เพราะเยาวชนคืออนาคตของชาติ ดังนั้นการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและเป็นผู้นำที่จะพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้ จึงร่วมมือกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ดำเนิน “โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพเยาวชน” (Career Development for Youth Program) มาตั้งแต่ปี 2560 โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะชีวิต รวมถึงทักษะการทำงานของเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้เยาวชนเหล่านั้นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมสำหรับการทำงานก่อนกลับสู่สังคมจริงในอนาคตต่อไป

นางสาววันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า ในปี 2563 มูลนิธิซิตี้ และองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ได้ดำเนิน “โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพเยาวชน” (Career Development for Youth Program) อย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจฯ ทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กเยาวชนบ้านกรุณา ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กเยาวชนบ้านอุเบกขา ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กเยาวชนสิรินธร และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กเยาวชนบ้านปรานี ผ่านการดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินและการออมเงินพื้นฐานเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่เยาวชนในการปรับตัวและพัฒนาพฤติกรรมการเงินเชิงบวกให้สามารถนำทักษะเหล่านั้นไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตเชื่อมโยงสู่การทำงานและพัฒนาความเป็นอยู่ของเยาวชนหลังจากการปล่อยตัว

ล่าสุด มูลนิธิซิตี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินและการออมเงินพื้นฐานแก่เยาวชน ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร (กรมพินิจฯ) จังหวัดนครปฐม โดยในช่วงแรกให้ความรู้เกี่ยวกับ 5 ขั้นตอนการวางแผนทางการเงิน ประกอบด้วย

  • ประเมินฐานะการเงิน – สิ่งที่สะท้อนฐานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคลไม่ใช่สินทรัพย์ที่มีอยู่ แต่เป็น “ความมั่งคั่งสุทธิ” ซึ่งสามารถประเมินได้โดยการจัดทำบัญชีนำสินทรัพย์มาหักลบกับหนี้สินที่มีอยู่ก็จะเหลือความมั่งคั่งสุทธิ เช่น มีสินทรัพย์ทั้งหมดรวมมูลค่า 1 หมื่นบาท และมีหนี้สินรวมทั้งหมดอยู่ที่ 3 พันบาท เท่ากับเรามีฐานะทางการเงินที่แท้จริงอยู่ที่ 7 พันบาทนั่นเอง
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน – ควรมีการตั้งเป้าหมายและกำหนดเวลาที่จะพิชิตเป้าหมายให้ชัดเจน พร้อมจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินในช่วงเวลานั้น ๆ รวมถึงสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่อยากได้แยกออกจากกัน เช่น เป้าหมายคือต้องการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน โดยเป้าหมายนี้ต้องใช้เงินจำนวน 5 พันบาท ในอีก 3 เดือน  ต้องเก็บเงินวันละเท่าไร เดือนละเท่าไร พร้อมทั้งกำหนดวันเริ่มต้นการเก็บเงินและวันที่เก็บเงินสำเร็จด้วย เพื่อกระตุ้นให้เราเก็บเงินให้บรรลุเป้าหมาย
  • จัดทำแผนการเงิน รายรับ-รายจ่าย – จัดทำแผนการบริหารเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น เราจะใช้จ่ายเงินอย่างไร หารายได้เพิ่มเติมจากแหล่งไหน หรือนำไปลงทุนอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยต้องจัดสรรระยะเวลาของแผนให้สัมพันธ์กับรายได้และภาระทางการเงิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ และไม่กดดันตัวเองจนเกินไป
  • ดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัด – สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นและมีวินัย เพราะหากขาดการปฏิบัติที่จริงจังและต่อเนื่อง ก็ยากที่จะบรรลุเป้าหมายได้
  • ตรวจสอบและปรับแผนตามสถานการณ์ – ควรหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือนว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือไม่หากไม่ก็ต้องหาสาเหตุว่า เกิดจากตัวเราหรือมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่ทำให้ไม่เป็นไปตามแผน แล้วปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการออมเงินสร้างสรรค์อย่างง่าย ๆ เช่น ออมเงิน 1 ส่วน ใช้จ่าย 3 หรือการออมเงินแบบลบออกสิบ หมายถึงการหักเงิน 10% ของรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนออก สำหรับเก็บไว้เป็นเงินออมและใช้เงินที่เหลืออยู่ 90% สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนไปฝากเงินไว้กับธนาคาร เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินให้แก่เยาวชน พร้อมย้ำว่าวางแผนทางการเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะทุกคนต่างก็มีความต้องการที่หลากหลายในแต่ละช่วงเวลา การวางแผนจะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินและเป้าหมายในชีวิตได้อย่างราบรื่นและมีความมั่นคงทางการเงินมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของมูลนิธิซิตี้ที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสให้ดีขึ้นด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำรวมถึงความพร้อมของพนักงานที่มีสนับสนุนผ่านการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เป้าหมายเพื่อให้เยาวชนที่ได้รับการอบรมมีพฤติกรรมการปรับตัวในเชิงบวกและมีความสามารถจัดการกับความต้องการทุกด้านในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายเบสท์ อายุ 18 ปี (นามสมมุติ) เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร (กรมพินิจฯ) จ. นครปฐม กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ทำให้ได้ทราบและเข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องรู้จักวางแผนทางการเงินและการออมเงิน เพราะถ้าเราไม่มีการวางแผนทางการเงินและรู้จักการออมเงินที่ดีก็อาจทำให้ชีวิตเราเกิดปัญหาทางการเงินได้ ซึ่งตนเองจะนำประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ไปปฏิบัติและปรับใช้ในอนาคต เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวเองและครอบครัว พร้อมทั้งจะนำความรู้ที่ได้เรียนในครั้งนี้ไปเผยแพร่ต่อให้เพื่อน ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติต่ออีกด้วย

นายบุญธรรม รอบคอบ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร (กรมพินิจฯ) จ. นครปฐม กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอดจากทั้งมูลนิธิซิตี้ และองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะส่งผลดีแก่เยาวชนโดยตรงเพื่อให้เยาวชนมีอนาคตที่ดีขึ้นได้ ส่วนสําคัญคือการเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชน เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตของเยาวชนเอง โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนทางการเงินและการออมเงิน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะหากเยาวชนรู้จักการวางแผนการเงินที่ดีก็จะทำให้อนาคตไม่ประสบปัญหาเรื่องเงิน พร้อมกันนี้หวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นความสัมพันธ์ที่ดีในการดำเนินกิจกรรมในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนต่อไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิซิตี้ได้ที่  www.citifoundation.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer