ทรูมันนี่ เปิดเกมขยายฐานลูกค้าสู่การซื้อขายกองทุน (วิเคราะห์)

ทำไมทรูมันนี่ถึงอยากเป็นนายหน้าซื้อขายกองทุน (วิเคราะห์)

แม้ทรูมันนี่จะสร้างจุดเด่นจากบริการเติมเงินในเกมสำหรับนักเรียน นักศึกษา ก่อนที่จะขยายบริการไปยังอีวอลเลต จ่ายค่าสินค้าและบริการในเซเว่น-อีเลฟเว่น และอื่น ๆ เช่น สินเชื่อ ประกัน บัญชีเงินฝาก ก่อนที่จะต่อยอดไปยังนายหน้าซื้อขายกองทุนรวม

โดยเริ่มต้นจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กองทุนรวมให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 10 แห่ง ซื้อขายกองทุน 600 กองทุน ก่อนที่จะขยายไปยังบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทุกบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2563 ให้สามารถซื้อขายกองทุนผ่านแอปทรูมันนี่ได้

การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กองทุนรวมให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนของทรูมันนี่ทำภายใต้ บลน. (บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน) แอสเซนต์ เวลธ์ จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กองทุนรวมจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) เป็นที่เรียบร้อย

และ บลน. แอสเซนต์ เวลธ์ จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้บริษัทแอสเซนต์ มันนี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ที่ร่วมทุนกับซีพี และ Ant Financial บริษัทลูกของอาลีบาบา ประเทศจีน

ซึ่งเป้าหมายของการเป็นนายหน้าซื้อขายกองทุนรวมของทรูมันนี่คือ ยอดผู้สมัครใช้บริการซื้อขายกองทุนรวม 6แสนบัญชี มียอดการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ 1.5หมื่นล้านบาท เน้นไปที่ผู้ใช้ใหม่ที่ไม่เคยลงทุนในหลักทรัพย์มาก่อน

ในปัจจุบันลูกค้าทรูมันนี่ 15 ล้านราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 20 ปีขึ้นไปมากถึง 80% ของลูกค้าทั้งหมด โดยลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่สามารถเปิดบัญชีซื้อพอร์ตการลงทุนกองทุนรวมได้

การดึงลูกค้าใช้บริการซื้อขายกองทุนรวมผ่านแพลตฟอร์ม ทรูมันนี่ ผู้บริหารทรูมันนี่วางจุดเด่นตัวเองคือ

– เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ลงทุนเข้ามาศึกษาข้อมูลการลงทุนก่อนเปิดพอร์ต

– เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอปทรูมันนี่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที และสามารถซื้อกองทุนรวมขั้นต่ำด้วยเงิน 1 บาท

– จัดทำ Personalization Fund Guide แนะนำกองทุนตามความสนใจในแต่ละช่วงเวลา และเรียงกองทุนที่น่าสนใจตามผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนมือใหม่ตัดสินใจในการซื้อหน่วยในกองทุนรวมได้ง่ายขึ้น

และทำไมทรูมันนี่ถึงพาตัวเองจากแพลตฟอร์มที่มีจุดเด่นด้านเติมเงินในเกมสู่ตัวแทนกองทุนรวม Marketeer ขอวิเคราะห์ดังนี้

1. สร้างความถี่ให้ผู้ใช้งานเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายของผู้ให้บริการอีเพย์เมนต์นอกเหนือจากการหาผู้ใช้บริการรายใหม่ ๆ คือการทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

การที่ทรูมันนี่เพิ่มบริการซื้อขายกองทุนผ่านแพลตฟอร์มเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะดึงให้ผู้ใช้บริการเข้ามาในแพลตฟอร์มในความถี่ที่เพิ่มสูงขึ้น จากการเข้ามาดูพอร์ตการลงทุนและศึกษาข้อมูลการลงทุนที่แพลตฟอร์มมีให้บริการ

ที่ผ่านมาลูกค้าทรูมันนี่ 15 ล้านราย ที่ใช้บริการแอคทีฟในแต่ละเดือนเฉลี่ย 10 ล้านราย

โดยบริการชำระค่าสินค้าและบริการในเซเว่น-อีเลฟเว่น เป็นบริการที่มีการเติบโตสูงสุดถึง 121% นับตั้งแต่มกราคม-ตุลาคม 2563

รองลงมาได้แก่ บริการโอนเงินระหว่างบุคคล เติบโต 80%

และ ออนไลน์เพย์เมนต์ เติบโต 56%

 

2. สร้างดาต้าเบสด้านการเงิน

เรามองว่าทรูมันนี่ต้องการเก็บดาต้าเบสผู้ใช้งานในทุกแง่มุมทางการเงินและไลฟ์สไตล์การจับจ่ายเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการทางการเงินของผู้บริโภคมากที่สุด และยังสามารถนำดาต้าเบสต่าง ๆ มาเป็นหนึ่งในดาต้าเบสที่ช่วยวิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

 

3. สร้างภาพลักษณ์ทรูมันนี่ไม่ใช่เพียงเพย์เมนต์แต่คือผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร

การมีบริการทางการเงินที่หลากหลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเสริมภาพลักษณ์ให้ทรูมันนี่ไม่ได้เป็นเพียงอีเพย์เมนต์แต่เป็นนอนแบงก์ที่ให้บริการทางการเงินครบวงจร

และการที่เปิดให้บริการซื้อขายกองทุนผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทรูมันนี่ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและการลงทุนมากขึ้น พร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มที่นอกเหนือจากไมโครเพย์เมนต์ซึ่งเป็นบริการหลักที่ทรูมันนี่ให้บริการ

และในระยะยาวยังทำให้ทรูมันนี่สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่มีกำลังซื้อสูง

 

4. สร้างรายได้ให้กับธุรกิจ

ทรูมันนี่สามารถขยายขาธุรกิจ และสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่มีอยู่ โดยการเป็นตัวแทนกองทุนรวม ทรูมันนี่จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมให้บริการที่เรียกเก็บกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมื่อเกิดธุรกรรมการซื้อขาย

ใน 3 ปีที่ผ่านมาข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า

บริษัท แอสเซนต์ มันนี่ จำกัด มีการใช้จ่ายในการลงทุนในบริษัทในเครือ

ทำให้ แอสเซนต์ มันนี่ มีรายได้หลักและขาดทุน ดังนี้

2561    ลงทุน 386.27 ล้านบาท    ขาดทุน 558.87 ล้านบาท

2562    รายได้ 101.70 ล้านบาท   ขาดทุน 145.93 ล้านบาท

และบริษัท ทรูมันนี่ จำกัด มีรายได้หลัก ดังนี้

2560    3,107.33 ล้านบาท          ขาดทุน 281.16 ล้านบาท

2561    3,127.28 ล้านบาท          ขาดทุน 481.09 ล้านบาท

2562    3,594.00 ล้านบาท          ขาดทุน 717.87 ล้านบาท

ทั้งนี้ การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการเงินยังคงแข่งดุอย่างต่อเนื่อง จากการปลดล็อกบริการทางการเงินใหม่ ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาบริการทางการเงินดิจิทัลให้กับคนไทยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และทุก ๆ ผู้ให้บริการจะงัดไม้เด็ดมาแข่งขันเพื่อดึงพฤติกรรมผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มมากที่สุด

และจากนี้ต่อไปเราจะได้เห็นภาพการแข่งขันที่สนุกขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer