สบาย เทคโนโลยี ทำความรู้จัก New Retail Solution ที่ไม่พึ่งหน้าร้าน ไม่ใช้พนักงานขาย และไม่ต้องจ่ายเงินสด

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน “ความสะดวกสบาย” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ธุรกิจค้าปลีก จึงต้องปรับตัวเพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่สอดรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เพราะการขายสินค้ารูปแบบเดิม ๆ อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการได้ทั้งหมดอีกต่อไป

New Retail Solution ในมุมของ สบาย เทคโนโลยี
“ไม่พึ่งหน้าร้าน ไม่ใช้คนขาย ไม่ต้องจ่ายเงินสด”

ชูเกียรติ รุจนพรพจี CEO บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY หนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับตู้เติมเงิน ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ระบบศูนย์อาหาร และระบบชำระเงินของไทย

มองว่า New Retail Solution ต้องตอบโจทย์ใหญ่ 2 ข้อให้ได้ก่อน นั่นก็คือในมุมของคนซื้อ และ คนขาย

หรือหากยกตัวอย่างธุรกิจที่สบาย เทคโนโลยี ทำไม่ว่าจะเป็น ตู้เติมเงินอัตโนมัติ ที่ในปัจจุบันมีมากกว่า 53,000 ตู้ทั่วประเทศ หรือ ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ปัจจุบันมีวางประจำจุดกว่า 5,850 ตู้ คือโซลูชั่นที่น่าสนใจ

โดยแนวคิดคือการทำให้สินค้าต่าง ๆ เข้าไปอยู่ใกล้กับผู้บริโภคมาที่สุด รวมถึงอยู่ในทุกสถานการณ์ เห็นได้ชัดอย่างช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของร้านค้าปลีกทั่วไป…

กลับกัน นี่คือโอกาสของตู้อัตโนมัติที่สะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึงความสะดวก และอยู่ได้ทุกที่โดย ไม่ต้องพึ่งหน้าร้านหรือพนักงานขาย ขอแค่มีที่ปลอดภัยในการตั้งจุดจำหน่ายก็เพียงพอ ซึ่งช่วยลดต้นทุนที่ต้องจ่ายไปได้อีกด้วย

ต่อมาคือการคิดวิธีให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายที่สุด นั่นก็คือการพัฒนาระบบชำระเงิน เมื่อก่อนพอคิดถึงตู้ขายสินค้าอัตโนมัติหลายคนอาจติดภาพเพียงแค่ ตู้หยอดเหรียญ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ เพราะด้วยเทคโนโลยีเพย์เมนต์เซอร์วิส รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเองที่คุ้นชินกับการจ่ายอีเพย์เมนต์ พร้อมเพย์ หรือระบบ SABUY MONEY เองช่วยให้ก้าวขีดจำกัดที่ว่าไปไกลมาก

“แม้สัดส่วนจ่ายเงินผ่านตู้ในตอนนี้ยังเป็นเงินสดมากกว่า แต่ชูเกียรติมองว่าอีก 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนการจ่ายด้วยระบบอีเพย์เมนต์ต่าง ๆ จะเยอะกว่าการจ่ายด้วยเงินสด”

หลากสินค้า ตั้งแต่เครื่องดื่ม ของกิน หน้ากากผ้า ชุดชั้นใน สินค้าไอที

อะไรคือสินค้าถูกที่สุดและแพงที่สุดที่อยู่ในตู้ครับ?

“เรามีตั้งแต่น้ำขวดละ 5 บาท ส่วนสินค้าที่แพงที่สุดตอนนี้คือชุดชั้นในแบรนด์ซาบีน่า ราคาตัวละ 590 บาท หรืออย่างหน้ากากผ้านารายา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่ปกติจะขายสินค้าผ่านหน้าร้านตัวเองเท่านั้น อีกทั้งยังขึ้นแท่นเป็นเป็นสินค้าขายดีที่สุดของเรา”

หลายคนอาจคิดว่าของขายดีส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นเครื่องดื่มหรือแค่ขนม แต่สินค้าอย่างชุดชั้นในหรือกางเกงชั้นในก็ขายดีเช่นกัน โดยไม่ต้องมีพนักงานขายแนะนำหน้าร้าน

“ต้องยอมรับว่า ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันต้องการทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น รวมถึงรู้อยู่แล้วว่าสินค้าที่ตนใช้ไซส์ไหนเบอร์อะไร หรืออย่างสินค้าที่ผู้บริโภคใช้เป็นประจำอยู่แล้วอย่าง ผ้าอนามัย สายชาร์จมือถือ ก็ได้เช่นกัน”

ชูเกียรติยังยกเคสที่น่าสนใจอย่างการทำไซส์เสื้อของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง ยูนิโคล่ขึ้นมาให้เราเห็นภาพ

“ทุกคนรู้ว่าตัวเองใส่เสื้อยืดยูนิโคล่ไซส์อะไร S M L XL การที่แบรนด์ใหญ่ขายสินค้ามีแพลตฟอร์มชัดเจนก็ไม่ยากเลยที่เอาสินค้าเหล่านั้นมาขายในตู้ และก็ให้คนซื้อสามารถเลือกไซส์เสื้อด้วยตัวเองได้สบายๆ”

ไม่ใช่แค่ตู้เสียบปลั๊กมีไฟหยอดเหรียญ… อนาคตต้องคุยกันเรื่อง Ecosystem

สบาย เทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ขายตู้หรือมีแค่ทีมเซอร์วิสคอยบริการ แต่เป้าหมายต่อไปคือการใช้เทคโนโลยี เน็ตเวิร์ก และบิ๊กดาต้า มาเสริมแกร่งให้กับธุรกิจ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตัวผู้บริโภค รวมถึงคู่ค้าผู้ผลิตสินค้าที่จะกลายมาเป็นพาร์ตเนอร์ของบริษัทในอนาคต

จะเห็นว่าบิ๊กออนไลน์มาร์เก็ตเพลสใหญ่ ๆ อย่างอาลีบาบา ในจีน หรือ อเมซอน ที่สหรัฐอเมริกา ต้องเติบโตต่อด้วยสโตร์ออนกราวด์เพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่แค่การเปิดหน้าร้าน บริษัทเหล่านี้คิดด้วยแนวคิดที่แพลตฟอร์มต้องเสริมแกร่งให้กันและกันจนกลายเป็น Ecosystem ที่แข็งแรง ซึ่งเกตเวย์ที่สำคัญที่สุดที่จะพาให้ธุรกิจไปถึงจุดนั้นได้ก็คือระบบอีเพย์เมนต์

ดาต้าของลูกค้าทำให้คนขายเข้าใจลูกค้ามากขึ้น อย่างระบบ SABUY MONEY ที่ สบาย เทคโนโลยี พัฒนาควบคู่ไปกับงานด้านฮาร์ดแวร์ตู้อัตโนมัติต่าง ๆ คือ New S Curve ที่สำคัญธุรกิจอีกหนึ่งอย่างที่น่าติดตาม

“เรามีแอป SABUY MONEY จ่ายได้ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร รวมถึงวอลเล็ตของที่ต่าง ๆ ที่มาร่วมกับเรา อยากใช้สบายเป็นเหมือนกระเป๋าตังค์ ทั้งสามารถจ่ายเงิน เก็บสะสมแต้ม รับดีลส่วนลด รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ”

“เราต้องเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีที่จับต้องได้ และต้องง่ายทั้งการใช้งาน สะดวกต่อความต้องการ สินค้าที่อยู่ในตู้ของเรามีแค่กระจกกั้น ลูกค้าได้เลือกเอง ได้เห็นของ มั่นใจว่าตรงความต้องการของเขา นี่คือความสบายใจในการซื้อสินค้าที่ออนไลน์เพียว ๆ ให้ไม่ได้”

ถามถึงเรื่องการแข่งขัน

ธุรกิจตู้เติมเงินยังคงเติบโตได้ต่อ 5-10% ต่อปี และเชื่อว่าไม่ล้มหายตายจากแน่นอน แม้จะเห็นว่ามีแบรนด์อื่นที่เริ่มถอย หรือแบรนด์ใหม่ที่เข้ามา นอกจากจะต้องลงทุนทั้งเรื่องฮาร์ดแวร์แล้วยังต้องพัฒนาเทคโนโลยี และพัฒนาเน็ตเวิร์กหลังบ้าน บริการเซอร์วิส บางทีมันอาจจะช้าเกินไป…

ชูเกียรติชูให้เห็นภาพชัดว่าแนวคิดในอนาคตนอกจากเป้าในการขยายจำนวนตู้ให้ครอบคลุมใน 5 ปีจะต้องมีตู้ขายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 จุดให้บริการ และตู้เติมเงินเพิ่มเป็น 70,000 ตู้ ส่วนธุรกิจให้ศูนย์อาหารที่เดิมเป็นผู้นำในตลาดกว่า 60% อยู่แล้ว และมองว่าอีก 40% ที่เหลือไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นเป้าที่ต้องคว้าส่วนแบ่งตรงนั้นมาให้ได้ด้วยเทคโนโลยี POS รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงขึ้นมา

สัดส่วนรายได้ในปัจจุบันของสบาย เทคโนโลยี 60% มาจากตู้เติมเงิน รองลงมาคือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติอยู่ที่ 35% ระบบบริหารศูนย์อาหารที่ 5% และมองว่า “ภายใน 3 ปี ส่วนตู้ขายสินค้าอัตโนมัติรวมกับงานบริหารศูนย์อาหารจะสามารถสร้างรายได้แซงตู้เติมเงินได้ในอนาคต”

“เราผ่านจุดที่ต้องลงทุนไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในจุดเก็บเกี่ยว ในขณะเดียวกันก็สามารถมองไปที่บริการใหม่ ๆ ในอนาคตอีก หรืออยู่ระหว่างพัฒนาอย่าง SABUY WASH ร้านซักสะดวก หรือสินค้าเฮาส์แบรนด์ภายใต้แบรนด์ 6.11 Select”

หลังจากที่นั่งคุยเรื่องธุรกิจและ New Retail Solution กับคุณชูเกียรติเป็นที่เรียบร้อย “บิ๊กบอส” แห่ง สบาย เทคโนโลยี หรือที่น้อง ๆ เรียกว่า “พี่ชู” ได้พา Marketeer บุกหลังบ้าน ตั้งแต่ออฟฟิศไปจนถึงคลังสินค้า

– สบาย เทคโนโลยี เริ่มต้นธุรกิจด้วยพนักงานเพียง 20 คนในปี 2016 ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 650 คน
– มีพนักงานถึง 70 คนเป็นทีม Developer ที่คอยพัฒนาระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เหมือน Tech Company เพราะพี่ชูให้ความสำคัญในส่วนนี้ไม่แพ้การพัฒนาฮาร์ดแวร์หรืองานขายในส่วนอื่น ๆ
– มีทีมคอลเซ็นเตอร์ประจำการกว่า 30 คน เข้างานสลับเป็นกะตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมจะมีหน้าจอแสดงผลรวบรวมสถิติต่าง ๆ ว่าวันนี้รับสายแก้ปัญหาให้กับลูกค้าไปแล้วกี่สาย และไม่ได้รับกี่สาย “พี่ชูย้ำว่าสายที่ไม่ได้รับจะต้องต่ำกว่า 3%”
– หลังบ้านยังมีทีมซ่อมบำรุงในส่วนของตู้เติมเงิน ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ทั้งของใหม่และรวมถึงตู้ที่ใช้งานแล้วให้กลับมาสวยเหมือนใหม่ ไว้สำหรับใช้สับเปลี่ยนขยายทำเลใหม่อยู่ตลอดเวลา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer