วางแผนการเงิน ในช่วงวิกฤต 3 เทคนิค อยู่รอดปลอดภัยในช่วงเศรษฐกิจขาลง

Roadside Investor โดย คุณธัญญา โลหะนันทชัย, CFP®

อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่าการระบาดของไวรัส COVID-19 นั้นส่งผลกระทบกับทั้งตัวเราเองที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องการทำงานก็เช่นกันพนักงานบางส่วนก็ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และในภาคเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบเช่นกันโดยเฉพาะภาคการบริการไม่ว่าจะเป็นการบิน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวด/สปา ฯลฯ หรือหนักไปกว่านั้นบางบริษัททนพิษเศรษฐกิจจากไวรัสไม่ไหวจึงต้องออกมาประกาศปิดตัวกันไปเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญในยามนี้ก็คือ เราจะอยู่รอดในเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร? และจะต้องเตรียมการอย่างไรเพื่อรับมือกับเหตุการณ์อย่างนี้อีก?

เรื่องแบบนี้แน่นอนว่าคงไม่ได้มีใครอยากให้เกิดขึ้น และตัวเราเองก็คงไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตัวเรา แต่อย่างไรก็ดี การวางแผนทางการเงินและความมีวินัยทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หากเราได้เตรียมตัวและวางแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว เมื่อช่วงเวลาที่ยากลำบากผ่านเข้ามาไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคแบบไหนเราก็จะสามารถผ่านไปได้ ซึ่งการ วางแผนการเงิน ให้ผ่านช่วงวิกฤติไปได้ หลักสำคัญมีสองประการ คือ

1. ไม่ก่อหนี้จนเกินตัว ข้อแรกนี้ถือเป็นหลักที่สำคัญมากๆ เพราะหากเรามีการก่อหนี้ที่สูง เราจะมีรายจ่ายที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนสูงเป็นเงาตามตัว สัดส่วนที่แนะนำคือ รายจ่ายผ่อนชำระหนี้ต่างๆ จะต้องไม่เกิน 20% ของรายได้ แต่เมื่อรวมกับหนี้ผ่อนบ้านแล้วไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ หากลองคิดดูในสถานการณ์ที่ไม่ถึงกับต้องมีวิกฤตหนักๆ หากเรามีรายจ่ายต้องผ่อนชำระที่สูง เงินที่เหลือต่อเดือนก็จะน้อย มิหนำซ้ำยังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อเดือนอีก บอกได้เลยว่าการจะมีเงินเก็บออมเพื่อต่อยอดให้อนาคตจะยิ่งทำได้ยาก

สรุปสั้นๆ ว่ายิ่งมีหนี้มากยิ่งลืมตาอ้าปากลำบาก สำหรับในกรณีที่หนักขึ้นมาอีกคือเมื่ออยู่ในช่วงมีวิกฤติแล้วรายได้ทุกๆ เดือนจะยิ่งน้อยลงหรือบางคนถูกเลิกจ้างเท่ากับรายได้เป็นศูนย์ แต่พอหันกลับมามองรายจ่ายอีกทียังมีเหมือนเดิม ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ยังต้องจ่าย ส่วนหนี้ที่ต้องผ่อนก็สูงเท่ากับภูเขา หากปล่อยให้ตัวเองอยู่ในภาวะแบบนี้ก็ถือว่าเราดำเนินชีวิตด้านการเงินที่เสี่ยงเกินไป หากมีปัญหาขึ้นมาจะหน้ามืดเอาได้ง่ายๆ

2. มีเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอ เงินสำรองฉุกเฉินนี้จะมีไว้เพื่อใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ หากเรามีเงินสำรองฉุกเฉินในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเป็นกันชนด้านการเงินให้กับเราได้เป็นอย่างดี สำหรับปริมาณเงินสำรองฉุกเฉินที่แนะนำคือ อยู่ที่ประมาณ 3 ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น หากเราต้องผ่อนบ้าน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ฯลฯ เดือนละหนึ่งหมื่นบาท เราก็ควรจะมีเงินสำรองประมาณสามหมื่นถึงหกหมื่นบาท

แล้วทำไมต้องสามถึงหกเดือน? เพราะหากเราไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดวิกฤติอย่างช่วง COVID-19 นี้ขึ้นมา เราก็จะได้มีเงินใช้เหมือนช่วงเวลาปกติสามถึงหกเดือน ซึ่งนั่นก็น่าจะพอให้เราข้ามพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ถึงแม้ว่าเงินก้อนนี้เราคงไม่ได้หยิบออกมาใช้บ่อยๆ แต่ถ้าหากต้องใช้อย่างเร่งด่วนก็จะต้องถอนได้ง่ายเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเงินสำรองฉุกเฉินนั่นก็คือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นเพราะมีคุณสมบัติด้านสภาพคล่องที่ยังสูงและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์หรือเงินฝากประจำ

3. เพิ่มรายได้และลดรายจ่าย สำหรับทุกๆ คนที่อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ สิ่งที่ต้องทำหลักๆ เพื่อให้อยู่รอดก็คือการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ในช่วงนี้ก็คงจะไม่ง่ายนักเพราะการควบคุมไวรัสก็ยังดำเนินอยู่ แต่ในยามวิกฤตย่อมมีโอกาส ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านได้พบโอกาสในยามวิกฤตินี้  ส่วนการลดรายจ่ายดูจะเป็นทางเลือกที่ง่ายและทำได้ทันที

เราลองมาสำรวจดูค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่างๆ แล้วยกเลิกทิ้งไป เช่น ค่าสมาชิกรายเดือนดูทีวีออนไลน์ ค่าโทรศัพท์รายเดือนที่สูงเกินจำเป็น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภาระทางการเงินของคุณเบาลงและจะช่วยให้เราเหลือเงินไว้สำหรับสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น

ที่ผ่านมาคนไทยจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการมีเงินสำรองฉุกเฉินและการเตรียมตัวสำหรับช่วงวิกฤติ จากสถิติการสำรวจสุ่มตัวอย่างคนไทยช่วงปลายปี 2019 พบว่า มีไม่ถึงครึ่งที่มีเงินพอใช้ถึงหกเดือน ซึ่งในครั้งนี้หลายคนอาจจะได้เริ่มสัมผัสกับความน่ากลัวด้านการเงินและทำให้เห็นความสำคัญกันมากขึ้น สิ่งที่ต้องยึดไว้เสมอคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คอยหมั่นสำรวจและมีวินัยทางการเงิน พิจารณาดูว่าเรามีหนี้สินเยอะเกินไปหรือไม่ คอยหมั่นตรวจตราเงินสำรองฉุกเฉินว่าเพียงพอหรือไม่ ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนที่ดีที่จะทำให้เราได้หันมาเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ และถ้าหากเราต้องการจะเริ่มออมเงินและลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ทาง บล.ไทยพาณิชย์ได้มีการรวบรวมกองทุนรวมที่น่าสนใจจาก 16 บลจ. ชั้นนำมาให้บริการผ่าน Application Easy Invest

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

TheColumnist-ธัญญา โลหะนันทชัย _2crop-L-1ธัญญา  โลหะนันทชัย, CFP®

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้วางแผนการลงทุน สายงาน Product & Platform

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer