Marketeer ได้รับเชิญจาก Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ให้เข้าร่วมงาน “Sasin Open House” กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเรียน ศศินทร์ ได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า คณาจารย์ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่สุด

ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. เอียน เฟนวิค (Professor Ian Fenwick) ผู้อำนวยการ ศศินทร์ และ คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.อี. กรุ๊ป จำกัด นายกสมาคมนิสิตเก่าศศินทร์คนใหม่ ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จของศศินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษาในระดับสากลแห่งแรกในประเทศไทย

ปฐมบทการนำประสบการณ์จากนานาชาติ สู่ ศศินทร์

กว่า 32 ปี ที่ ศ.ดร. เอียน เฟนวิค มีส่วนร่วมพัฒนา ศศินทร์ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วยออกแบบและวางแผนหลักสูตร จนก้าวสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ หรือหัวเรือใหญ่ผู้ขับเคลื่อนสถาบันในปัจจุบัน

“ก่อนหน้านี้ ผมทำงานกับ Schulich School of Business และโครงการที่ผมมีส่วนร่วมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา ให้ช่วยดีไซน์หลักสูตรบริหารธุรกิจให้กับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยหนึ่งในสถาบันที่ผมมีโอกาสทำงานด้วยนั้นคือ ศศินทร์

ศ.ดร. เอียน เฟนวิค ย้อนหลังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต กับการเข้าสู่รั้วสถาบันแห่งนี้

“ผมเริ่มต้นทำงานกับ ศศินทร์ ในปี 1988 ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่ช่วยออกแบบการเรียนการสอนให้กับศศินทร์ หลังจากนั้นในปี 1992 ได้มาเป็นอาจารย์รับเชิญที่นี่ และได้ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสอนและวางกลยุทธ์การตลาด จากนั้นในปี 2000 ก็ได้มาเป็นอาจารย์ให้กับศศินทร์เต็มตัว โดยสอนการตลาดดิจิทัล ซึ่งเป็นวิชาที่ผมสอนในหลายประเทศในทวีปเอเชีย รวมถึงที่จีน จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้อำนวยการศศินทร์ ในปี 2019 ที่ผ่านมา”

ยกระดับหลักสูตร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ผมตั้งเป้าให้ ศศินทร์ เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำทั้งของไทยและของภูมิภาค”

ศ.เอียน กล่าวถึงเป้าหมายหลังได้รับตำแหน่งที่ต้องการขับเคลื่อน ศศินทร์ ก้าวสู่สถาบันชั้นนำระดับเอเชีย ที่พร้อมตอบสนองทุกการเปลี่ยนแปลง

“การเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งจากเทคโนโลยีที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้จากทุกที่ การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่เป็นตัวเร่ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรที่เห็นความจำเป็นของการเรียนด้านบริหารธุรกิจ ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ ถึง 30 ปี และการเรียนเพียง 1-2 ปีอีกแล้ว

ผมมองว่า ต่อไปการเรียนรู้ที่เป็นแบบ Lifelong จะเป็นสิ่งจำเป็น การเรียนบริหารธุรกิจแบบหลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรระยะสั้นจะผสมผสานกันมากขึ้น ซึ่งเรียกว่าเป็น Stackability เช่น คุณสามารถเรียนหลักสูตรระยะสั้นหลาย ๆ หลักสูตร เพื่อให้ได้วุฒิได้ ”

ศ.เอียน กล่าวถึงจุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป

“พวกเขาต้องการที่จะเรียนได้เร็วจบเร็ว และนี่เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เราจึงตั้งใจจะสอนสิ่งที่เรียกว่า Just In Case’ ซึ่งเป็นการสอนทักษะสำหรับการเตรียมความพร้อม สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคต รวมถึงสอนทักษะที่สามารถใช้ได้ทันทีในชีวิตจริง เช่น การเขียน Business Plan ดังนั้นในอนาคตเราจะเห็นคอร์สการเรียนที่ กระชับยิ่งขึ้น”  

เราถามถึงแผนงานของ ศศินทร์ ในอีก 5 ปีต่อจากนี้จะไปในทิศทางใด ซึ่ง ศ.เอียน ได้เปิดเผยว่าจะมุ่งเน้นไปในทางออนไลน์ การเรียนแบบผสมระหว่างออนไลน์และในห้องเรียน (Blended) และหลักสูตรที่สั้นลง สอดรับไปกับเทรนด์การเรียนรู้แห่งอนาคต

นิสิตจะได้เรียนพื้นฐานสำคัญ ผ่านรูปแบบออนไลน์ และได้เรียนในห้องเรียนจริง ๆ เพื่อเน้นการประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนมา”

ศ.เอียน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ศศินทร์ ยังได้เพิ่มหลักสูตรที่ทำให้นิสิตเตรียมความพร้อมกับยุค Digital โดยทุก ๆ คอร์สจะผสานความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัล โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับนิสิตอีกด้วย

ชูจุดแข็งเครือข่าย ศศินทร์ ต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืน

ศ.เอียน กล่าวถึงเครือข่าย Alumni Network หรือเครือข่ายนิสิตเก่าที่มีความแข็งแกร่ง
มาก ๆ ของ ศศินทร์

“Networking สำคัญมาก ๆ กับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ที่ศศินทร์เรามีเครือข่ายนิสิตเก่าที่แข็งแกร่งมาก และที่ศศินทร์เน้นการมีประสบการณ์ร่วมกันของนิสิตเก่าและปัจจุบัน

เราเน้นการสอนที่จะต้องใช้ประสบการณ์ซึ่งเราได้รับคำปรึกษาและความช่วยเหลือจากนิสิตเก่ามากมาย และเราพยายามนำศิษย์เก่ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงเป็น Speaker ในงานอีเวนต์สำคัญ ๆ และเรายังมีการสอนในรูปแบบ Live Case ที่ให้ผู้บริหารนำปัญหาที่ตนประสบในปัจจุบันเพื่อให้นิสิตช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยกัน”

มากกว่าศิษย์ร่วมสถาบัน แต่คือ “ครอบครัว”

เมื่อพูดถึงเรื่องเครือข่ายนิสิตเก่า ศศินทร์ เป็นโอกาสดีที่ คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.อี. กรุ๊ป จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจ CDC, Crystal CDC, Asset Management และ Property Developer ได้สละเวลามาร่วมพูดคุยกับ Marketeer ในบทบาทนายกสมาคมนิสิตเก่าศศินทร์คนใหม่ พร้อมบอกเล่าเหตุผลการตัดสินใจเข้าศึกษาที่ศศินทร์ เพราะเล็งเห็นความสำคัญของ Networking ที่แข็งแกร่งของที่นี่นั่นเอง

“ผมเป็นนิสิตเก่า ปี 1990 ที่เลือกเรียนที่นี่เพราะว่าเรียนอยู่สหรัฐอเมริกามาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ขาดหายในเรื่องของ Networking หลังจบปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ ก็วางแผนเรียน MBA โดยสนใจที่ ศศินทร์ อย่างมากเพราะเป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ เพราะนอกจากได้เจอ Professor ต่างประเทศ และยังได้รู้จักเพื่อนที่เป็นคนไทยที่สามารถต่อยอดเป็นเครือข่ายธุรกิจได้ ”

คุณกวีพันธ์ กล่าวเสริมอีกว่า การเรียน MBA ในประเทศไทยจะแตกต่างจากต่างประเทศ ที่ศศินทร์ เป็นไปในแนวทางของสากลมากกว่า

“ความรู้ได้อยู่แล้ว ส่วนหนึ่งก็คงได้เรื่องเพื่อน เรื่อง Connection ได้เรื่องประสบการณ์ต่าง ๆ คือ การเรียน MBA ของคนไทยจะเรียนค่อนข้างเร็ว เหมือนเรียนให้จบ ๆ โดยที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก ขณะที่ต่างชาติกว่าจะเรียน MBA ต้องทำงาน 5-10 ปี แล้วนำประสบการณ์ตรงนั้นมาใช้ ซึ่งที่ ศศินทร์ ก็เป็นไปในแนวทางนี้ ผมเองก็ได้นำความรู้ในเรื่องของเอนจิเนียร์มาใช้ในมุมธุรกิจ ได้เรียนในเรื่องของ Case Study ได้ประสบการณ์จาก Professor ต่างชาติค่อนข้างเยอะ และในส่วนที่สำคัญก็คงจะเป็นในเรื่องของ Relationship กับเพื่อน ๆ หลักสูตรที่นี่มีเอกลักษณ์อย่างมากในการให้นิสิตได้ Bonding หรือช่วยกันทำงาน ทำให้สนิทกันอย่างมาก ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม”

จากประสบการณ์มากมายในแวดวงธุรกิจ คุณกวีพันธ์ ได้แสดงความเห็นว่า บัณฑิตที่
ศศินทร์ผลิตออกมานั้นล้วนมีคุณภาพดีมาก ๆ และประสบความสำเร็จอยู่ในแวดวงธุรกิจชั้นนำมากมาย และเชื่อมต่อถึงกันหมดในฐานะ Sasin Family

ผลักดัน Networking เพื่อต่อยอด Connection คุณภาพ

ในฐานะที่เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมนิสิตเก่าศศินทร์คนใหม่ คุณกวีพันธ์ ได้เปิดเผย
วิสัยทัศน์ที่พร้อมผลักดันเครือข่ายที่แข็งแกร่งต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับ Sasin Family ทุกคน

“คนในรุ่นผมนับว่ามีบทบาทระดับอาวุโสที่มีประสบการณ์มากมาย เรามุ่งหวังจะมอบประสบการณ์ที่ดีสู่นิสิตปัจจุบัน หรือน้อง ๆ ที่จบไป เพื่อสร้าง Relationship ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในอดีตเรามี Strong Network แต่เราก็ยังต้องการเชื่อมต่อกันให้มากขึ้นไปอีก แล้วก็แชร์ประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้เกิดการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เราอยากให้นิสิตเก่ากลับมาช่วยกันให้มาก ๆ เพื่อส่งต่อเรื่องราวดี ๆ กันต่อไป”

คุณกวีพันธ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ที่นี่เป็น Alternative ที่ครบเครื่อง บางคนอาจจะไม่นึกถึง แต่ผมในฐานะที่จบมานานแล้ววันนี้กลับมาตระหนักได้ว่าที่นี่ให้อะไรกับเรา อย่างที่บอกว่าบางคนจะดูแค่ทำไมจะเรียน
ศศินทร์ไม่ไปเรียนสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ มันต่างกันจริง ๆ ที่นี่มี Network มี Connection ที่ดีที่ไม่มีที่อื่น และสำหรับท่านที่สนใจจะหา MBA Program ก็อยากให้มาสัมผัสที่นี่ว่าเอกลักษณ์ของเราแตกต่างจริง ๆ”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer