ธุรกิจสื่อเจอมรสุมมาตลอด
สื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่ในช่วงขาลง จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ต้นทุนต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับเม็ดเงินโฆษณากลับน้อยลงทุกที
จากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ก็ต้องปรับตัวมาเป็นออนไลน์
ธุรกิจสื่อทีวี ที่โดนเทคโนโลยีเข้ามาดิสรัป การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น ต้องแข่งขันกันเองมากกว่า 20 ช่อง แม้ตอนนี้จะเหลือช่องทีวีดิจิทัลให้แข่งกัน 15 ช่อง หลังจากที่ประกอบการทยอยคืนช่องไปเมื่อปีที่ผ่านมาก็ตาม
ปีนี้เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ แม้สื่อทีวีดูเหมือนจะได้อานิสงส์อยู่บ้างจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องอยู่บ้าน WFH ดูทีวีมากขึ้น
แต่หากลองไล่เรียงไทม์ไลน์คร่าว ๆ ด้านล่างนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างที่ตั้งแต่ต้นปีหลายสื่อก็ลดไซซ์ ลดคนไปเยอะแล้วเหมือนกัน
MONO กับการปลดพนักงานออกฟ้าผ่าเป็นรายแรกตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุด
จำนวนพนักงานที่ถูกปลดอาจมีมากถึงกว่า 200 ถึง 300 คน
อ่าน: มรสุมใหญ่พัดใส่เครือ MONO …ปลดพนักงานฟ้าผ่ากว่า 200 ชีวิต
ช่องสาม ในกลุ่มบีอีซี เวิลด์ ที่มีการปรับโครงสร้างตั้งแต่หัวเรือใหญ่ ยันพนักงาน ปีที่ผ่านมาช่องสามมีการปลดคนออกมาแล้วรอบหนึ่ง
ช่วงต้นปี ‘บี๋ อริยะ พนมยงค์’ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. บีอีซี เวิลด์ ในตอนนั้น เปิดเผยถึงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่าจะต้องปรับขนาดองค์กร ลดตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อนลง เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน
โดยจะมีการเปิดโครงการสมัครใจลาออก เพื่อให้องค์กรคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

เครือเนชั่น ที่ปรับองค์กรครั้งใหญ่ของเครือจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นกัน ตั้งแต่ปรับลดเงินเดือน งดสวัสดิการต่าง ๆ ให้พนักงานลางานโดยไม่รับค่าจ้าง ยกเลิกค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินเดือน
ยิ่งไปกว่านั้นให้หัวหน้างานพิจารณาเลิกจ้างได้
ถัดมาประกาศปิดตัวหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายเมื่อ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา และเหลือเฉพาะออนไลน์แทน
ยุบกองบรรณาธิการเนชั่นสุดสัปดาห์ และล่าสุดเมื่อช่วงเดือน ส.ค. ประกาศหยุดพิมพ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันเสาร์-อาทิตย์
เดลินิวส์ และไทยรัฐ สองหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ที่เจอวิกฤตไม่ต่างกัน ด้านเดลินิวส์เปิดโครงการสมัครใจลาออก
และลดพนักงานฝ่ายออนไลน์ลง 50% ส่วนไทยรัฐ ก็มีการจ้างพนักงานออก 50% เช่นกัน
และล่าสุดกับ อสมท ที่อยู่ในขั้นวิกฤต ขาดสภาพคล่อง ครึ่งปีที่ผ่านมาขาดทุนกว่าพันล้านบาท มีการเปิดโครงการสมัครใจลาออก “ร่วมใจจากองค์กร” เพื่อปรับลดจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจในอนาคต
โดยมีพนักงานสมัครใจออกแล้ว 300 คน
อ่าน : อสมท ระบุพนักงานสมัครใจออกแล้ว 300 คน แก้วิกฤตขาดทุน
วิกฤตที่หนักหนาครั้งนี้ทั้งจากโควิด-19 จากสภาพเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่แข่งกันหนักนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่
–
