ตลาดคลินิกความงามไทยมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท

ที่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องสะเทือนวงการในกรณี “วุฒิศักดิ์คลินิก” ยื่นล้มละลายขอฟื้นฟูกิจการ หลังจากเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2545 เจ้าของสโลแกน “เมื่อความสวยรอไม่ได้”

แม้จะให้เหตุผลว่าได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องปิดสาขาทำให้ไม่มีรายได้และขาดสภาพคล่อง แต่ลึก ๆ แล้วหลายคนก็มองว่าอีกหนึ่งสาเหตุคือ ปัญหาภายในที่หากย้อนดูวุฒิศักดิ์คลินิกเปลี่ยนแปลงผู้บริหารมาหลายต่อหลายครั้ง

แล้วอะไรคือปัจจัยความท้าทายในการลงมาช่วงชิงเม็ดเงินในตลาดคลินิกความงามนี้บ้าง

1. การแข่งขันของจำนวนคลินิก ที่มีเปิดมากขึ้นกว่าในอดีต จะเห็นว่าปัจจุบันมีแบรนด์น้องใหม่เกิดขึ้นมากมาย แบรนด์เดิมก็เร่งการขยายสาขาให้สามารถจับผู้บริโภคได้ครอบคลุมทุกพื้นที่

รวมทั้งโรงพยาบาลเองก็หันมาให้บริการเสริมความงามกันมากขึ้นที่สามารถมาแย่งชิงส่วนแบ่งได้ไม่น้อย

2. ราคา และโปรโมชั่น แน่นอนว่าเมื่อมีแบรนด์มาเปิดมากขึ้น สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องการคือเม็ดเงินจากกระเป๋าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

และกลยุทธ์ที่จะดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการได้ดีคงตอบได้ไม่ยากคือเรื่องของราคาและโปรโมชั่น ที่แข่งกันถูก ทั้งลดราคา ทั้งแถม ยิ่งเป็นร้านเปิดใหม่ยิ่งให้โปรโมชั่นเยอะกว่า

ถ้าใครเคยใช้บริการพวกคลินิกความงามตั้งแต่ในอดีตคงจะรู้ดีว่าในสมัยก่อนเข้าคอร์สเสริมความงามที่ต้องควักเงินในกระเป๋าออกไปไม่น้อยเหมือนกัน

3. ภาพลักษณ์ แบรนดิ้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกเข้าใช้บริการ เราจะเห็นว่าคลินิกความงามเหล่านี้ต้องคอยทำภาพลักษณ์ รีแบรนดิ้งให้ดูทันสมัยและน่าเชื่อถืออยู่ตลอดเวลา

4. ความน่าเชื่อถือ และการบอกต่อ

Marketeer ขอพาส่องรายได้-กำไรของ 5 คลินิกเสริมความงามเจ้าดังที่เอ่ยชื่อไปใคร ๆ ก็รู้จัก แต่ละปีแต่ละเจ้ามีรายได้เท่าไรดูได้จากภาพข้างล่างนี้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer