การเติบโตของตลาดรวมครีมอาบน้ำ ในปี 2562 นับว่าน่าสนใจอย่างมาก เมื่อเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีมูลค่า 4,832 ล้านบาท ไปแตะที่ตัวเลขมากกว่า 7,000 ล้านบาท

มูลค่าเม็ดเงินในตลาด มาจากทั้งการขับเคี่ยวของคู่แข่งหน้าเก่า ที่รุกตลาดเต็มสูบเพื่อหวังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดแซงหน้าผู้นำเดิม

รวมไปถึงการโดดสู่ Red Ocean ของผู้เล่นหน้าใหม่แบรนด์ดังข้ามชาติที่โดดมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมอัดฉีดอย่างหนักเพื่อขอเป็นตัวเลือกหนึ่งในตลาดอันร้อนแรง

ที่น่าสนใจ คือ การขยับตัวของกลุ่ม สบู่แอนตี้แบคทีเรีย

ภาพรวมตลาดครีมอาบน้ำเพื่อสุขภาพ/แอนตี้แบคทีเรีย แม้จะอยู่ที่ราวๆ 30% ของตลาดรวม แต่ก็มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในปี 2563 มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป และหันมาใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพและความสะอาดอย่างมาก ตามเทรนด์ New Normal หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19

ซึ่งผลการวิจัยจาก Kantar Worldpanel (บริษัทวิจัยชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาการตลาดระดับโลก) เผยว่าผู้บริโภคไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากผลกระทบของการแพร่ระบาดครั้งนี้

โดยความต้องการด้านสุขอนามัยขั้นพื้นฐานอย่างสบู่ก้อนนั้น มีการใช้จ่ายรายสัปดาห์โดยเฉลี่ยของสบู่ก้อนสูงขึ้นเกือบ 1.2 เท่า เช่นเดียวกับสินค้า Personal Care ที่เพิ่มขึ้น 1.2 เท่า เช่นกัน ในช่วงล็อกดาวน์สำหรับผู้บริโภคในเมือง และผู้บริโภคถูกบังคับให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลองสิ่งใหม่ๆ พร้อมเลือกสินค้าที่จำเพาะเจาะจงและต้องการใช้ที่สุด

จุดแข็งที่แต่ละแบรนด์ต่างเน้นเรื่องการยับยั้งแบคทีเรีย จึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมองหาครีมอาบน้ำ/สบู่ในเซ็กเมนต์นี้

เดิมทีตลาดนี้มีผู้เล่นรายใหญ่ 2 ราย เป็นเจ้าตลาดมาช้านาน และฟัดกันอย่างหนักหน่วงด้วยโปรดักช์ที่หลากหลาย สูตรทางเลือกมากมาย ทั้งสบู่ก้อนและครีมอาบน้ำ รวมไปถึงโปรโมชันที่สวนกันแบบหมัดต่อหมัดเพื่อมัดใจลูกค้า สร้างความ Loyalty กับแบรนด์ และยังเพิ่มผู้เล่นแบรนด์ใหม่เข้ามาอีกรายเมื่อปี 2562 ที่โดดมาแชร์ตัวเลขตลาดโดยใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อเป็นตัวนำ

อีกแบรนด์หนึ่งที่ลั่นกลองรบเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์สู่สมรภูมินี้ คือหน้าใหม่เจ้าเก่าอย่าง ไลฟ์บอย ตำนานสบู่ชื่อดังแบรนด์เก่าแก่กว่า 126 ปี ในครอบครัวยูนิลีเวอร์ ที่รีเทิร์นมาเดินเกมรุกบุกตลาดประเทศไทยอีกครั้ง

ย้อนกลับไป เมื่อราว 4 ทศวรรษก่อน นี่คือเป็นสบู่สุดป็อปของเมืองไทยที่นิยมใช้กันทุกครัวเรือน (พร้อมกระแสวลี พูดไปก็ไลฟ์บอย ฮิตติดปากวัยรุ่นยุคนั้น) อย่างไรก็ดี ยูนิลีเวอร์ ได้ปั้นแบรนด์สบู่น้องใหม่ขึ้นมา และลดบทบาทของ ไลฟ์บอย ลงไป ซึ่งนับได้กว่า 40 ปีแล้วที่สบู่ในตำนานแบรนด์นี้ห่างหายจากตลาดเมืองไทยไป

ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ ได้ชูจุดขายด้านประสิทธิภาพในการลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.9% และทำความสะอาดชำระล้างสิ่งสกปรกอย่างยอดเยี่ยม

พร้อมหยิบความแกร่งของความเป็น สบู่แอนตี้แบคทีเรีย ยอดขายอันดับ 1 ของโลกมาต่อยอดในการทำตลาด เพื่อตอกย้ำถึง ประสิทธิภาพการป้องกันที่คนทั่วโลกยอมรับ

แม้จะไม่ได้ทำการตลาดในไทยมากว่า 40 ปีแต่ในตลาดโลกนั้นแบรนด์ Lifebuoy มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ภายใต้แกนหลักการดำเนินธุรกิจและการตลาดที่ส่งเสริม และให้ความสำคัญกับเรื่องการปกป้องร่างกาย การันตีได้ด้วยประสบการณ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายมายาวนานกว่า 126 ปี

ด้วยไลน์โปรดักช์หลากหลาย ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เริ่มมองหาครีมอาบน้ำ/สบู่ที่เหมาะสมกับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

และเพื่อสร้างการจดจำและให้คนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ได้เลือกใช้ซุปตาร์ระดับแม่เหล็กอย่าง ชมพู่อารยา เอ ฮาร์เก็ต พร้อมลูกชายฝาแฝด สายฟ้าพายุ ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ โดยวางกลุ่มเป้าหมายคือ คุณแม่ Gen M วัยทำงาน และกลุ่มคนรุ่นใหม่

พร้อมทุ่มงบกว่า 50 ล้าน จัดกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร 360 องศา โดยเริ่มเปิดตัวด้วยภาพยนตร์โฆษณา พร้อมช่องทางจัดจำหน่ายครอบคลุม ทั้งออนไลน์ Lazada, Shopee และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ Big C, Boots, Watson, Gourmet Market, Home Fresh Mart, Tops และ Villa Market (ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/LifebuoyTH , IG : LifebuoyTH)

ซึ่งการรีเทิร์นเดินเกมรุกของ ไลฟ์บอยในครั้งนี้ นับว่าถูกที่ ถูกเวลามากๆ เพราะเป็นช่วงขาขึ้นของตลาด ที่คนเริ่มมองหาตัวช่วยในการทำความสะอาดที่มากกว่าแค่สบู่ชำระล้างสิ่งสกปรกทั่วไป

จากนี้ ตลาดครีมอาบน้ำและสบู่แอนตี้แบคทีเรีย คงได้สนุกกว่าเดิมแน่นอน!



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer