Thairath Logistics ธุรกิจใหม่ของสื่อใหญ่อย่าง ไทยรัฐ จะไปทางไหน ? (วิเคราะห์)

ธุรกิจสื่ออาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวของไทยรัฐเสมอไป

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ไทยรัฐ กรุ๊ป ประกาศรับสมัครทีมงานในธุรกิจ Thairath Logistics ธุรกิจขาใหม่ของไทยรัฐ ที่เข้ามาขยายฐานรายได้ใหม่ ๆ ในวันที่หนังสือพิมพ์อยู่ในช่วงขาลงอย่างหยุดไม่อยู่ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

แม้ไทยรัฐยังไม่เปิดเผยโมเดลธุรกิจของ Thairath Logistics แต่ Thairath Logistics เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ “จูเนียร์” วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของตระกูล “วัชรพล” เจ้าของ “ไทยรัฐ” ได้กล่าวกับมาร์เก็ตเธียร์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาว่า เขาต้องการสร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่เดิมของไทยรัฐ

นั่นก็คือ รถเขียว ที่ใช้ส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เพราะแทนที่รถเขียวที่ใช้ส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจะตีรถเปล่ากลับจากฮับกระจายหนังสือพิมพ์ในจังหวัดต่าง ๆ ก็สามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขนพัสดุต่าง ๆ กลับเข้ากรุงเทพฯ ด้วย และในทางกลับกันในกรณีรถมีพื้นที่เหลือจากจำนวนหนังสือพิมพ์ที่ส่งตามฮับต่างจังหวัดที่ลดลง ก็สามารถนำมาขนพัสดุต่าง ๆ ไปยังฮับที่ต่างจังหวัดได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การเข้ามาลงเล่นในตลาด Logistics ของไทยรัฐ Marketeer วิเคราะห์ว่ามาจากเหตุผลอื่น ๆ อีก 3 ประการ คือ

1. ธุรกิจ Logistics ในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

มูลค่าตลาด Logistics ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ส่วนหนึ่งจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่เป็นตัวเร่งผลักดันตลาด

ในปีนี้คาดการณ์ตลาด Logistics ในกลุ่มขนส่งย่อยจะมีมูลค่ามากถึง 66,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ที่ตลาดมีมูลค่าเพียง 18,000 ล้านบาท แต่ถ้ารวมกับ Logistics อื่น ๆ เช่น Logistics ในรูปแบบ B2B ย่อมมีมูลค่ามหาศาลกว่านี้แน่

โดยในแต่ละปีตลาด Logistics ในกลุ่มขนส่งย่อยมีมูลค่าที่เติบโตดังนี้

2559       18,000 ล้านบาท

2560       25,000 ล้านบาท

2561       35,000 ล้านบาท

2562       49,000 ล้านบาท

2563       66,000 ล้านบาท

 

 

เห็นได้ว่า การเติบโตของตลาด Logistics ยังอยู่ในภาวะขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ไทยรัฐมองว่าการเข้ามาลงเล่นในธุรกิจนี้อาจจะสร้างโอกาสจากการเติบโตของตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าสามารถอาศัยจุดเด่นที่ตัวเองมีอยู่ให้บริการกับลูกค้าได้

 

2. รายได้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ลดลงในทุก ๆ ปี

ที่ผ่านมา ไทยรัฐ กรุ๊ป ประกอบด้วยธุรกิจสื่อ 3 แพลตฟอร์ม 3 บริษัท ได้แก่

ธุรกิจหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เคยเป็นเส้นเลือดหลักในการสร้างรายได้ให้กับไทยรัฐ มีรายได้ที่ลดลงทุกปี

ใน 3 ปีที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐจดทะเบียน ในนาม บริษัท วัชรพล จำกัด มีผลประกอบการที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้

2560       2,238.72 ล้านบาท กำไร 603.79 ล้านบาท

2561       1,725.34 ล้านบาท กำไร 313.00 ล้านบาท

2562       1,304.03 ล้านบาท ขาดทุน 36.04 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจอื่น ๆ ของไทยรัฐ เช่น ไทยรัฐทีวี มีการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ภาวะขาดทุนในทุก ๆ ปี ส่วนไทยรัฐออนไลน์ แม้จะมีกำไร แต่เป็นกำไรที่ลดลง

 

รายได้ไทยรัฐทีวี จากบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์           

2560       721.39 ล้านบาท   ขาดทุน 927.55 ล้านบาท     

2561       1,016.87 ล้านบาท ขาดทุน 554.52 ล้านบาท

2562       1,265.10 ล้านบาท ขาดทุน 171.39 ล้านบาท

 

รายได้ไทยรัฐออนไลน์ จากบริษัท เทรนด์ วี จี 3 จำกัด

2560       157.73 ล้านบาท   กำไร 26.58 ล้านบาท

2561       183.64 ล้านบาท   กำไร 36.14 ล้านบาท

2562       178.95 ล้านบาท   กำไร 14.12 ล้านบาท

 

3. อุตสาหกรรมโฆษณามูลค่าลดลง

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นนิมิตหมายอันดีว่าธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ของไทยรัฐ กรุ๊ป มีการเติบโต (แม้ปี 2562 ไทยรัฐออนไลน์จะมีรายได้ที่ลดลงก็ตาม) แต่ก็ยังถือเป็นการเติบโตที่เหนื่อยจากการแข่งขันกันสูงของธุรกิจทีวีดิจิทัล และธุรกิจสำนักข่าวออนไลน์ที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งจำนวนมาก เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาที่มีอยู่จำกัด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจโฆษณามีมูลค่าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ Media Intelligence พบว่ามูลค่าโฆษณารวม ในปี 2559 จาก 100,352 ล้านบาท เหลือเพียง 71,823 ล้านบาท ตามการคาดการณ์ในปีนี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer