนคำมั่นสัญญาของเราที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives)

“จากความต้องการภายในประเทศจำนวนมากและเทรนด์สถิติประชากรในภูมิภาคเอเชียส่งผลให้ธุรกิจเอไอเอมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว เรามีศักยภาพในการเติบโตในแต่ละช่องทางการขาย รวมทั้งเราดำเนินธุรกิจที่หลากหลายและมีคุณภาพในตลาด 18 แห่ง รวมถึงตลาดใหม่ล่าสุด ที่เราได้เปิดดำเนินการในประเทศเมียนมา และเรายังคงเตรียมพร้อมสำหรับการขยายทางภูมิศาสตร์ในประเทศจีน ความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของเอไอเอจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตราการทำประกันชีวิตที่ยังต่ำ และความคุ้มครองที่จำกัดของสวัสดิการจากภาครัฐ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งถึงการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทเอไอเอ”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer