ตามปกติแล้วฤดูการขายของตลาดเครื่องดื่มหลายประเภท เช่น น้ำอัดลม ชาเขียว และอื่น ๆ จะขายดีที่สุดในช่วงหน้าร้อนของทุกปี
ส่วนปีนี้แตกต่าง จากสถานการณ์โควิด-19
จากข้อมูลพบว่าในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ตลาดเครื่องดื่ม 155,000 ล้านบาท ติดลบ 7% การติดลบนี้น้ำอัดลมซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่ที่สุดในตลาดมีการติดลบน้อยที่สุดคือ 2.5%
เหตุผลหลักคือ ผู้บริโภคมีความนิยมในการดื่มน้ำอัดลมในหน้าร้อนเพื่อเรียกความสดชื่น

แต่ตลาดน้ำอัดลมที่ติดลบแต่ไม่มากนักมาจาก
1)
มาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐที่ต้องการควบคุมการแพร่กระจายของโรคระบาด ทำให้ร้านอาหาร ซึ่งเป็นช่องทางที่มีสัดส่วนยอดขาย 18-20% ของตลาดน้ำอัดลม ไม่สามารถเปิดให้บริการจำหน่ายอาหารในร้านได้ ซึ่งการไม่สามารถรับประทานอาหารในร้านอาหารได้ โอกาสในการสั่งน้ำอัดลมแก้กระหายระหว่างรับประทานอาหารมีน้อยลงตามมา
แต่ยังโชคดีที่น้ำอัดลมยังสามารถขายผ่านช่องทางโชห่วย ซึ่งเป็นช่องทางที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของน้ำอัดลมได้
โดยช่องทางการขายยอดนิยมสามอันดับแรกของน้ำอัดลม ได้แก่
1. ร้านโชห่วย
2. ร้านสะดวกซื้อ
3. ร้านอาหาร
2)
จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้คนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคจะนิยมดื่มน้ำอัดลมแก้กระหาย คลายร้อนในช่วงเวลาที่อยู่นอกบ้าน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน มากกว่าการดื่มในบ้าน ทำให้น้ำอัดลมขวดเล็กสำหรับดื่มคนเดียวมียอดขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้การดื่มน้ำอัดลมนอกบ้านลดลง แต่ตลาดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตรขึ้นไปกลับมีการเติบโต จากพฤติกรรมผู้บริโภคซื้อน้ำอัดลมขนาดใหญ่เพื่อไปดื่มร่วมกันกับครอบครัว
3)
เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อน้ำอัดลมน้อยลง และเลือกที่จะดื่มน้ำเปล่าจากเครื่องกรองน้ำดับกระหายแทน
แต่ในปีนี้เป็นปีที่ร้อน ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเลือกดื่มน้ำอัดลมคล้ายร้อนแทนเครื่องดื่มอื่น
–
