DOHOME จากร้านวัสดุห้องแถวเล็กๆ ในภูธร สู่ธุรกิจที่มีรายได้กว่า 1.7 หมื่นล้าน (วิเคราะห์)

ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 500,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการกว่า 14,000 ราย 

มีพี่ใหญ่ที่ครองตลาดคือ “โฮมโปร” ของกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์และควอลิตี้เฮ้าส์ มีรายได้ปีละเกือบ 70,000 ล้านบาท มีสาขาในไทย 93 สาขา  

และหากรวมแบรนด์ในเครืออย่างเมกาโฮม และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย จะมีสาขาในเครือรวมกันทั้หมด 113 สาขา 

แต่ถ้าหากพูดถึงแบรนด์ที่โดดเด่นและน่าสนใจคงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีชื่อของ ดูโฮม” ที่เริ่มต้นธุรกิจครอบครัวในจังหวัดอุบลราชธานี

ก่อนจะกลายเป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างใส่นามสกุลมหาชน มีรายได้ปีละ 17,000 ล้านบาท

เพราะคนยังชอบตกแต่งบ้าน…ยักษ์ร้านขายวัสดุก่อสร้าง-ของตกแต่งบ้านเลยยังมีกำไร

ก่อนที่จะมาเป็น “ดูโฮม” ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นคือร้านค้าวัสดุก่อสร้างห้องแถวเล็ก ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีในปี พ.ศ. 2526 

มีพนักงานเพียง 4-5 คน มีเงินเปิดร้านเริ่มต้นแค่ 200,000-300,000 บาท ในชื่อ “ศ.อุบลวัสดุ จากฝีมือของสามีภรรยาอย่าง อดิศักดิ์-นาตยา ตั้งมิตรประชา 

จากกลยุทธ์ที่เน้นขายสินค้าในราคาถูกทำให้ร้านค้าห้องแถวเล็ก ๆ นี้ เติบโตอย่างรวดเร็ว 

ปี 2536 จาก ศ. อุบลวัสดุ ที่อยู่ในอำเภอเมือง ย้ายที่ตั้งร้านมาอยู่อำเภอวารินชำราบ และเป็นที่ตั้งสาขาอุบลราชธานีในปัจจุบัน

จากห้างหุ้นส่วนจำกัดก็กลายมาเป็นบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด ที่ทำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ที่คนรู้จักกันในชื่ออุบลวัสดุ

หลังจากที่สร้างฐานไว้อย่างแข็งแรงในจังหวัดอุบลฯ ปี 2550 เขาเริ่มขยายสาขาข้ามจังหวัดมายังนครราชสีมาโดยใช้ชื่อใหม่ว่า ดูโฮม ในเครือบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด”  

และเริ่มขยายสาขาไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเข้ามายังกรุงเทพฯ และปริมณฑล

หลังจากโลดแล่นอยู่ในตลาดค้าวัสดุก่อสร้างมาร่วม 37 ปี ปลายปีที่ผ่านมาเป็นขวบปีที่ 36 ที่ดูโฮมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง คือการพาตัวเองเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดนามสกุลมหาชน 

DOHOME มีรายได้เท่าไร

ปี 2560 

รายได้รวม 18,664.21 ล้านบาท

กำไร  931.38  ล้านบาท

ปี 2561 

รายได้รวม 18,535.17 ล้านบาท

กำไร 438.75 ล้านบาท

ปี 2562 

รายได้รวม  17,971.82 ล้านบาท

กำไร 725.51 ล้านบาท

สินทรัพย์รวม 18,151.71 ล้านบาท

 

แม้จะได้เม็ดเงินจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่กลายเป็นสปริงบอร์ดให้ดูโฮมก้าวไปได้ไกลกว่าแบรนด์ที่เริ่มจากภูธรอื่น ๆ

แต่ Marketeer มองว่าในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างนั้นยังมีความท้าทายให้ดูโฮมต้องงัดกลยุทธ์มาใช้อีกเยอะ ทั้งในเรื่องของการแข่งขันของเจ้าตลาดแบรนด์อื่น ถ้าหากเทียบกันแล้วจำนวนสาขาของดูโฮมที่มีอยู่ในตอนนี้ถือว่ายังน้อยกว่าแบรนด์คู่แข่งโดยตรงและโดยอ้อม

เพราะหากลองดูคู่แข่งโดยตรงที่มีโครงสร้างลักษณะการขายในแบบโอเพนแอร์ เจาะกลุ่มช่าง ผู้รับเหมา โครงการเหมือนกันอย่างโกลบอลเฮ้าส์ และไทวัสดุ ดูโฮมมีสาขาน้อยกว่ากันมาก

เพราะโกลบอลเฮ้าส์ที่อยู่ในเรือของเอสซีจีมีสาขาถึง 67 สาขา ส่วนไทยวัสดุของเครือเซ็นทรัลมีสาขาทั้งหมด 53 สาขา และยิ่งคู่แข่งอย่างโฮมโปร ที่แม้กลุ่มลูกค้าจะเน้นตลาดบ้านเป็นหลักก็มีสาขามากถึง 93 สาขา

สวนดูโฮมเองมีสาขาทั้งหมด 16 สาขา แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 10 สาขา และขนาดเล็กในชื่อดูโฮมทูโกอีก 6 สาขา

ซึ่งจำนวนสาขาที่มีน้อยอาจจะส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกไปบริการเจ้าอื่นที่มีสาขามากกว่า สะดวกสบาย และง่ายมากกว่า

รวมทั้งเรื่องช่องทางการจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ ดูเหมือนดูโฮมจะเริ่มช้ากว่าเจ้าอื่น เพราะจากข้อมูลพบว่าดูโฮมเปิดตัวช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ dohome.co.th ในปี 2559

แม้จะมีสาขาน้อยกว่าเจ้าอื่น ๆ แต่กลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจของดูโฮม (ที่แบรนด์อื่น ๆ ก็ใช้เหมือนกัน) คือการปั้นสินค้า House Brand ที่จะทำให้มีรายได้และกำไรมากขึ้น

ดูโฮมมีสินค้า House Brand รวมกว่า 22,000 SKUs จากสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายกว่า 135,000 SKUs สัดส่วนรายได้จากสินค้า House Brand ปีที่ผ่านมาคือ 16%

โดยดูโฮมเร่งสปีดใช้กลยุทธ์สินค้าเฮาส์แบรนด์หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 20% ภายในปี 2565 

แม้ดูโฮมจะเป็นแบรนด์เลิฟที่ถูกใจกลุ่มช่างที่ใช้ยุทธการป่าล้อมเมืองเปิดจากสาขาต่างจังหวัดแล้วค่อยเข้ามาในกรุงเทพฯ จากเดิมที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์อื่นแล้ว

ปีนี้ยังต้องมาเจอกับวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบไปทั้งหมด ปีนี้ก็คงเป็นปีที่เหนื่อยน่าดู

ดูโฮม ไม่ได้มีแค่ธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งวัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจสินเชื่อในชื่อ “เงินเทอร์โบ” โดยให้บริการทางการเงินกับลูกค้าในชุมชนผ่านเครือข่ายสาขากว่า 340 สาขา ใน 24 จังหวัดทั่วประเทศด้วย

—-

“ดูโฮม” ยังมีคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันที่มาจากคนในตระกูลตั้งมิตรประชาเหมือนกันในชื่อ “โฮมฮับ” ที่ก่อตั้งโดย องอาจ-อาภาภรณ์ ตั้งมิตรประชา ในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 5 สาขา อยู่ในภาคอีสาน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer