SEAC มองวิกฤตเป็นแรงผลักดันและเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นโอกาส (สัมภาษณ์พิเศษ)

COVID-19 อาจเป็นตัวฉุดในหลาย ๆ ธุรกิจ แต่สำหรับ SEAC วิกฤตเป็น ตัวเร่ง ให้เราต้อง Reframe แบบติดสปีด ปรับ Business Model เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง”

คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวกับ Marketeer ในการสัมภาษณ์พิเศษ ภายใต้โจทย์ Emerging from a Crisisเพื่ออัปเดตแนวทางการ Reframe ธุรกิจของ SEAC เพื่อพัฒนาคน องค์กร และสังคมหลังวิกฤต

โดยแก่นของการสัมภาษณ์ครั้งนี้อยู่ที่การเปิดยุทธศาสตร์ของSEACในการเป็นผู้เล่นหลักใน Education Technology (EdTech) Ecosystem ในประเทศไทยและอาเซียน พร้อมอัปเดตแผนการเดินหน้าคอร์ส “YourNextU ที่อัดแน่นด้วย Essential Skills และ Technical Skills ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเต็มกำลัง รวมถึงการโชว์แนวความคิด Outward Mindset” หัวใจหลักที่ SEAC และองค์กรชั้นนำอีกมากมายใช้เป็นเครื่องมือปลดล็อกเร่งสร้างความสำเร็จให้องค์กรหลังวิกฤต ซึ่งในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณนิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Executive Director SEACร่วมให้ข้อมูลด้วย

วิกฤตสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาครวมธุรกิจ

อย่างที่ทราบกันดีว่า วิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างมากในทุก ๆ อุตสาหกรรม ดังเห็นได้จากธุรกิจมากมายที่ต้องปิดตัวลง จนเกิดอัตราการว่างงานที่ไต่ระดับเพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทย มีผู้ถูกเลิกจ้างสูงถึง 8.4 ล้านคน ซึ่งยังไม่นับรวมกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรี-โท ที่กำลังเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกกว่า 5.2 แสนคน ซึ่งอาจกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงว่างงาน และส่งผลให้เกิดการแย่งชิงตำแหน่งงานในตลาดอย่างเข้มข้น

ในขณะเดียวกันบางองค์กรที่ไม่มีนโยบายลดคน ก็ได้หันมามองถึงการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้พวกเขาเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และไปได้ไกลกว่าเดิมเมื่อวิกฤตคลี่คลาย

“ทักษะที่เรียนมาพอเพียงต่อการทำงานหรือไม่ ทำให้ไปต่อได้หรือเปล่า?” กรรมการผู้จัดการSEAC กล่าวถึงคำถามที่ทั้งองค์กรและนักศึกษาที่กำลังจะจบควรถามกับตัวเอง

พร้อมวิเคราะห์ว่าหลังจากวิกฤตนี้ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนและองค์กรต้องเปลี่ยนแปลง ไม่จำกัดแค่เฉพาะ คนในองค์กร แต่รวมถึง คนในสังคม ทั่วโลก

นี่คือเหตุผลที่ SEAC เร่งมองหานวัตกรรมและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงตามสภาวการณ์อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้คนไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพื่อเติมเต็มเป้าหมายในทุกมิติของชีวิต

Reframe ธุรกิจ เร่งพัฒนาและยกระดับศักยภาพคนไทย

หลังจากวิกฤต SEAC ได้ปักธงภายใต้พันธกิจ “EMPOWER LIVES THROUGH LEARNING” เร่งสร้างทักษะผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อตอบทุกเป้าหมายของการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเดินหน้าพัฒนาและยกระดับศักยภาพของคนไทยอย่างจริงจัง

ควบคู่กับการวางกลยุทธ์และโรดแมปในการรุกตลาดการเรียนรู้ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • Organizational and People Transformation เน้นการให้คำปรึกษาและโซลูชั่นที่มีบริบทเฉพาะตัวเหมาะสมกับแต่ละองค์กรที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถสู่การแข่งขันในตลาดระดับสากลผ่านการพัฒนาผู้นำและบุคลากร
  • Workforce Capability Development เดินหน้า Reskill และ Upskill ทั้งเรื่องของวิธีคิด (Mindset) และทักษะที่จำเป็น (Skillset) ให้กับกลุ่มคนทำงานผ่าน YourNextU โมเดลการเรียนรู้แบบ Subscription รวมถึงพร้อมต่อยอดวิสัยทัศน์ให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิต
  • Business Model ใหม่ตอบโจทย์ New Generation Capability Development ขยายธุรกิจ สู่กลุ่มเด็กและเยาวชน

สิ่งที่แตกต่างออกไปสำหรับครั้งนี้คือ เรามีการ Reframe โมเดลธุรกิจ รูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการ เพื่อให้สนองต่อสถานการณ์ ความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป คุณอริญญากล่าว

เดินหน้า EdTech มอบประสบการณ์การเรียนรู้เหนือระดับ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้คือ การเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักใน Education Technology (EdTech) Ecosystem ที่นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการเรียน-การสอนของ SEAC

ภายใต้โจทย์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ในยุคนี้ได้

โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า แล้วพบว่ามี 3 เทรนด์การเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงวิกฤต ประกอบด้วย

  1. การเรียนรู้แบบ Just in Time Learning

พฤติกรรมของลูกค้าสะท้อนภาพความต้องการนำความรู้ที่ได้ไปใช้แบบ Just In Time หรือรูปแบบการเรียนรู้ที่เรียนวันนี้แล้วนำไปใช้วันถัดไปมากขึ้น ซึ่งจะเป็นในรูปแบบมุ่งเน้น How-to ที่ตอบสนอง Emergent Needs ของคนที่ต้องเผชิญกับรูปแบบธุรกิจ การบริการและการทำงานที่เปลี่ยนไปได้ทันที

  1. การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นเป้าหมาย (Purpose-Driven)

คนเริ่มมองเห็นความไม่แน่นอนและเริ่มมองไปไกลขึ้น และวิเคราะห์ได้ว่าควรต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองอย่างไร หรืออัปเกรดทักษะไหนบ้างเพื่อให้ไปต่อได้ในโลกยุคใหม่

  1. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Truly Blended)

มีการเรียนรู้ที่มีมิติมากกว่าในอดีต เพราะกลัวว่าจะตกงานและสูญเสียรายได้ ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของโลก เมื่อดูจากสถิติในช่วงการปิดเมือง กว่า 70% ของประชากรในประเทศจีนตื่นตัวในการเรียนรู้และมองหาเรื่อง Blended Learning เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาที่คนกว่า 68% ลุกขึ้นมาหาคอร์สพัฒนาทักษะเรียนรู้แบบผสมผสาน

คุณอริญญาอธิบายว่า “คนกำลังมองหาการเรียนรู้แบบ Multichannel และเข้าถึงรูปแบบการเรียนรู้ ที่หลากหลายได้ที่ทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมและสนุกไปกับการเรียนรู้ ในวันนี้คนไม่จำเป็นต้องนั่งเรียนในห้องอย่างเดียวแล้ว มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวมรูปแบบการเรียนหลากหลายทั้งห้องเรียนเสมือนจริง แบบ Webinars ตลอดจนสามารถทำแบบประเมินวัดความเข้าใจออนไลน์ มีการโค้ชติวตัวต่อตัว ที่แม้จะอยู่บ้านก็สามารถสัมผัสประสบการณ์การเรียนได้ไม่ต่างจากการไปเรียนในห้องเรียน

เทรนด์เหล่านี้เองคือโจทย์ที่  SEAC นำมา Reframe ธุรกิจ ยกตัวอย่างช่วงล็อกดาวน์เราเองก็ได้ยกห้องเรียนทั้งหมดไปอยู่บนออนไลน์แพลตฟอร์มหรือการสอนแบบ ‘Virtual Classroom’ ที่ยังเน้นเรื่องการกระตุ้นผู้เรียน ให้เกิด Engagement และ Participation จนเกิดเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเรียนแบบ One-way ในภาพเดิม ๆ

หนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือการคัดสรรหลักสูตร Essential Skills หรือ ทักษะที่จำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการ ในสถานการณ์ปัจจุบัน จำนวนมากเข้ามาช่วย Reskill และ Upskill คนไทยให้เกิดความพร้อม เพื่อให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางโลกปัจจุบัน โดยล่าสุด YourNextU มีหลักสูตรทั้งหมดมากกว่า 1,000 หลักสูตรจากการร่วมมือสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ

จับมือสถานศึกษา เพื่อยกระดับเยาวชนไทย

จุดที่น่าสนใจในส่วนของการพัฒนา EdTech ของ SEAC คือการเล็งเห็นว่า EdTech มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา” ซึ่งจะยกระดับความรู้ความสามารถให้กับเยาวชนไทย รวมไปถึงภาพใหญ่ที่สามารถยกระดับการศึกษาไทยได้เลย

ต่อเรื่องนี้ คุณนิภัทรา Executive Director SEAC ได้กล่าวว่า ในส่วนของเยาวชนไทย SEACได้คำนึงถึงว่า EdTech มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ดังนั้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมเรื่องการยกระดับการศึกษาไทย SEACได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำต่าง ๆ เพื่อศึกษาและวิจัยแนวทางในการพัฒนาทรัพยากร คน โดยใช้  YourNextU เป็นตัวนำร่องเพื่อ Reskill & Upskill เติมเต็มทักษะสำคัญ Essential Skills หรือ กึ๋น ในการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง สู่การยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถของคนไทย ให้เทียบเท่าระดับสากล

ส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนของSEAC คือการดำเนินการผ่าน General Education หรือ GenEd เพื่อสร้างคุณภาพของเยาวชนไทยให้สามารถปรับตัวต่อยุคปัจจุบันได้ทันท่วงที ไม่ว่าเยาวชนไทยจะวางแผนดำเนินธุรกิจของตัวเอง ทั้งสตาร์ทอัพ SME การรับช่วงต่อจากธุรกิจครอบครัว หรือการเข้าทำงานในองค์กรต่าง ๆ

โดยปัจจุบัน SEACได้ร่วมมือกับภาคการศึกษาเพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพการศึกษาและคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ทั้งคนในองค์กร นักศึกษา นักวิจัย และคนทั่วไป (Non-Degree) ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งองค์กร Research University Network (RUN) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มนักวิจัยไทยจาก 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และในเร็ว ๆ นี้จะมีการร่วมมือกับอีกหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ เพื่อต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว

Outward Mindset ปรับมุมคิดพลิกมุมมอง
ปลดล็อกศักยภาพ สร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง

‘Outward Mindset’ เป็นเรื่องที่SEACพยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองเห็นถึงความสำคัญ และเป็นประตูด่านแรกที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพที่มีอยู่ของทุก ๆ คน โดยเฉพาะกับองค์กรที่ต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อต่อสู้กับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

คุณนิภัทรากล่าวว่า “ต้องยอมรับสิ่งเข้ามาช่วยให้SEACฝ่าฟันวิกฤต และมองว่ายิ่งมีวิกฤต ยิ่งทำให้แข็งแกร่งได้นั้น เป็นเพราะ Outward Mindset ที่ช่วยให้พนักงานในองค์กรทุกคนร่วมกันผนึกกำลัง ร่วมกันทำงานแบบ Collaboration ต่างฝ่ายต่างยินดีให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน คือเป้าหมายขององค์กร ร่วมกันคิดค้นหาหนทางที่จะช่วยให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้ด้วยกัน เพื่อช่วยกันปลดล็อกศักยภาพที่มีอยู่และเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการได้อย่างยั่งยืน”

ซึ่ง Outward Mindset เป็นแนวคิดที่หลากหลายองค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสนใจ และนำมาใช้ อาทิ Apple, IBM, Google, Harley-Davidson Motor Company, Nestle, Intel, Nokia, Panasonic, Nike, Unilever, Microsoft, FedEx, Boeing และ Shell เป็นต้น

ทั้งนี้ ในประเทศไทย SEACเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของสถาบัน Arbinger ในการนำเสนอโปรแกรม Outward Mindset โดยที่ผ่านมามีบริษัทชั้นนำให้ความสนใจจัดโปรแกรมนี้ให้กับบุคลากรภายในองค์กรของตนมากมาย

อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท แอมเวย์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด

SEAC พร้อมพัฒนาคนไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

คุณอริญญา กล่าวสรุปถึงเป้าหมายของSEA ว่า สิ่งที่ SEACได้เรียนรู้ในการทำธุรกิจช่วงวิกฤตคือการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายเกิดขึ้นได้เสมอ ความท้าทายในระยะสั้น คือ การ Reframe ธุรกิจ จะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ในยุคนี้ได้

ในขณะที่ยังต้องคงไว้ซึ่งมาตรฐานและคุณภาพในเชิงหลักสูตร ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการและสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ส่วนความท้าทายในระยะยาว คือการสร้าง Learning Mindset ให้เกิดในสังคมไทย การขยายเครือข่ายความร่วมมือสร้าง Ecosystem ทางด้านการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง มีการบูรณาการความสามารถของภาครัฐ และภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ ในการยกระดับความรู้ ความสามารถของคนไทย Upskill และ Reskill ให้ทัดเทียมระดับสากล

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer